ดูละครแล้วย้อนดูตัวเรา : จาก "ดอกส้มสีทอง" - "เมียแต่ง"

เมื่อมีปัญหาเรามักโทษนั่น โทษนี่ หรือบางทีก็นึกโทษตัวเอง จนบางครั้งลืมนึกถึงวิธีแก้ปัญหาที่ดี ลืมไปว่าทุกปัญหามีทางออก และวิธีแก้ไข
 
“โลกคือละคร” เป็นวาทกรรมเปรียบเปรยชีวิตคนได้ดียิ่งนัก เพราะชีวิตคนนั้นต้องเป็นไปตามบทตามตอนของผู้สร้าง/ผู้เขียนบท/ผู้กำกับ ที่สมมติให้เป็น  ดีบ้าง ร้ายบ้างแตกต่างกันไปตามบทบาทของตัวละครนั้นๆ  จะต่างอยู่บ้างก็ตรงที่ชีวิตจริงนั้นไม่มีสิ่งสมมติ  ทุกสิ่งอย่างล้วนเป็นบทบาทจริงที่มีผู้กำกับคือตัวเราเอง บางคราวจึงอาจเลือกบทที่จะเล่นได้ แต่ในบางขณะก็ไม่ง่ายนักที่จะเลือกบทให้กับตัวเอง

 

ว่าไปแล้วผู้เขียนเองมิใช่คนที่ชอบดูละครเป็นชีวิตจิตใจ  แต่ก็ใช่ว่าจะไม่ดูเสียเลยทีเดียว  หรืออาจเรียกว่าดูเป็นงานอดิเรกบ้างก็คงไม่ผิด  จึงมีบางครั้งที่ต้องตกข่าว ตกยุคไปบ้าง ผลคือคุยกับคนอื่นไม่รู้เรื่อง  ซึ่งสุดท้ายผู้เขียนก็ต้องหันมาดูละครเพื่อให้ทันเหตุการณ์ (สนทนากับคนรอบข้างได้) และเก็บเอาเกร็ด ข้อคิดในบางบทบางตอนมาปรับใช้กับการดำเนินชีวิตประจำวัน

 

ตอนละคร ดอกส้มสีทอง ออกอากาศทาง ช่อง ๓ โด่งดังเป็นที่วิภาษณ์วิจารณ์ของสังคมอยู่นั้น  ผู้เขียนก็มีโอกาสได้ดูบทบาทของ “เรยา..” ตัวเอกของเรื่องจากกระแสสังคม และก็ทำให้รับรู้ที่มาที่ไปว่า ทำไม เรยา..ถึงต้องเป็น... เมื่อดูและพิเคราะห์อย่างถี่ถ้วน  ถึงได้รู้ว่า บางครั้งบทชีวิตของคนเรา ความทะเยอทะยาน และความเพ้อฝัน ก็ใช่ว่าจะเริ่มเขียนบทจากตัวเราเอง หากแต่สังคม  สภาพแวดล้อมก็มีส่วนไม่น้อยในการร่วมเขียน และขีดเส้นให้เราเล่นไปตามบทบาท
 
เรยา.. เกิดเป็นลูกสาวใช้ อาศัยอยู่ในบ้านรโหฐานของมหาเศรษฐี  ถูกกดขี่  ข่มเหง  ดูถูก  เหยียดหยาม สารพัด  ขณะที่ฝ่ายแม่ก็ตามใจลูกสาวด้วยการให้ความรักที่ผิดๆ จนเกิดปมด้อยกับตัวเอง  ความเป็นปมด้อยสั่งสมให้เรยา..ฝันอยากเป็นนางฟ้าที่สูงส่ง ทะเยอทะยาน จนลืมผิด - ชอบ ชั่ว - ดี แต่สุดท้ายด้วยผลแห่งกรรม เรยา.. ก็ได้รับบทเรียนแห่งการทะเยอทะยานในทางผิดสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง  ในวาระสุดท้าย เรยา.. ไม่เหลือแม้กระทั่งเพื่อนชายที่ดีที่สุดของเธอ
 
