ก่อนที่จะศึกษา พระไตรปิฏก คงต้องทราบก่อนว่าพระพุทธศาสนาคืออะไร
ตอบง่ายๆ โดยแปลตามตัวอักษรว่า
พระพุทธศาสนา คือ คำสอนของพระพุทธเจ้า
พระไตรปิฎกคืออะไร
พระไตรปิฎก ก็คือ คัมภีร์ที่ประมวลเอาคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้ามาจารึกไว้ พระไตรปิฎกจึงเป็นที่รวบรวม บรรจุไว้ หรือจารึกไว้ ซึ่งพระพุทธศาสนานั้นเอง
ในเมื่อพระพุทธศาสนาแปลว่าคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าและพระไตรปิฎกเป็นที่ประมวลไว้ซึ่งพระพุทธศาสนาคือคำสอนของพระพุทธเจ้า เพราะฉะนั้น การรักษาพระไตรปิฎกจึงเป็นการรักษาพระพุทธศาสนา
ถ้าพูดให้ลึกลงและให้กว้างออกไป พระไตรปิฎกมีความสำคัญต่อการธำรงรักษาพระพุทธศาสนาอีกหลายอย่าง
นอกจากมองพระพุทธศาสนาในความหมายที่เป็นคำสั่งสอนแล้ว
พระพุทธศาสนายังหมายถึง การเล่าเรียน การศึกษา การปฏิบัติ และการจัดการต่างๆ ให้มีการเล่าเรียนศึกษาปฏิบัตินั้นทั้งหมด ซึ่งรวมถึงทุกอย่างที่เราเรียกว่าเป็น "สถาบัน"
และเป็นพระพุทธศาสนาที่ประชาชนทั่วไปเข้าใจ
ในความหมายนี้พระไตรปิฎกก็มีความสำคัญต่อการธำรงพระพุทธศาสนา ดูง่ายๆ ดังต่อไปนี้
พระพุทธเจ้าตรัสไว้เองก่อนปรินิพพาน ซึ่งเราจำกันแม่นทีเดียวว่า เมื่อพระองค์ปรินิพพานล่วงลับไป ไม่ได้ทรงตั้งพระภิกษุองค์ใดเป็นศาสดาแทนพระองค์ แต่พระองค์ได้ทรงมอบหมายให้ชาวพุทธได้รู้กันว่า พระธรรมวินัยนั้นแหละเป็นพระศาสดาแทนพระองค์ ชาวพุทธจำนวนมากถึงกับจำพุทธพจน์ภาษาบาลีได้ว่า
“โย โว อานนฺท มยา ธมฺโม จ วินโย จ เทสิโต ปตฺโต โส โว มมจฺจเยน สตฺถา”
แปลว่า ดูก่อนอานนท์ ธรรมและวินัยใดที่เราได้แสดงแล้ว และบัญญัติแล้ว แก่เธอทั้งหลาย ธรรมและวินัยนั้นจะเป็นศาสดาของเธอทั้งหลายโดยกาลที่เราล่วงลับไป
นี้คือพุทธพจน์ที่ให้เห็นว่า พระธรรมวินัยเป็นศาสดาแทนพระพุทธเจ้า พระธรรมวินัยนี้ก็คือคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้านั้นเอง พระธรรมวินัยจึงเท่ากับเป็นองค์พระศาสดา และเป็นตัวพระพุทธศาสนา
พระธรรมวินัยนี้ก็ประมวลอยู่ในพระไตรปิฎก พระไตรปิฎกจึงเป็นที่สถิตของพระธรรมวินัย
เมื่อพระไตรปิฎกเป็นที่สถิตของพระธรรมวินัย
พระไตรปิฎกจึงเป็นที่สถิตของพระบรมศาสดาของชาวพุทธ
เมื่อรักษาพระไตรปิฎกไว้ จึงเท่ากับดำรงรักษาพระพุทธเจ้าไว้ และรักษาพระพุทธศาสนาด้วยนั่นเอง
เพราะฉะนั้น ในความหมายนี้ พระไตรปิฎกก็มีความสำคัญต่อการรักษาพระพุทธศาสนาอย่างเต็มที่
รักษาพระไตรปิฎก
คือรักษาผลงานและจุดหมายของการสังคายนา
ในแง่ของการสังคายนา ชาวพุทธก็รู้กันอยู่แล้วว่าการ สังคายนาเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเป็นการประมวลหรือรวบรวมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า การสังคายนานั้น เริ่มมีมาตั้งแต่พระพุทธเจ้ายังทรงพระชนม์อยู่ ดังที่พระองค์เคยปรารภกับพระจุนทะว่า ควรจะสังคายนาธรรมทั้งหลายที่พระองค์ได้ทรงสั่งสอนไว้ เพื่อให้พรหมจริยะคือพระศาสนาดำรงอยู่ได้ยั่งยืน
