สำนักข่าว BBC ตีพิมพ์เรื่อง 'Cutting salt should be 'global priority' = "(การ)ลดเกลือควรเป็น", ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟังครับ
- [ priority ] > [ ไผร่ - อ๊อ - หริ - ถี่ ] > http://www.thefreedictionary.com/priority > noun = เรื่อง (หรือสิ่ง) ที่ต้องจัดการก่อน (มาก่อนเรื่องอื่น)
- คำนี้มาจากภาษาฝรั่งเศสเก่า ศัพท์เดิม = first = ซึ่งเป็นที่หนึ่ง / อันดับหนึ่ง
การศึกษาใหม่ (ตีพิมพ์ใน BMJ) จากมหาวิทยาลัยวอร์วิค และลิเวอร์พูล อังกฤษ รายงานว่า การลดปริมาณเกลือลง 15% จะช่วยชีวิตคนได้ประมาณ 8.5 ล้านคนใน 10 ปี (ทศวรรษ = 10 + ฤดูฝน/พรรษา)
.
เกลือในที่นี้ คือ เกลือโซเดียม เช่น เกลือแกง เกลือในผงชูรส-ผงปรุงรส-น้ำปลา-ซอส-น้ำจิ้ม-ซีอิ๊ว ฯลฯ
.
เรื่องสุขภาพ 2 เรื่องที่มีความคุ้มทุน (cost effective) มากที่สุดในการพัฒนาชีวิตคนทั่วโลกได้แก่
- (1). ลดบุหรี่ > ห้ามโฆษณาบุหรี่
- (2). ลดเกลือ
เคล็ดลับ คือ ออก 'กฎหมาย' ให้โรงงาน หรืออุตสาหกรรมอาหารสำเร็จรูปลดปริมาณเกลือลง เนื่องจากวิธีนี้จะทำให้คนทั่วโลกลดเกลือได้โดยแทบไม่รู้ตัว!
.
การศึกษาที่ผ่านมาพบว่า ยิ่งกินเกลือมาก-ความดันเลือดยิ่งสูง, ถ้าลดเกลือให้น้อยลง-ความดันเลือดจะลดลง
.
ความดันเลือดสูงเพิ่มเสี่ยงโรคหัวใจ สโตรค (stroke = กลุ่มโรคหลอดเลือดสมองแตก-ตีบตัน อัมพฤกษ์ อัมพาต), ไตเสื่อม-ไตวาย
.
ประชากรสหรัฐฯ มี 312 ล้านคน, ถ้าลดเกลือลง 1/3 จะช่วยชีวิตคนได้หลายหมื่นคน และประหยัดค่าใช้จ่ายสุขภาพ $24 billion/ปี = 24,000 ล้านดอลลาร์ฯ/ปี = 720,000 ล้านบาท/ปี [ Census ]
.
สโตรคและโรคหัวใจ 70% พบในประเทศที่กำลังพัฒนา หรือประเทศที่มีฐานะยากจน ทำให้โรคภัยไข้เจ็บเป็นอุปสรรคสำคัญในการพัฒนาประเทศยากจน
.
ศ.ฟรานซิสโก คาปูชิโน จากมหาวิทยาลัยวอร์วิค กล่าวว่า โครงการรณรงค์ลดเกลือประสบความสำเร็จในฟินแลนด์ โปรตุเกส และญี่ปุ่นมาแล้ว แสดงให้เห็นว่า คนเรา "ฝึก" ตุ่มรับรสที่ลิ้นให้คุ้นเคยกับอาหารประเภท "เค็มน้อยลง" ได้
.
วิธีลดเกลือในชีวิตประจำวัน ใช้เวลาฝึกประมาณ 3 สัปดาห์ ได้แก่
.
(1). ชิมก่อนปรุงทุกครั้ง
.
(2). ฝึกนิสัยไม่เติมซอส-น้ำปลา-ซีอิ๊ว-ผงปรุงรส-เกลือในอาหารที่ปรุงเสร็จแล้ว
.
(3). ฝึกกินอาหารปรุงเองที่บ้านแทนอาหารซื้ออย่างน้อย 1 มื้อ/วัน, หรือถ้ายังทำไม่ได้... ให้นำกับข้าวนอกบ้านกลับไปกินกับข้าวกล้องหุงเองอย่างน้อย 1 มื้อ/วัน พร้อมผักง่ายๆ เช่น แตงกวา มะเขือเทศ ฯลฯ หรือผลไม้ที่ไม่หวานจัด เช่น ฝรั่ง แอปเปิ้ล ส้มโอ ส้ม ชมพู่ ฯลฯ
.
(4). ลดเนื้อ-อาหาร-ขนมสำเร็จรูป (เช่น ขนมใส่ถุง เบเกอรี คุกกี้ ฯลฯ) อย่างน้อย 1/2
.
(5). เปลี่ยนเนื้อสำเร็จรูปเป็นเนื้อไม่ติดมัน สัตว์ปีก เช่น ไก่ เป็ด ฯลฯ, ปลา หรือโปรตีนจากพืช เช่น เต้าหู้ ฟองเต้าหู้ นมถั่วเหลืองเสริมแคลเซียม ถั่ว โปรตีนเกษตร ฯลฯ
.
(6). ดื่มน้ำให้พอ สังเกตได้จากการไปปัสสาวะในช่วงกลางวันทุกๆ 1-2 ชั่วโมง และสีปัสสาวะไม่เหลืองเข้ม
.
ช่วงกลางคืนควรดื่มน้ำให้น้อยลง เพื่อป้องกันการนอนหลับๆ ตื่นๆ หรือหลับไม่สนิท (ต้องลุกไปปัสสาวะ)
.
การดื่มน้ำไม่พออาจทำให้ร่างกายสับสน เข้าใจผิดคิดว่า หิว เลยกินอาหารมากขึ้น และได้รับเกลือมากขึ้น
.
(7). หาโอกาสวัดความดันเลือดทุกๆ 2 เดือน โดยครั้งแรกให้วัดทั้งแขนซ้ายและแขนขวา ครั้งต่อไปให้วัดแขนข้างที่ถนัด เนื่องจากแขนข้างที่ถนัดมักจะมีขนาดใหญ่กว่า และวัดความดันได้สูงกว่าข้างที่ไม่ถนัด
.
ถึงตรงนี้... ขอให้ท่านผู้อ่านมีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ
.
- นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ รพ.ห้างฉัตร ลำปาง. 14 สิงหาคม 2554. ยินดีให้ท่านนำบทความทั้งหมดไปใช้ได้ > CC: BY-NC-ND.
- ข้อมูลทั้งหมดเป็นไปเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค; ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูงจำเป็นต้องปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้.
>