สวัสดีลูกศิษย์และชาว Blog ทุกท่าน

                วันที่ 5 กันยายน 2554 ผมได้รับเกียรติจาก กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ บรรยายพิเศษ ให้กับ กลุ่ม อบต. อบจ. เทศบาล และบุคลากรของกรมการปกครองส่วนท้องถิ่น ในโครงการติดอาวุธทางการค้าแก่ ผู้บริหารกรมการปกครองส่วนท้องถิ่น เรื่อง “องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รอบรู้ AEC”  โดยผมได้รับเกียรติให้กล่าวปาฐกถาพิเศษ และบรรยายหัวข้อ “บทบาทของผู้นำท้องถิ่น : บนเวทีการค้าเสรี” เวลา 10.30 -  15.30 น. ณ สถาบันพัฒนาบุคลการ กรมการปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งบรรยาย ทั้งหมด 4 ครั้ง มีรายละเอียดดังนี้

ครั้งที่ 1  บรรยายในวันที่ 5 กันยายน 2554

ครั้งที่ 2  บรรยายในวันที่ 8 กันยายน 2554

ครั้งที่ 3  บรรยายในวันที่ 12 กันยายน 2554

ครั้งที่ 4  บรรยายในวันที่ 15 กันยายน 2554

ในครั้งนี้ ผมจะบรรยายเกี่ยวกับ 10 ประเด็นที่ผู้นำท้องถิ่นต้องรู้จริง..เพื่อก้าวไปกับอาเซียนเสรี
ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น (Fact)
  • “The Net worth of Microsoft is 5% physical assets, 95% human imagination”        
วัตถุประสงค์วันนี้  คือเปิดโลกทัศน์ของผู้นำท้องถิ่นให้เห็นการเปลี่ยนแปลง
  • สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้นำท้องถิ่นมองโลกที่มีการเปลี่ยนแปลง สนุกกับการฟังในวันนี้
  • กระตุ้นให้ทุกท่านค้นหาตัวเอง และไปถึงองค์กรของเราว่าจะปรับตัวกับอาเซียนอย่างไร ฟังและคิดไปด้วย และพร้อมที่จะทำให้องค์กรท้องถิ่นปรับตัวให้ทันเหตุการณ์
  • แสวงหาโอกาสใหม่ที่จะเพิ่มรายได้ให้แก่ประชาชน / ชุมชน
  • มองการทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่น ๆ สร้างเครือข่าย (Networks)
  • ลดปัจจัยทางลบที่จะเกิดขึ้นกับท้องถิ่นในอนาคต
  • มีการแบ่งกลุ่มเพื่อรับฟังความคิดเห็น และนำมาพัฒนาเพื่อเตรียมความพร้อมต่อไป
ผมขอขอบคุณหน่วยงาน 2 หน่วยงาน คือ
  • กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์
  • กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย

เมื่อเร็ว ๆ นี้ผมได้มีโอกาสไปพูดให้มหาวิทยาลัยนครพนมให้กับผู้นำท้องถิ่นเรื่องการปรับตัวเพื่อรองรับอาเซียนเสรี 2015 – ผู้นำท้องถิ่นในจังหวัดกาฬสินธุ์กว่า 52 คน ก็ได้ตอบรับว่า การเปิดเสรีอาเซียน – เป็นทั้งโอกาสและเป็นทั้งการคุกคาม

          ดังนั้น ผู้นำท้องถิ่นทุก ๆ จังหวัดต้องเข้าใจและใช้โอกาสให้เป็นประโยชนกาฬสินธุ์โมเดล – มีผู้นำท้องถิ่นบางกลุ่มขายข้าวหอมมะลิไปที่เวียดนาม แล้วโดยไม่ต้องผ่านทางลาว

          ผมจะขอเริ่ม..10 ประเด็นที่ต้องรู้จริง..เพื่อก้าวไปกับอาเซียนเสรี

(1)   ประเทศในอาเซียนมี 10 ประเทศ ประกอบด้วย

ไทย

มาเลเซีย

ฟิลิปปินส์

อินโดนีเซีย

สิงคโปร์

บรูไน

ลาว

กัมพูชา

เวียดนาม

พม่า

การรวมตัวอาเซียนเริ่มที่ประเทศไทย.. เป็นผู้ริเริ่ม

2.จุดเริ่มต้นของอาเซียน

เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2510 รมว.กต. อินโดนีเซีย (นายอาดัม มาลิก) มาเลเซีย (ตุน อับดุล ราซัก บิน ฮุสเซน) ฟิลิปปินส์ (นายนาซิโซ รามอส) สิงคโปร์ (นายเอส ราชารัตนัม) และไทย (พันเอก ถนัด คอมันตร์ ลงนาม ใน ปฏิญญากรุงเทพฯ (Bangkok Declaration)