ก่อนพระพุทธเจ้าปรินิพพาน พระสารีบุตรได้ทำสังคายนาเป็นตัวอย่างไว้ ดังปรากฏในสังคีติสูตร ซึ่งอยู่ในพระไตรปิฎกเล่ม ๑๑ การสังคายนาพระธรรมวินัยเริ่มเอาจริงเอาจังเป็นงานเป็นการใหญ่ของสงฆ์ส่วนรวมขึ้น หลังพุทธปรินิพพาน ๓ เดือน เมื่อพระมหากัสสปเถระเป็นประธานทำสังคายนาครั้งที่ ๑
การสังคายนา ก็คือ การประมวลคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า อันได้แก่ พระธรรมวินัย มาจัดวางไว้เป็นแบบแผน ให้ทรงจำไว้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เป็นหลักของพระพุทธศาสนาสืบมา
พระธรรมวินัยที่ได้สังคายนารวบรวมไว้นี้ ต่อมาก็เป็นพระไตรปิฎก พระไตรปิฎกจึงเป็นผลของการสังคายนา โดยเป็นที่รวบรวมพระธรรมวินัยที่ได้สังคายนาไว้นั้น
ในเมื่อพระพุทธเจ้าตรัสไว้แล้วว่า ให้สังคายนาพระธรรมวินัย เพื่อให้พรหมจริยะคือพระศาสนายั่งยืน เพื่อประโยชน์สุขแก่ชาวโลก
พระไตรปิฎกก็คือผลงานที่เป็นประจักษ์พยานของการสังคายนานี้
เพราะฉะนั้นพระไตรปิฎก จึงมีความสำคัญโดยเป็นที่รักษาพระพุทธศาสนาอยู่ในตัวของมันเอง
(มีต่อ)
พยายามอ่านทำความเข้าใจ เข้าใจไม่ง่าย จึงคิดนำมาบันทึกไว้ในสมุดบันทึกเพื่ออ่านแล้วอ่านอีกค่ะ ยินดีถ้ามีท่านผู้รู้ช่วยแสดงความคิดเห็นค่ะ
เอาแบบชื่อหนังสือเลยครับ
เสียดายคนตายไม่ได้อ่าน
นะครับ
อาจารย์อ่านก่อนแล้ว แน่ ๆ มีอะไรช่วยแนะนำค่ะ
ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ
40 กว่าเล่มหนาๆ (ผมเองยังจำไม่ได้ว่ามีกี่เล่มทั้งที่ซื้อมาตั้งไว้หัวนอน) คงอ่านไม่ไหวครับ ยกเว้นเอาไว้อ้างอิง
ก่อนตาย ผมมีแผนจะทำพระไตรปิฎกฉบับมือถือ
วันนี้ต้องขอบคุณท่านสุชีพปุณญานุภาพ ที่ได้ทำ พระไตรปิฏกฉบับประชาชนไว้แล้ว แต่ผมยังว่ามันหนาไป และ ยังมีข้อความซ้ำๆ และไม่จำเป็อยู่มาก ยังลดลงมาได้อีก 5 เท่า
อ่านพระไตรปิฎกต้องระวังด้วยครับ มีการสอดแทรกปลอมแปลง เป็นช่วงๆ โดยเฉพาะ "ครุธรรม ๘" ที่ผมได้วิสัชนาไว้แล้วในโพสต์เก่าๆ ของผม ...นอกจากปลอมแปลง แบบอกุศล แล้วยังมีการสอดแทรกเพิ่มเติมแบบ "กุศล" เข้ามาอีก เช่น พระอภิธรรม (ซึ่งความจริงสอดแทรกแบบเป็น อรรถกถา ก็ย่อมได้ ไม่น่าต้องเอามาอ้างเป็นพุทธพจน์ด้วยนิทานว่า เป็นการสอนพระพรหมเพื่อบลัฟพวกแขกฮินดูก็ยังได้)
สี่สิบห้าเล่ม ใช่ไหมคะ (ฉบับท่านพระพรหมคุณาภรณ์)
ดิฉันเองคิดว่า ตัวเองจะพยายามอ่าน และทำความเข้าใจ ไม่ต้องจำได้
อ่านเพียงเท่าที่ทำได้ เท่าที่มีกุศลผลบุญส่ง บางวัน บางเวลา อ่านแล้วไม่เข้าใจเลยก็มีค่ัะ
สองสามสัปดาห์นี้ มีเรื่องให้ครุ่นคิดทางการงาน นอกเวลางาน อ่านพุทธธรรม แล้่วเลยคิดถึง พระไตรปิฏก แปลกใจว่า เคยมีครู ผู้ใหญ่ที่นับถือ กัลยาณมิตร พี่น้องแท้ ๆ แนะนำให้หัดอ่าน ทำไมไม่อ่าน ทั้งที่เมื่อก่อนมีเวลาว่างมากกว่านี้
คงเพราะ ยังไม่มี บุญหนุน
อ่านแล้วบางเรื่องคิดว่า น่าอ่านซ้ำ น่าจัดบรรทัด จัดย่อหน้า จึงนำมาบันทึกไว้ที่นี่
แอบแว่บคิดว่า ถ้ามีกำลังพอ น่าเพียรพยายามย่อเป็น ฉบับพกพา
คงยากเอาการ
ขอบคุณค่ะสำหรับความคิดเห็น