รัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์ออกสตาร์ทไม่สวย ยังไม่ได้แถลงนโยบายต่อสภาก็มีคำถามน่าคิดว่า ทำเพื่อใคร ทำเพื่อประเทศหรือพี่ชาย แม้กระทั้ง สื่อที่ว่าอยู่ในมือของพรรคเพื่อไทยก็ยังตั้งคำถามกันมากมาย
ทำให้ไม่แน่ใจว่า ครม.จะราบรื่นหรือไม่? คุณอภิสิทธิ์มาเป็นฝ่ายค้านก็แสดงฝีมือเป็นตัวแทนประชาชนได้ดี เพราะรู้จริง ไม่ต้องฝึกการเป็นนายกฯ เพราะเคยเป็นมาแล้ว 2 ปีครึ่ง
ประเทศไทยก็มีอะไรน่าสนใจแบบนี้แหละ คิดว่าชนะเลือกตั้งได้ 265 เสียงแล้วจะทำอะไรได้โดยไม่มีขีดจำกัด
วันนี้ผมจะมองปรากฏการณ์ 3 ประเทศและ 3 เมืองใหญ่ แล้วสรุปว่าคนไทยควรจะระวังอะไร?
ประเทศอเมริกามีเมืองหลวงคือ วอชิงตันดีซี
ปัญหาคือ เมื่อเกือบ 3 ปี ที่แล้วมีประธานาธิบดีผิวดำ ชื่อ โอบามาจากพรรคเดโมแครตชนะการเลือกตั้งถล่มทลายเป็นเพราะ ส่วนหนึ่งเบื่อคุณ Bush สภาสูงและสภาล่างก็เป็นของพรรคของโอบามาหมด
โอบามาก็อาจ คิดผิดว่าประชาชนมอบอำนาจทั้งหมดให้แก้ ปัญหา 2 เรื่อง
* ปัญหาแรก คือ ลดบทบาทสงครามในอิรัก และอาฟกานิสถานโดยรวดเร็ว
* แก้ปัญหาแฮมเบอเกอร์ วิกฤตการเงินจากความโลภของคนอเมริกา
เวลาผ่านไปได้ 2 ปีกว่า …
* สงครามยังไม่มีท่าทีจะจบง่ายๆ
* ความคาดหวังของคนอเมริกันสูงว่า จะปรับและปฎิรูป เศรษฐกิจให้กลับมารุ่งเรืองคล้ายๆสมัย บิล คลินตัน ทำงบประมาณสมดุล ถึงวันนี้…
วิธีการ โอบามา ถูกโจมตีหนักจากการ
* ทุ่มเงิน งบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจ ขาดดุล มหาศาล
* อาจจะหยุดการตกต่ำของเศรษฐกิจอเมริกาได้ระดับหนึ่ง แต่คนอเมริกัน ก็ยังไม่มั่นใจว่าจะยั่งยืนหรือไม่?
* แต่ที่ตามมาคือ หนี้สาธารณะของอเมริกามากมาย จนไม่มีทีท่าว่าจะลดลงได้
 บารัค โอบามา
 เดวิด คาเมรอน
 ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
ยิ่งไปกว่านั้น ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา คนในอเมริกาเริ่มมีอุดมการณ์เอียงขวาจัดมากขึ้น พรรครีพลับลิกัน มีแนวคิดแบบ Tea Party คือรัฐบาลเก็บภาษีน้อย พึ่งเอกชนมากขึ้น ชนะการเลือกตั้งในสภาล่างอย่างถล่มทลาย ทำให้โอบามาแก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้ผล เพราะสภาล่างขัดแย้งกับวิธีการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบเดิม ยิ่งกว่านั้น
การว่างงานยังมีมากอยู่ถึง 9.1 %
* ถ้าจะใช้การขาดดุล แก้ปัญหาเศรษฐกิจคงทำได้ แต่ต้องไม่ให้หนี้สาธารณะมากเกินไป
* ควรจะปรับโครงสร้างภาษีให้คนรวยจ่ายมากขึ้น
* ตัดงบประมาณทหารและสวัสดิการสังคม ให้สอดคล้องกับภาษีที่เก็บได้คงที่
1. การใช้งบขาดดุล เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นวิธีที่ดีที่สุดหรือไม่?