ข้อตกลงร่วมมือกัน 3 สาขาใหญ่

  • เศรษฐกิจ และการค้า การลงทุน
  • สังคมและวัฒนธรรม
  • ความมั่นคงทางการเมือง

           และสำคัญที่สุดจะเชื่อมโยงทั้ง 3 เรื่องเข้าด้วยกัน เรียกว่า “ASEANConnectivity” เชื่อมโยงเข้าหากัน

          3. ในวันนี้อยากให้ผู้นำสนใจเรื่องเศรษฐกิจมากหน่อยแต่ก็ไม่ละเลยเรื่องภูมิปัญญา หรือวัฒนธรรมของเรา

  • เสรี แปลว่า สินค้าและบริการที่ตกลงกันแล้ว จะไม่มีการกีดกัน ประเทศใดเก่งก็สามารถไปขายสินค้าหรือบริการในประเทศอื่น ๆ ในกลุ่มอาเซียนได้โดยไม่มีภาษีศุลกากร
  • แต่ขณะเดียวกัน.. ถ้าประเทศอื่น ๆ ในอาเซียนเก่งกว่าประเทศไทย เขาก็เข้ามาแข่งกับประเทศเราได้   ถ้าท้องถิ่นอ่อนแอ.. ธุรกิจบางอย่างก็จะหายไป

นอกจากนั้น.. ยังเปิดเสรีเรื่องการลงทุน  เช่น ประเทศใดมีความสามารถในการระดมทุนการเงินมากกว่าประเทศอื่น ก็เข้าไปลงทุนในประเทศเหล่านั้นได้ เช่น ถ้าสิงคโปร์มีทุนมากกว่าก็สามารถนำเงินมาลงทุนในประเทศไทยได้

ยิ่งไปกว่านั้นยังเปิดโอกาสให้มีการเคลื่อนย้ายแรงงานข้ามประเทศอาเซียนด้วย เช่น ถ้าคนไทยเก่งก็สามารถไปทำงานในอาเซียนได้ และคนมาเลเซียก็อาจจะมาทำงานแข่งกับคนไทยได้ คนไทยก็อาจจะตกงานได้ หากไม่พัฒนาทุนมนุษย์

4. นอกจาก อาเซียน แล้วควรจะเข้าใน ..อาเซียน+6 มีอะไรบ้าง?

ซึ่งหมายความว่า ประเทศสำคัญ ๆ ในโลกยังให้ความสนใจที่จะทำงานกับประเทศในอาเซียน

เมื่อเห็นภาพดังกล่าวแล้ว.. สิ่งที่สำคัญที่สุดในวันนี้ ก็คือ ค้นหาตัวท่าน

  • ต้องคิด วิเคราะห์ว่าอะไรเกิดขึ้น เตรียมพร้อม และสำคัญที่สุดจะฉกฉวยโอกาส และหลีกเลี่ยงการคุกคามอย่างไร?
  • ก่อนที่จะมีอาเซียนเสรี ก็มีการเปิดประเทศที่กำหนดโดยองค์การการค้าระหว่างประเทศ (WTO) หรือการเซ็นสัญญาเปิดเขตการค้าเสรีเฉพาะ (FTA) เช่น ไทย – อินเดีย, ไทย – จีน มาแล้ว ซึ่งในอดีตจุดอ่อน ก็คือ รัฐบาลยังไม่ได้ให้ข้อมูลที่สมบูรณ์ ทำให้ประชาชนชาวไทยโดยเฉพาะผู้นำท้องถิ่นบางกลุ่มได้ แต่บางกลุ่มเสีย เช่น ผู้ส่งออกได้ แรงงานมีคุณภาพได้เพราะมีทักษะ และภาษาดีกว่า มีรายได้เพิ่มขึ้น แต่ธุรกิจเล็ก เช่น โชห่วย ต้องปิดตัวไป.. วันนี้จึงเป็นจุดที่สำคัญที่ได้มาแบ่งปันความรู้กัน