หลังละคร “ดอกส้มสีทอง” จบลงผู้เขียนไม่ค่อยมีโอกาสได้ดูละครเป็นเรื่องเป็นราวอีก จวบจนเมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา  มีโอกาสได้พูดคุยกับภรรยาสุดที่รัก.. และมีตอนหนึ่งที่เธอพูดขึ้นมาว่า “หนูคงไม่ดีได้เท่า "อรุณประไพ" หรอกพี่” หลังจากที่ผู้เขียนแซวภรรยาเล่นตามประสาผัวเมียแบบทีเล่นทีจริง...อิอิ... และจากคำพูดนั้นทำให้ผู้เขียนนึกสงสัยว่า “อรุณประไพ” คือใคร และต้องหันกลับมาดูละครเรื่อง “เมียแต่ง” อีกครั้ง ซึ่งมีคุณ “ชมพู่” อารยา  เอ ฮาร์เก็ต ตัวละครที่เคยรับบท “เรยา..” ในดอกส้มสีทอง  มารับบท “อรุณประไพ”

 

“อรุณประไพ” ในเรื่อง “เมียแต่ง”.. มีอุปนิสัยที่นิ่มนวล มีเหตุมีผล เพียบพร้อมไปด้วยสมบัติผู้ดีทั้งภายในและภายนอก  เมื่อเทียบกับ “เรยา” ในละคร “ดอกส้มสีทอง” ดูๆ ไปก็ให้มีกิเลสเกาะกินใจ  พานึกอิจฉา “คงไคย” พระเอกของเรื่องว่า เหตุไฉนจึงวาสนาดีได้เมียเช่นนี้ (คิดอิจฉาเล่นๆ นะครับ) แหมก็ไม่ให้อิจฉาได้ไงแม่คุณช่างแสนดีขนาดนั้น “อรุณประไพ” จะไม่เก็บเอาสิ่งร้ายๆ ในอดีตมาขบคิดให้เป็นอุปสรรคบั่นทอน และขัดขวางการดำเนินชีวิตในอนาคต  ในทางกลับกัน “อรุณประไพ” จะคอยให้กำลังใจสามี และคิดหาแนวทางแก้ปัญหาทุกครั้ง...
 
วันนี้แม้ละครเรื่อง “เมียแต่ง” จะยังไม่ถึงตอนอวสาน แต่ก็พอคาดเดาได้ว่า ด้วยความดีของ “อรุณประไพ” จะทำให้หนังเรื่องนี้จบแบบ แฮปปี้ แอนดิ้ง แน่นอน ดูละครแล้วอดไม่ได้ที่จะย้อนดูตัวเองว่าที่ผ่านมาเราหมกมุ่งอยู่กับ “อดีต” มากไปหรือเปล่า  เมื่อมีปัญหาเรามักโทษนั่น โทษนี่ หรือบางทีก็นึกโทษตัวเอง  จนบางครั้งลืมนึกถึงวิธีแก้ปัญหาที่ดี ลืมไปว่าทุกปัญหามีทางออก และวิธีแก้ไข  เพียงแค่เราหยุดคิดสักนิด ตั้งสติให้มั่น ทุกปัญหาก็จะถูกคลี่คลายไปในแนวทางที่ดี ดั่งวลีเด็จของ “อรุณประไพ” ที่พูดกับ “คงไคย” ในตอนหนึ่งว่า “...ยังไงเรื่องมันก็เกิดขึ้นแล้ว เรามาแก้ปัญหาดีกว่านะคะ มานั่งโทษตัวเองอย่างนี้ ไม่มีประโยชน์...” ( คุณๆ ละครับ..เมื่อเกิดปัญหา..เลิกโทษตัวเอง และคนอื่น แล้วตั้งสติคิดหาวิธีแก้ไขหรือยัง ? )

ขอบคุณ ภาพจากอินเทอร์เน็ต

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน นา - นา บทความ กับ พาดีซอ



ความเห็น (20)

นานๆ จะนึกคิดนำละคร "น้ำเน่า" มาเขียนให้ออกมาดูดีมีสาระสักครั้ง ขอให้ดอกไม้ตัวเองก่อนใครเพื่อน ไม่ว่ากันนะครับ เฮ้อ.. อย่างนี้ก็มี อิอิ...

เขียนเมื่อ 

ดีแล้วล่ะที่นำบทละครมาสะท้อนละครชีวิตได้

และก็โชคดีที่คู่ชีวิต..มีข้อคิดและแสดงความเห็น..ให้ชัดเจน

ละครกับชีวิตก็คล้ายๆกัน เราจะเลือกเล่นบทไหน

แต่ละครถูกเขียนบทด้วยคนอื่น  ส่วนชีวิตเราเขียนบทเอง

ถ้าเล่นเป็นพระเอก..อย่าลืมให้บทนางเอกเขาด้วยนะ

แวบมาดูดอกทองสีส้ม เอ้ย อะไรนะ ดอกส้มสีทอง

ผมชักจะแก่เกินไปแล้ว

เขียนเมื่อ 

ช่วงกระแส"เรยา"มาแรงก็ได้ดูบ้างเพราะชอบบทบาทของตัวละคร จึงติดตามมา

ดูจนถึง"เมียแต่ง"  ชีวิตจริงจะมีแบบนี้สักกี่คนหรือกี่คู่หนอ...