2. ทางออกในอนาคตคืออะไร? ถ้าการเมืองยังมี 2 พรรคใหญ่ขัดแย้งในวิธีการ มาถึงอังกฤษ เมืองลอนดอน
เมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาก็เกิดการจลาจลหลายจุดตั้งแต่ลอนดอนไปอีกหลายจังหวัด วัยรุ่นเผาทำลายสถานที่ต่างๆอย่างไม่เคยมีมาก่อน แต่เดชะบุญของรัฐบาลปิดการจลาจลได้ภาย 3 – 4 วัน
สาเหตุคืออะไร?
สาเหตุคือ รัฐบาลอังกฤษมีนโยบายตรงข้ามกับสหรัฐอย่างสิ้นเชิง คือไม่ต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจ เน้นนโยบายรัดเข็มขัด ลดค่าใช้จ่ายลงกว่า 10%
ดังนั้น เงินที่เคยไปช่วยสวัสดิการสังคมก็น้อยลงทำให้ปัญหาสังคมของวัยรุ่นมากขึ้น การว่างงานในวัยรุ่นสูงขึ้นมาก จึงเกิดการจลาจลอย่างคาดไม่ถึง
ประเด็นก็คือ…
* การเมืองกับเศรษฐกิจจะเกี่ยวพันกัน
* จุดทางการเมืองของแต่ละพรรคจะไปกำหนดนโยบายเศรษฐกิจ อังกฤษเลือกวิธีการรัดเข็มขัด
ส่วนวิธีแบบไหนจะถูกต้องก็ต้องดูกันต่อไป
มาดูประเทศไทย
รัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์ ก่อนเป็นรัฐบาล โจมตีรัฐบาลคุณอภิสิทธิ์ว่า ดีแต่กู้ แต่ ดูแนวโน้ม การหาเสียงรัฐบาลครั้งนี้ คงจะใช้เงินมากพอสมควร
อาจจะพูดได้ว่าคงจะใช้วิธีกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อให้ GDP ขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างน้อยๆ 1% จากอัตราที่เป็นอยู่ รัฐบาลมีบทบาทนำ เช่น
* ลดราคาน้ำมันอีกประมาณ 7 บาทต่อลิตร
* จำนำราคาข้าว 15,000 – 20,000 บาท
* ค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 300 บาท ปริญญาตรี 15,000 บาท
* การลงทุนเรื่อง รถไฟฟ้า 9 สาย
* ถมทะเล
ขอให้ผู้อ่านติดตามว่า การเมืองยุคคุณยิ่งลักษณ์กับการใช้จ่ายของประเทศไทยจะเป็นอย่างไร? วินัยการคลังจะรักษาไว้ได้หรือไม่? เพราะถ้าไม่ดูบทเรียนของสหรัฐฯหรือของกรีซ, โปตุเกส,อิตาลี หรือฝรั่งเศส การขาดดุลงบประมาณยังสูงไป ทำให้คนไทยมีภาระหนี้ระยะยาวสูงเกินความยั่งยืนหรือไม่
ผมได้อ่านข้อคิดเห็นของผู้กำหนดนโยบายพรรคเพื่อไทย ว่าหนี้สาธารณะอาจจะสูงขึ้น 70% ของ GDP ซึ่งปัจจุบันในยุคคุณอภิสิทธิ์มีแค่ 40% ของ GDP หรืออาจจะนำเงินสำรองระหว่างประเทศมาใช้หมุนเวียนในการพัฒนาประเทศมากขึ้น
ซึ่งคงอาจจะได้เห็น การขัดแย้งกันระหว่างความเป็นอิสรภาพของธนาคารชาติ กับนโยบายของกระทรวงการคลัง
“ผู้อ่านที่ติดตามเรื่องนี้ คงจะช่วยเฝ้ามองด้วยความเป็นห่วง”
ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ เลขาธิการมูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศ [email protected] www.gotoknow.org/blog/chiraacademy แฟกซ์0-2273-0181 |