อุปสงค์ (Demand) และอุปทาน (Supply) ต่างอยู่ในระดับที่สัมพันธ์กัน ระบบจึงจะคงอยู่ได้ เมื่ออุปสงค์หมายถึงการบริโภค หรือใช้บริการ เมื่อสินค้ามีราคาลดลงจากสงครามราคาระหว่างผู้ผลิต ลูกค้าก็ยินดีซื้อสินค้ามาใช้โดยไม่คำนึงถึงความจำเป็นเช่นแต่ก่อน ส่วนอุปทานหมายถึงการผลิต หรือให้บริการ ในกรณีจำหน่ายสินค้าออกไปแล้ว เมื่อสินค้าหรือการให้บริการมีปัญหาย่อมเป็นหน้าที่ของผู้ผลิตที่ต้องปรับปรุงให้ลูกค้ามีความพึงพอใจ เช่น ปัญหาโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่มีปริมาณการใช้บริการเพิ่มขึ้นเนื่องจากค่าใช้จ่ายในการใช้บริการลดลง แต่เครือข่ายการให้บริการของผู้ผลิตเพิ่มขึ้นไม่ทันกับความต้องการ ผู้ผลิตจึงต้องเลือกแก้ปัญหาว่าจะขยายบริการมารองรับอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้น หรือหยุดสงครามราคาให้อุปสงค์ลดลงมาอยู่ในระดับที่เหมาะสมกับอุปทาน
บุฟเฟต์ในบทความนี้ หมายถึง โปรโมชัน (Promotion) หรือแบบค่าใช้จ่ายของโทรศัทพ์เคลื่อนที่ ที่กำหนดค่าใช้จ่ายแบบคงที่ แต่ใช้บริการได้เกือบไม่จำกัด เกิดขึ้นจากสงครามราคาระหว่างผู้ให้บริการ 3 ค่าย คือ AIS DTAC และ True Move ทุกค่ายมีแบบของโปรโมชั่นที่เร้าใจแตกต่างกันไป อาจเหมาจ่ายค่าโทรแล้วโทรได้ไม่จำกัดในบางช่วงเวลา หรือบางเบอร์ แล้วปัญหาก็ชัดเจนขึ้นตั้งแต่ต้นปี 2549 เพราะเครือข่ายการให้บริการที่มีอยู่จำกัด ไม่สามารถรองรับปริมาณที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องแบบทวีคูณ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ทุกคนใช้งานพร้อมกันในเวลาเดียวกัน หรือการโทรข้ามเครือข่าย
ผู้เขียนเคยเสียค่าโทรศัพท์เคลื่อนที่เดือนละประมาณ 500 บาท จากการใช้งานเฉพาะที่จำเป็น เพราะคิดค่าโทรเป็นนาทีทุกนาที หลังการเปลี่ยนโปรโมชันครั้งแรกทำให้ค่าใช้จ่ายลดลง และโทรได้นานขึ้น ในปัจจุบันได้เปลี่ยนโปรโมชันอีกครั้ง เพราะเสียค่าใช้จ่ายเท่าเดิม แต่โทรได้นานขึ้นอย่างเหลือเชื่อเกินจินตนาการ และไม่คิดว่าจะพบในประเทศไทย คือ โทรฟรีไม่อั้นในบางช่วงเวลา ด้วยค่าใช้จ่ายแบบเหมาะจ่าย และต่ำมาก ทำให้พฤติกรรมของผู้เขียนเปลี่ยนไปบ้าง เช่น ใช้โทรศัพท์โดยไม่ต้องคำนึงว่าจะเสียค่าโทรหรือไม่ เลือกใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่แทนโทรศัพท์บ้านแม้อยู่ที่บ้าน หรือโทรกลับเมื่อพบเบอร์ที่ไม่ได้รับสายในโทรศัพท์ เป็นต้น นี่คือผลพวงของสงครามราคาระหว่างผู้ให้บริการที่กำลังช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดกันอย่างเอาเป็นเอาตาย
เพื่อนของผู้เขียนมีพฤติกรรมแบบในโฆษณาทางทีวี คือ คุยเรื่องสรรพเพเหระกับใครก็ไม่ทราบได้เป็นชั่วโมง และส่งผลให้จอภาพคอมพิวเตอร์สั่นไหวระหว่างใช้งานโทรศัพท์เคลื่อนที่ งานวิจัยหลายชิ้นชี้ให้เห็นว่าคลื่นจากโทรศัพท์ไม่ส่งผลดีต่อสุขภาพหากใช้งานเป็นเวลานาน โดยเฉพาะการใช้โทรศัพท์ในเยาวชน หรือทำให้ความสามารถในการขับขี่ยานพาหนะลดลง น่าเสียดายที่ยังไม่มีกฏหมายควบคุมการใช้โทรศัพท์ในเยาวชน หรือในระหว่างขับขี่ยานพาหนะ
ขอเสนอวิธีแก้ปัญหาลดความคับคั่งของการใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ คือ คิดค่าโทรขั้นต่ำเป็นนาทีละยี่สิบห้าสตางค์ เพื่อให้ผู้ใช้ได้ใช้วิจารณญาณและใช้เท่าที่จำเป็น แม้สงครามราคาจะดีต่อผู้บริโภค แต่ถ้าผลที่ออกมาคือความด้อยคุณภาพในบริการก็ต้องรีบแก้ไข เพราะส่งผลถึงผู้ใช้ที่มีความจำเป็นเร่งด่วนมากมาย ถ้าผู้บริการยังไม่มีวิธีแก้ปัญหาคอขวดอย่างเป็นรูปธรรม ผู้เขียนขอเสนอให้ยกเลิกบริการโทรฟรีแบบเหมาจ่ายเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการแก้ปัญหา