GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

"บรรณารักษ์" เป็น......มากกว่าที่คุณคิด

"บรรณารักษ์ " คือ "แม่" "มิตร" และ "หมอ" :-)

       สำหรับดิฉัน "บรรณารักษ์" เปรียบเสมือนสามสิ่งที่ชิวิตคนเรานั้นขาดเสียมิได้ หนึ่งคือ "แม่" สองคือ "มิตร" และ สามคือ "หมอ" เพียง
สามสิ่งนี้ บรรณารักษ์ก็ทำหน้าที่ของตนเต็มหัวใจแล้ว
       เอ.....แล้ว สามสิ่งที่ว่านั้น บรรณารักษ์จะเป็นได้อย่างไรน้า.....
       "แม่"  บรรณารักษ์ คือผู้ให้ เหมือนแม่ ผู้มีแต่ให้ ให้ในสิ่งที่ผู้ใช้บริการต้องการ ทั้งยังให้ในสิ่งที่เกินความต้องการด้วยในบางคราว
       "มิตร" บรรณารักษ์ คือ เพื่อนที่อยู่เคียงข้างผู้ใช้บริการยามต้องการที่ปรึกษา แม้บางครั้งบรรณารักษ์ไม่สามารถให้ในสิ่งที่ตรงตามความต้องการของผู้ใช้ได้ แต่บรรณารักษ์ให้หัวใจทั้งใบ ที่เต็มไปด้วยความเข้าใจ ความเห็นใจแก่ผู้ใช้ไปแล้ว นั้นคือ ความเป็นเพื่อนที่จะคงอยู่ตลอดไป
       "หมอ" นี้คือสิ่งที่ยากและท้าทายสำหรับบรรณารักษ์ ที่จะต้องสัมภาษณ์ผู้ใช้ให้เข้าถึงแก่นแท้ของความต้องการ เพื่อนำข้อมูลสารสนเทศที่ตรงกับความต้องการมาเยียวยาให้แก่เขาได้
        หรือคุณคิดเห็นว่าอย่างไร..........................
        เชื่อหรือไม่ว่า "เรา" พร้อมจะเป็นอย่างที่คุณต้องการ :-)

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 45733
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 48
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (48)

ถูกต้องครับ ผมเห็นด้วย เวลาจะหาอะไรสักอย่างในห้องสมุด ก็ต้องเรียกบรรณารักษ์ๆๆๆๆ ทั้งนั้นเลย
เป็นทั้งแม่ ทั้งเพื่อน ทั้งหมอ จริงๆด้วยครับ รับรอง

                                                                       อาอ้า

   "แม่"  บรรณารักษ์ คือผู้ให้ เหมือนแม่ ผู้มีแต่ให้ ให้ในสิ่งที่ผู้ใช้บริการต้องการ ทั้งยังให้ในสิ่งที่เกินความต้องการด้วยในบางคราว

 

แล้วพ่อหละค่ะ

:-) อย่างนี้ดีมั๊ยค่ะ  หากบรรณารักษ์เป็นหญิง ก็เปรียบเสมือน "แม่"  หากบรรณารักษ์เป็นชาย ก็เปรียบเสมือน ''พ่อ"  หรือหากบรรณารักษ์พร้อมที่จะเป็นได้ทั้งสองอย่าง ก็ยอดเยี่ยมทีเดียวค่ะ

พูดถึงบรรณารักษ์คิดถึงตอนเรียนหนังสือ ป.ตรี มากครับครูพยายามสอนแต่ด้วยความเกเรเลยทำให้ไม่ค่อยรู้เรื่องแต่ก็ผ่านมาโดยดีได้รับปริญญาพร้อมกับเพื่อน ๆ ร่วมรู่นแต่ก็น่าเสียดายที่วิชานี้ได้คะแนนน้อยด้วยความคะนองเรียนได้แต่สนุกตามเพื่อน...เล่นด้วยเรียนด้วยแย่มาก ๆ ตอนนั้น...สงสารครูที่คอยอดทนสอนตั้งหลาย ชม.