พยายามอยู่กับปัจจุบันนั่นแหละดีที่สุด  เพราะสิ่งที่ผ่านไปแล้วอย่าเก็บมาเป็น

อารมณ์ ส่วนอนาคตก็อย่าไปคาดเดาหรือคาดหวังเลย

สวัสดีครับ คุณครู ป.1 ขอบคุณครับที่แวะมาทักทาย

ภรรยาผมเป็นคนน่ารักครับ...แม้ชีวิตคู่เราจะไม่ได้เริ่มด้วยคำว่ารักเสียทีเดียว แต่ความเข้าใจ และความจริงใจ ก็ส่งให้เราผ่อนหนักผ่อนเบา ไปด้วยกันได้ดีครับ...

แต่จะให้ละครมาเหมือนชีวิตจริงคงเป็นไปได้ยากนะครับ เขาพูดก็ถูกแหละครับ "ผมเองก็เชื่อว่าในสังคมปัจจุบัน คงหาผู้หญิงได้ไม่มากนักที่ทำได้เหมือน "อรุณประไพ"

ผู้หญิงเก่งครับ เก่งมาแต่สมัยโบราณกาล ติดแต่เวทีแสดงออกมีน้อย.. เวลานี้สังคมโลกเปลี่ยนไป ความสามารถในตัวผู้หญิงได้รับการยอมรับมากขึ้น เหมือนประเทศไทยก็มี "นายกหญิง" แล้วใช่ไหมครับ

สวัสดีครับ อาจารย์ ดร.โสภณ เปียสนิท 

  • ขอบคุณกับกำลังใจครับ... บางทีก็อยากปรึกษาอาจารย์.. ทาง Facebook เหมือนกับนักศึกษาสาวคนนั้นเหมือนกันนะครับ..
  • แต่จะหวั่นจะชวนอาจารย์คุยเรื่อง "ดอกทองสีส้ม" เอ้ย "ดอกส้มสีทอง" (ผมเลยผิดตามอาจารย์เลย...อิอิ..) แล้วอาจารย์จะไม่ชอบ...5555

สวัสดีครับ คุณครู (กีร์) krugui Chutima

ขอบคุณสำหรับกำลังใจ และแนวคิดดีๆๆ ครับ ทั้งอดีต และอนาคต เป็นสิ่งที่เลือนลางทั้งสิ้นครับ อยู่กับปัจจุบันดีที่สุด เป็นข้อคิดที่ดีมากๆ ครับ

สวัสดีครับ คุณหมอCMUpal

ขอบคุณครับที่แวะมาเยี่ยมเยียน

  • สวัสดีค่ะคุณพาดีซอ 
  • ไม่ค่อยได้ดูหนัง ดูละครซักเท่าไหร่ แม้แต่ข่าวคราวก็ออกจะเบื่อๆ เลยไม่ค่อยทราบข้อมูลมากนัก 
  • ทุกอย่างมีเหตุและผลในตัวเองเสมอ..ไม่ว่าเรื่องใด เพียงแต่จะสามารถมองเห็นหรือไม่เท่านั้น...
  • ยินดีที่ได้รู้จักและขอบคุุณมากนะคะที่แวะไปร่วมแสดงความคิดเห็น
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

  • พี่เป็นคนติดข่าวและละครช่อง 3  จึงรู้จักทั้งเรยา และอรุณประไพ
  • คนอะไรแสดงได้"สุดโด่ง"ทั้งสองเรื่อง  ช่างเป็นนักแสดงอาชีพ
  • แต่ในชีวิตคนจริงๆคงหาอรุณประไพยาก  แต่เรยามีเกลื่อนเมือง
  • พี่คงเหมือนผู้หญิงส่วนใหญ่ ไม่ยอมเป็นอรุณประไพหรอกค่ะ อิๆๆ

