เป็นการทำที่ไม่ได้เอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง ทำไปโดยไม่ติดยึดความเป็นเจ้าของ เรียกว่ารับผิดชอบแต่ไม่ครอบครอง ติดตามดูแลแต่ไม่ก้าวก่าย ไม่ทำอะไรที่ฝืนธรรมชาติ ไม่ทำไปตามกิเลสตัณหา ซึ่งตรงกับหลักที่ว่า “ทำน้อย ได้มาก (Less is More)” นั่นเอง
บทที่ 48 ทำโดยไม่กระทำ
ศึกษาหาความรู้ ทุกวันมีแต่เพิ่มพูน
แสวงหาเต๋า ทุกวันมีแต่ลดน้อยลง
น้อยลงเรื่อยๆ จนเหมือนไม่ทำอะไร
ด้วยการทำที่เหมือนไม่กระทำนี้
ทำให้ไม่มีสิ่งใดที่ไม่ถูกกระทำ
ผู้ที่จะเป็นหลักในโลกนี้ได้
ต้องเป็นผู้ที่ทำโดยไม่กระทำ
คือปล่อยให้สิ่งต่างๆ เลื่อนไหล
โดยที่ไม่ต้องเข้าไปบงการ.
ข้อความเตือนใจ เพื่อใช้เตือนตน
บทนี้อาจจะดูสั้นๆ แต่นี่คือหลักการที่สำคัญอย่างหนึ่งของเต๋านะครับ ในภาษาจีนเรียกหลักนี้ว่า “วู-เหว่ย” ซึ่งผู้ที่รู้ภาษา (จีน) บอกผมว่าถ้าแปลตรงตัวก็แปลว่า “ไม่กระทำ” แต่ในคัมภีร์บางฉบับท่านใช้คำว่า “อกรรม” ซึ่งก็น่าสนใจดีเหมือนกัน แต่หลักอกรรมที่ว่านี้ ถ้าฟังไม่ดีอาจจะเข้าใจผิด อกรรมไม่ได้หมายถึงการอยู่เฉยๆโดยไม่ทำอะไรเลย หากแต่เป็นการทำที่ไม่ได้เอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง ทำไปโดยไม่ติดยึดความเป็นเจ้าของ เรียกว่ารับผิดชอบแต่ไม่ครอบครอง ติดตามดูแลแต่ไม่ก้าวก่าย ไม่ทำอะไรที่ฝืนธรรมชาติ ไม่ทำไปตามกิเลสตัณหา ซึ่งตรงกับหลักที่ว่า “ทำน้อย ได้มาก (Less is More)” นั่นเอง
ตัวอย่างเช่น มีอยู่วันหนึ่งผมต้องไปบรรยายในงานที่จัดไม่ค่อยเป็นทางการเท่าใด (จัดรูปแบบคล้ายๆ ตลาดนัดจัดการความรู้) ก่อนเริ่มการบรรยายดูวุ่นวายเล็กน้อย เพราะมีกิจกรรมหลายกลุ่มอยู่ในห้องเดียวกัน ที่สำคัญคือผู้จัดน่าจะคำนึงเรื่องระบบเสียงให้ดีกว่านี้ ไม่ใช่พอแต่ละกลุ่มเริ่มพูด เสียงก็เริ่มตีกัน นี่ถ้าเป็นแต่ก่อนหากผมไปเป็นวิทยากร แล้วผู้จัดไม่ตระเตรียมอุปกรณ์สถานที่ให้ดี ผมก็จะมีการต่อว่า (ประจานผู้จัด) ออกไมค์ไปโดยไม่ยั้ง
แต่พอใช้หลักอกรรมก็ทำให้เราสงบลงได้ คือปล่อยให้มันเลื่อนไหลไป เช่นในวันนั้นตอนเริ่มบรรยาย มีเสียงรบกวนค่อนข้างมาก แต่หากสังเกตให้ดีก็จะพบว่าเสียงเหล่านี้มันก็ไม่ได้มีอยู่ตลอดเวลา บางครั้งก็ดังบางครั้งก็เงียบ ทำให้ได้เห็นอนิจจัง เห็นการแปรเปลี่ยนเคลื่อนไหว เห็นการเลื่อนไหลของธรรมชาติ แต่ก่อนพออารมณ์เสียก็มีการกระทำบางอย่างเกิดขึ้นทันที ไม่ว่าจะผ่านมาทางวาจาหรือการกระทำก็ตาม เป็นเพราะในตอนนั้นยังไม่เข้าใจเรื่องอกรรม ก็เลยทำในสิ่งที่ไม่จำเป็น ถ้าสังเกตชีวิตให้ดีจะพบว่าในแต่ละวันเราเสียพลังไปกับการกระทำในสิ่งที่ไม่จำเป็นนี้ค่อนข้างมาก
นอกจากนั้นผมยังได้พบว่าในตำราด้านการบริหารก็มีการพูดเรื่องนี้กันค่อนข้างมาก มีหนังสือหลายเล่มตั้งชื่อประมาณว่า Tao of Management หรือ Tao of Leadership เป็นการสอนให้ผู้บริหาร (โลกตะวันตก) ได้รู้จักการประยุกต์ใช้หลักของเต๋า (โลกตะวันออก) ซึ่งถ้าเข้าใจก็จะสามารถ "จัดการได้โดยไม่จัดการ" หรือ "นำแบบไม่นำ" ได้ ยังไงล่ะครับ !
บันทึกที่ลงไว้แล้ว