ขอบคุณสำหรับทุกความคิดเห็นนะคะ :-)
ไม่คิดเหมือนกันว่าจะได้มาเป็นบรรณารักษ์ ทุกวันนี้ ติดตามอ่าน เรื่องเล่าประสบการณ์กว่าจะเป็นบรรณารักษ์ด้วยนะค่ะ
ดีใจจัง มีเพื่อนร่วมอาชีพร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้วย ขอเป็นกำลังใจให้นะคะ เราสู้ๆ สู้ตาย อยู่แล้ว
เป็นบรรณารักษ์มา 14 ปีแล้วและชอบในอาชีพนี้มากเพราะชอบอ่านหนังสือ  ทำงานอยู่ที่ห้องสมุดประชาชน สังกัดสำนักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน ดีใจนะที่มีเพื่อนร่วมอาชีพ

ยินดีต้อนรับเพื่อนร่วมอาชีพนะคะ เคยได้สัมผัสงานห้องสมุดประชาชน สังกัดสำนักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียนมาบ้าง งานหนักเอาการเชียวนะคะ อย่างไรก็ตามขอเอาใจช่วยนะคะ

แค่ 3 คำแต่ครอบคลุมหมดเลยครับ เข้าใจได้เลย

ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นนะคะคุณ bluewind  และเชื่อว่าเราชาวบรรณารักษ์ตั้งใจที่จะทำหน้าที่ให้สมบูรณ์แบบอย่างเช่น 3 สิ่งนั้นค่ะ :-)

9 มกราคม 2550

        ถ้าจะเลือกใช้คำว่า แม่ ในงานของบรรณารักษ์ เสนอแนะว่า

 ท่านควรกลับไปหาอ่าน วรรณกรรมชั้นเยี่ยมของโลกเล่มหนึ่ง 

เรื่อง แม่ ที่แต่ง โดย แมกซิม กอร์กี้ ฉบับแปลเป็น

ภาษาไทย โดย จิตร ภูมิศักดิ์ หรือ คนอื่นก็ได้ อ่านให้จบทั้ง 2ภาค เลยนะ บางทีคุณอาจจะเปลี่ยนใจ

ไม่ใช้คำเหล่านี้อีกก็ได้ บางทีการเลือกใช้คำ ที่ผิดพลาด กลับกลายเป็นเรื่องตลกขบขันก็ได้/ 

สวัสดีค่ะ คุณsc21mc ดีใจที่พบกันอีกนะคะ:-) จะติดตามอ่านวรรณกรรมเรื่อง แม่ทั้ง 2 ภาคเร็วๆนี้ค่ะ ส่วนการใช้คำว่า "แม่" เปรียบเทียบกับความเป็นบรรณารักษ์นั้น เป็นเพียงการบอกเล่าความรู้สึกจากใจจริง ที่คุณแม่ของดิฉันถ่ายทอดความเป็น "แม่" ผู้มีแต่ให้ ในตัวของท่านสู่ความเป็นผู้ให้ในตัวของดิฉัน กับบทบาทความเป็นบรรณารักษ์วิชาชีพค่ะ แล้วเจอกันใหม่นะคะ :-)
  • ความรู้สึกจากการสัมผัสจริง มีความสำคัญกว่าการตีความใดใด ค่ะ ดังนั้นคำว่า แม่ ในสังคมไทยเราจึงอบอุ่นนัก
  • การนำสิ่งที่ได้จากการอ่านมาวิเคราะห์และประยุกต์ใช้น่าจะมีประโยชน์ต่อชีวิตมากกว่านำมาทั้งหมดนะคะ
  • แมกซิม กอร์กี้ เขียนนิยายหนักๆ สไตล์เมืองที่มีชีวิตรันทดตลอดกาลของรัสเซีย แตกต่างจากชีวิตที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นแบบสังคมเมืองไทยมากมายนัก ไม่น่าจะเปรียบเทียบกันได้
  • สงสัยต้องกลับไปอ่าน แม่ อีกสักรอบ ดิฉันลืมหมดเลย จำได้แต่ "คนขี่เสือ" ค่ะ
สวัสดีค่ะ พี่วันเพ็ญ คิดถึงจัง จะได้เจอพี่วันเพ็ญที่ ม.แม่ฟ้าหลวงมั๊ยค่ะ ซีเก็บคำถามการใช้ gotoknow ไว้รอถามพี่วันพ็ญหลายข้อเลย แล้วเจอกันนะคะ:-)
  • สวัสดีค่ะ น้องซี
  • พี่ไป มฟล. วันที่ 24 น่าจะไปถึงบ่ายถึงค่ำ อาจมีน้องพร มวล. ไปด้วยกันค่ะ รายนั้นบอกว่าอาจแวะเยี่ยมที่ มน. ก่อนค่ะ ถ้าพอมีเวลา แวะ มนง ก่อนก็ได้นะคะ
  • ไว้เจอกันค่ะ
ดีใจจังคะ ที่มีบรรณารักษ์ที่น่ารักและรักในวิชาชีพ เหมียวก็เป็นอีกคนหนึ่งคะ ที่เป็นบรรณารักษ์ฯ อยู่ มอ.สงขลา เขตการศึกษาสุราษฎร์ธานี คะ ยังไงมีข้อแลกเปลี่ยน หรือมีเรื่องราวใหม่ ๆ รบกวนพี่ซี ช่วยแนะนำด้วยนะคะ ยินดีที่ได้รู้จักคะ