สวัสดีครับ Kanchana  ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันครับ

ก็อย่างที่ผมบอกไว้ในบันทึกครับ ว่าผมเองก็ไม่ค่อยได้ดูละคร
แต่่ถ้าเรื่องไหน มีประเด็นให้ต้องดูก็จะดูบ้างเพื่อให้พอได้ทราบ
ความเป็นมาเป็นไป พอให้ได้คุยกับใครๆ เขาได้ครับ

ขอบคุณนะครับ ที่แวะมาให้กำลังใจ และร่วมแสดงความคิดเห็น จริงอย่างที่พี่ว่าครับ...ว่าทุกสิ่งอย่างย่อมีเหตุ - ผลในตัวครับ

สวัสดีครับ คุณkrusorn ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมเยียนครับ

ว่าไปแล้วคงไม่ีมีใครดีได้มากมายขนาดนั้นหรอกครับ พี่ครู..ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้วนี่ครับ สมัยนี้ผู้หญิงบางคนก็มีความสามารถยิ่งกว่าผู้ชายอกสามศอกหลายเท่า จะมาให้ต้องกล้ำกลืนฝืนทนเหมือน "อรุณประไพ" คงเป็นเรื่องยาก

แต่ที่น่าเอาอย่างสำหรับหญิง และคนดูละครทุกคน เห็นจะเป็นเรื่องการไม่เก็บเอาอดีตมาเป็นอุปสรรค ด้วยการอยู่กับปัจจุบัน และอยู่อย่างมีสติครับ 

จำได้ว่ามีฉากหนึ่งที่ "อรุณประไพ" บังเอิญได้ยินคำนินทาจากเพื่อนร่วมงาน และมีเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งเป็นห่วงว่าอรุณประไพว่าจะทำงานไม่ได้เนื่องจาก สภาพจิตใจไม่พร้อม แต่ "อรุณประไพ" บอกว่า เธอแยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวได้... น่ายกย่องจริงๆ ครับ

เขียนเมื่อ 

ทำให้ต้องย้อนดูตัว...ในทันใด

อ่านแล้วด้วยนะ

เขียนเมื่อ 
  • สวัสดีค่ะ
  • บุษราแวะมาทักทาย พร้อมกับมาขอบคุณที่คุณแวะไปคอมเม้นท์งาน "ราคาเต็มความรัก" ให้ค่ะ และยินดีที่ได้รู้จักกันค่ะ 
  • อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ๆ รักษาสุขภาพด้วยค่ะ
  • ขอบคุณค่ะ

                            

เขียนเมื่อ 
  • สวัสดีค่ะ คุณป่าไม้เลื้อย
  • เชื่อมโยงและนำเสนอเรื่องราวได้น่าสนใจทีเดียวค่ะ
  • ตัวละครตัวเดียวกันแต่ต่างบทบาท  บทหนึ่งคนเกลียดชังทั้งเมือง
    อีกบทหนึ่งเป็นที่รักของภรรยาหลวง...
  • ตัวละครเขาเล่นแล้วได้เงิน...ส่วนละครจากชีวิตจริงเราเล่นโดยมีตัวเองเป็นผู้กำกับ
    "สูงต่ำอยู่ที่ทำตัว  ดีชั่วอยู่ที่ตัวทำ"  ชีวิตเลือกได้เสมอนะคะ
  • ขอบพระคุณที่แวะไปให้กำลังใจในหลายบันทึกของธรรมทิพย์ค่ะ
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ ไม่ค่อยได้ดูหนัง ละคร

หากแต่ทุกสื่อ ก็มีดี ขึ้นอยู่กับ มุมคิด ของเราเอง นะคะ ตะบลือ เจ้า

สวัสดีครับ คุณบุษรา ขอบคุณที่แวะมาทักทายและให้กำลังใจครับ

ห่างหายจาก GotoKnow หลายวันเพราะกลับไปเยี่ยมพ่อแม่บนดอย กลับมาถึงได้รู้ว่ามีคนมาให้กำลังใจ ขอบคุณที่เป็นห่วงเรื่องสุขภาพ ยังไงก็ขอให้รักษาสุขภาพเช่นกันนะครับ

สวัสดีครับคุณ ธรรมทิพย์

ขอบคุณที่แวะมาให้กำลังใจ และทักทายครับ ไว้ผมจะแวะเวียนไปเยี่ยมบ่อยๆ นะครับ

ตะบลึ คุณPoo เช่นกันครับ

ที่กรุณาแวะมาเยี่ยมเยียน และให้กำลังใจ