5. ในการปรับตัวของผู้นำท้องถิ่นในวันนี้

  • สิ่งแรกก็คือ เข้าใจ ศึกษาให้ถ่องแท้
  •  โอกาสที่เกิดขึ้นมีอะไรบ้าง อยู่ที่ว่าผู้นำจะฉกฉวยอย่างไร?
    • โอกาสแรก คือ เรื่องการขยายของตลาด เฉพาะอาเซียน อย่างเดียวก็เพิ่มประชากร/ผู้บริโภคเพิ่มจาก 64 ล้านคน เป็น 500 ล้านคน.. ถ้านับอาเซียน+6 ก็มีผู้บริโภคเพิ่มขึ้นหลายพันล้านคน
    • การปรับตัวที่สำคัญที่สุด ก็คือ เรื่องทัศนคติ คือ ประเทศไทยจะไม่เหมือนเดิม จะเป็นประเทศที่ต้องอยู่ร่วมกับประเทศอื่น ๆ อีก รวม 10 ประเทศ - ผู้นำท้องถิ่นไม่ใช่แค่ผู้นำของอำเภอหรือตำบล ในประเทศไทยอีกต่อไป จะต้องเป็นผู้นำในชุมชนเดียว (One Community) คือ ชุมชนอาเซียน

6. รักษาภูมิปัญญาและรากเหง้าหรือความเป็นตัวตนของท้องถิ่นไทย

            แต่ที่สำคัญที่สุด ถึงเราจะเป็นชุมชนอาเซียน แต่เราก็ต้องคงไว้ที่ภูมิปัญญาและรากเหง้าความเป็นตัวตนของท้องถิ่นไทย ของแต่ละท้องถิ่น ซึ่งในอนาคตก็จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้น หากมีบริหารจัดการที่ดี

7. ต้องพัฒนา คนไทย ให้ สื่อสาร ภาษาอังกฤษ+ภาษาอาเซียนได้

ถึงเวลาแล้วที่ท้องถิ่นต้องพร้อมมากขึ้นในเรื่องภาษา ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาอาเซียน และยิ่งไปกว่านั้นภาษาคอมพิวเตอร์ ที่จะคุยแลกเปลี่ยนกับชาวอาเซียนด้วยกัน 

            ต้องสนับสนุนให้โรงเรียนภายใต้การดูแลของ อบจ. / เทศบาล และอบต. สนใจการพัฒนาภาษาต่างประเทศ ทั้งอังกฤษ + ภาษาอื่น ๆ เพื่อสร้างทุนมนุษย์ของประเทศไทยให้มีความสามารถเรื่องภาษาให้ได้โดยเร็วที่สุด

8. การปรับตัวที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่ง คือ ความใฝ่รู้

คือ สร้างให้ท้องถิ่นเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ เปิดเวทีให้ชาวบ้านได้มีโอกาสได้แลกเปลี่ยนกันไม่ใช่ผู้นำสั่งการให้ทำตามสั่งอย่างเดียว – ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของท้องถิ่นก็ต้องมีความใฝ่รู้ด้วย และต้องมีเจ้าหน้าที่ดูแลกิจกรรมที่เกี่ยวกับ “อาเซียน” เป็นพิเศษ

9. การพัฒนาคุณภาพของทรัพยากรมนุษย์หรือทุนมนุษย์

ในการอยู่รอดและแข่งขันได้ในวันนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การพัฒนาคุณภาพของทรัพยากรมนุษย์หรือทุนมนุษย์ของข้าราชการท้องถิ่น รวมทั้งประชาชน เกษตรกร และธุรกิจในระดับชุมชน หรือ หลายๆ คนอาจเรียกว่า รากหญ้า ผมขอเสนอแนวคิดการพัฒนาคุณภาพของทุนมนุษย์ 8K’s และ 5 K’s ของผม ซึ่งจะเป็นแนวทางที่ช่วยให้ผู้นำท้องถิ่นอยู่รอด และก้าวไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน

สรุป..ผมหวังว่าแนวคิดทั้ง10 ประเด็นที่นำเสนอในวันนี้..จะเป็นบันไดขั้นแรกที่เราจะสามารถเดินไปข้างหน้าด้วยกัน

        ถ้าผู้นำสนใจถึงจะเป็นหนทางที่ขรุขระ มีอุปสรรคมาก แต่ผมรู้ว่า ผู้นำในห้องนี้ มีสติปัญญา และหวังดี ถ้ามีแรงบันดาลใจ ร่วมมือกันทำงาน ใกล้ชิดกับประชาชนแล้วคงจะช่วยกันพัฒนาท้องถิ่นของเราให้ก้าวไปสู่การเสรีอาเซียนได้อย่างเข้มแข็ง..โดยจะมีกรมเจรจาการค้าระหว่าประเทศ+ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และผมจะช่วยกันเป็นแนวร่วมครับ

          ภาพบรรยากาศในการบรรยาย