สวัสดีค่ะ น้องเหมียว

  • ยินดีที่ได้รู้จักน้องเหมียวเช่นกันค่ะ
  • และยินดีให้ความช่วยเหลือ 24 ชม. เลยจ๊ะ
  • ฝากความคิดถึงน้องติ๊ก และพี่ลาภด้วยนะจ๊ะ

พี่ซี

  • เป็นศิษย์ปริญญาตรีเก่าที่นี่
  • อยากถามว่า
  • จบ ปริญญาตรี มหาวิทยาลัยทักษิณ ปีไหนครับ
  • ขอบคุณครับ

สวัสดีค่ะ พี่C..และต้องบอกว่าดีใจที่ได้รู้จักนะค่ะ  ชอบคำว่า บรรณารักษ์คือ มิตร เพราะมิตรคอยช่วยเหลือและตอบคำถามต่าง ๆ มากมาย เขียนมาเล่าเรื่องสนุก ๆ ในที่ทำงานบ้างนะค่ะ จะรออ่านค่ะ

สุดยอดเลยพี่ซี พี่เกิดมาเพื่อสิ่งนี้จริงๆ Fairy คนที่สำนักวิทยบริการเนี่ย น่ารักทุกคนเลยนะคะBouquetI Love You
P
PAN เมื่อ อ. 23 ม.ค. 2550 @ 12:40 (143066)
สุดยอดเลยพี่ซี พี่เกิดมาเพื่อสิ่งนี้จริงๆ Fairy คนที่สำนักวิทยบริการเนี่ย น่ารักทุกคนเลยนะคะBouquetI Love You
 
 
รวมถึงผมไหมครับ สำนักวิทยบริการเหมือนกัน แถมห้องสมุด JFK เหมือกันด้วย
รวมค่ะ รวมด้วย
  • ดีใจจังสองสาวน่ารัก(น้องปาน+น้องแป้น) กับสองหนุ่มคนเก่ง (อ.ขจิต+น้องภัทธ์)  แวะมาทักทายด้วย แล้วเจอกัน blog หน้าของทุกคนนะคะ
  • ซี

 

  • ตอบ อ.ขจิต นะคะ ขออภัยที่ตอบล่าช้า เพราะติดประชุมที่ ม.แม่ฟ้าหลวงอยู่ค่ะ แต่ก็ยังแอบแวะเข้ามาทักทายได้ค่ะ
  • ซีจบ ม.ทักษิณ รุ่นเก๋า รุ่นแรกเลยค่ะ 2540
  • อ๊ะ ๆ  ห้ามนับอายุเชียวนา ^--^
ไอเดียดีครับ

สวัสดีค่ะ คุณบรรน่ารัก

  •  สั้นๆ แต่รับรู้ได้ถึงคลื่นกำลังใจBeating Heartที่ส่งมาให้ ขอบคุณนะคะ

วิรงค์รอง

  • มาขำๆๆๆเป็นรุ่นน้องผมหลายปีครับ
  • ผมเป็นมศว ภาคใต้ ก่อนจะเป็น ม.ทักษิณ
  • ขอบคุณมากครับ

เห็นด้วยเลยครับ แม่ มิตร หมอ ช่วยให้ นักเรียน นักศึกษา ประชาชน นักวิจัย ผู้เสาะแสวงหาความรู้ได้รับความสนองตามที่ต้องการ นำไปสู่การพัฒนาที่แท้จริง หากองค์กรการศึกษาได้ทำงานร่วมกัน มีฝ่ายสนับสนุน ฝ่ายเกื้อกูล ฝ่ายนำร่อง ฝ่ายศึกษา ฝ่ายประเมินผล และฝ่ายอื่นๆ แล้วเดินไปด้วยกันทุกๆ องค์กรย่อย องค์กรใหญ่องค์กรนั้นก็จะเดินไปได้อย่างมีระบบครับ

ยินดีด้วยนะครับที่ได้ทำงานในสิ่งที่ตัวเองชอบและรัก ขอให้อยู่คู่งานที่รักตลอดไปครับ :=)

สวัสดีค่ะ คุณสมพร

  • เชื่อว่าบรรณารักษ์ทุกคน ภูมิใจที่ได้เป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของผู้ใช้บริการ และองค์กรในทุกระดับค่ะ
  • สำหรับ C นั้น บรรณารักษ์ "เป็นมากกว่าความภาคภูมิใจ เพราะเป็นวิชาชีพที่ทำให้ C มีความสุขทุกๆ วัน ได้พบเพื่อนร่วมงานที่น่ารักและได้เจองานที่ท้าทายด้วยค่ะ ที่สำคัญการได้กำลังใจดีๆ จากผู้ใช้ อย่างคุณสมพรเนี่ย ก็ช่วยต่ออายุความเป็นบรรณารักษ์ได้เยอะเลย
  • งานนี้ขออยู่คู่ความเป็นบรรณารักษ์จนถูกปลดระวางเลยค่ะ (ไม่โม้เท่าไหร่เลย จริงจริ๊ง)

สวัสดีค่ะ คุณปุณณ.

  • ขอตอบคำถาม "พื้นฐานการเป็นบรรณารักษ์"     
  • ยินดีต้อนรับน้องใหม่ร่วมอาชีพนะคะ แม้ว่า คุณปุณณ.จะจบนิเทศฯเอกประชาสัมพันธ์มา ก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อความเป็นบรรณารักษ์เลย
    กลับกัน คุณปุณณ.ยังเป็นบรรณารักษ์ที่มีความเชียวชาญในด้านการประชาสัมพันธ์ด้วย
  • งานบรรณารักษ์ฝึกฝนกันได้ไม่ยากค่ะ สาขาที่จบมาก็เอื้อประโยชน์ต่อความเป็นบรรณารักษ์มากทีเดียว ยกตัวอย่างเช่น เพื่อนพี่จบปริญญาตรีสาขาเดียวกับคุณปุณณ.ต้องศึกษาต่อปริญญาโททางด้านบรรณารักษศาสตร์รุ่นเดียวกัน แรกๆ เค้าก็ยังไม่คุ้นเคยนัก แต่พักหลังวักจะแซงหน้าบรรณารักษ์วิชาชีพ และทำได้ดีกว่าซะด้วย ดังนั้นงานนี้คุณปุณณ.ไปได้ฉลุยแน่
  • ความเป็นบรรณารักษ์ไม่ได้สำคัญเพียงงานในหน้าที่ ความรับผิดชอบ และความเสียสละ ทุ่มเทเวลาให้กับการพัฒนาตนเองอยู่เสมอ แต่สำคัญอยู่ที่ใจค่ะ คำเดียวสั้นๆ แต่มากด้วยความหมาย บรรณารักษ์ต้องมี จิตบริการ Beating Heart(service mind) หากเราบริการด้วยใจ ผลออกมาย่อมเป็นทางบวกเสมอ และนั้นคือแรงใจ คือความภาคภูมิใจ ที่จะสร้างเสริม เติมเต็มความสุขที่ได้รับจากความเป็นบรรณารักษ์ 
  • ระยะแรกของการเริ่มงานบรรณารักษ์ คุณปุณณ.อาจกังวลว่าจะทำได้ไม่สมบูรณ์ หรือไม่ดีพอ ปัญหาทุกอย่างแก้ไขได้ค่ะ แต่อาจต้องเหนื่อยสักนิด เพราะต้องตามติดข่าวสารเกี่ยวกับห้องสมุด และเทคโนโลยีสารสนเทศ หากปฏิบัติงานห้องสมุดเฉพาะ ก็ต้องเรียนรู้สาขาที่ห้องสมุดรองรับด้วย ทั้งนี้เพื่อกักเก็บความรู้ ความเข้าใจในหน้าที่และศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง ทั้งจากเว็บไซต์ วารสารของห้องสมุดต่างๆ หรือแม้แต่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์
    ของคนทำงานจาก G2K
    เพียงแค่นี้คุณปุณณก็เป็นบรรณารักษ์ที่สมบูรณ์แบบได้อย่างแน่นอน
  • หากต้องการความช่วยเหลือ หรือปรึกษาเรื่องใดโดยเฉพาะ ยินดีให้ความช่วยเหลือ 24 ชม.ค่ะ
  • ขอให้มีความสุขกับความเป็นบรรณารักษ์นะคะ

วิรงค์รอง^-^

บรรณารักษ์ เป็นอาชีพที่มีแต่ให้จริงๆ ครับ    เห็นทำแต่งานวันละหลายชั่วโมง อยู่เวรมากกว่าอยู่บ้านมั้งครับ  ออกสันทนาการบ้างนะครับ  เป็นห่วงครับ

ขอบคุณพี่ชนันท์ที่เป็นห่วงกันนะคะ เรื่องออกสันทนาการนั้นไม่ต้องเป็นกังวล แม้จะนั่งง่วนหน้าโต๊ะทำงานก็ไปได้ ใช้เที่ยวบิน URL งัย อย่างที่ไปเที่ยวบ้านพี่ชนันท์มาแล้วงัยคะ

สวัสดีครับ อยากทราบว่าทำงานอย่างไรให้มีความสุขครับ

จบด้านบรรณารักษ์มาตั้งแต่ปี48 ยังไม่มีโอกาสได้ทำงานด้านนี้อย่างเต็มตัวสักที ใครพอจะแนะนำช่องทางหรือโอกาสให้ได้มั่งคะ จะขอบคุณมากค่ะ

 

 

คนที่ทำงานด้านบริการ ทำงานด้วยใจรัก งานออกมาดี คนที่ได้รับประโยชน์ก็คนไม่พ้นผู้มาขอรับบริการนะครับ

เราเองก็ได้ประโยชน์จากความสุขที่ผู้รับบริการได้รับด้วย

เรียกว่า แค่เราทำงานดี ก็มีคนมีความสุขอย่างน้อย 2 คนแล้วครับ

แวะเข้ามาทักทายตามประสาบรรณารักษ์เหมือนกัน  สวัสดีค่ะ  สมัยเรียนเอกบรรณารักษ์ม.ราชภัฏมหาสารคามมีคติประจำเอกอยู่ว่า

"บรรณารักษณ์ทำได้ทุกอย่าง  ยกเว้นเอ็นต์ติด(เพราะถ้าเอ็นต์ติดก็คงไม่เรียนราชภัฏ ^-^)"

พอมาปีที่ดิฉันเป็นใหญ่ (อยู่ปี 4) จึงได้เปลี่ยนสโลแกนเป็น "บรรณารักษ์ที่ดีต้องมี 3 ส"

 

 

(ส-สูง--ไว้หยิบหนังสือชั้นสูงๆ  ส-สัน--เป็นภาษาอีสานนิยามถึงความแข็งแรงล่ำสัน  ไว้ยกหนังสือขึ้นชั้น  และส-สวย--บรรณารักษ์ต้องสวย  ขาดไม่ได้)

อย่าลืมแวะมาชมห้องสมุดสวนหนังสือเจริญกรุงบ้างนะคะ เป็นห้องสมุดประชาชนเช่นกัยค่ะ แต่เปิดให้บริการโดยบริษัทเอกชนโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น บรรยากาศสบายๆเหมือนอ่านหนังสือที่บ้าน มีเว็บไซต์ด้วยค่ะ http://www.thaibookgarden.org อย่าลืมแวะมาอ่านหนังสือดีๆกันนะคะ

http://projectlib.wordpress.com

ลองเข้าไปอ่านดูนะครับ

อยากเป็นบรรณารักษ์เก่งเหมือนคุณจังเลยขอรับ

มีอะไรสามารถปรึกษาได้ไหมขอรับ

ห้องสมุดผมเหงา

^^" แวะมายิ้มทักทายบรรณารักษ์ ผู้มีจิตวิญญาณในการบริการค่ะ

พี่ซี นี่เก่งเสมอเลยนะคะ ยุ้ยได้อะไรดีๆจากการอ่านแนวคิดใน blog ของพี่ซีเยอะมากเลยนะคะ

ขอบคุณค่ะ

ขออนุญาตนำบล็อกเข้าเพลนเน็ตสมาชิกด้วยคนนะค่ะ

ด้วยความเต็มใจค่ะ ขอบคุณคุณ sirisiri ที่ช่วยกระตุ้นให้กลับเข้าสู่บล็อกนี้อีกครั้ง ด้วยภาระงานมากมาย จึงห่างหายไปนานจริงๆ ขอบคุณอีกครั้งนะคะ

การชอบอ่านหนังสือ

จะทำให้เราเป็นบรรณารักษ์ได้ไหมค่ะ

ทั้งที่ไม่รู้เลยว่าบรรณารักษ์เค้าเป็นกันยังไง?

ขอบคุณนะค่ะที่มาเล่าสู่กันฟัง

ดีๆมากๆเลยค่ะขอบคุณน่ะค่ะ

สวัสดีค่ะ

หนูก็เรียนวิชาบรรณารักษ์ศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์ มรภ.อุบลค่ะ

ตอนนี้อยู่ปี่1 ค่ะ พึ่งเรียนได้อาทิตย์กว่าๆ เรียนหนักมาก บางวันเรียนตั้งแต่ 07:00 -17:30 น. (ก็มีแอบหลับกันบ้าง)

แต่อาจาร์ยบอกว่าเรียนหนักตอนนี้อนาคตเราจะได้สบายและมีงานที่ดีทำ

ว่างๆเดี๋ยวหนูจะแวะมาทักทายใหม่นะค่ะ

สวัสดีค่ะ น้องกิตติญา

ยินดีต้อนรับน้องใหม่หัวใจเดียวกันนะจ๊ะ คำพูดที่อาจารย์แนะนำนั้นถูกต้องแล้วจ๊ะ

ไม่ว่าจะเป็นการทำอะไรก็ตาม ถ้าเราตั้งใจตั้งแต่เริ่มต้น แม้จะเหนื่อยแค่ไหน ปลาย

ทางย่อมเป็นสุขเสมอ

สมัยพี่เรียนป.ตรี พี่ก็ลงกระหน่ำหน่วยแทบจะป่วยกันเลยที่เดียว เพราะพี่มีแม่และพ่อ

อาชีพรับจ้างและค้าขาย ท่านอายุมากแล้วยังต้องทำงานหนักส่งให้พี่เรียน พี่จึงจบตาม

หลักสูตรได้โดยใช้เวลาเพียง 3 ปี มีโอกาสทำงานและตอบแทนพระคุณพ่อ แม่

ก่อนเพื่อนรุ่น 1 ปี

น้องกิตติญามีโอกาสที่จะทำได้ดีกว่าพี่แน่นอน หากท้อแท้ให้ระลึกถึงพระคุณของพ่อ

และแม่ไว้ ไม่มีกำลังใจใดจะมีค่าเท่ากำลังใจที่ได้รับจากครอบครัว พี่จะเป็นกำลังใจให้นะคะ

พี่ซี^-^

สบายดีนะ C