วันนี้อยากแนะนำอะไรที่ใหม่ในวงการ Appreciative Inquiry ครับ คือ Appreciative Caoching หรือ โค้ชเชิงบวก...ขอใช้ชื่อนี้ก็แล้วกัน เพราะยังไม่เห็นใครใช้ครับ..
....
โค้ช คือการสอนงาน...พูดง่ายๆ...สอนให้เป็นงาน...งานในที่นี้คือ Appreciative Inquiry...โค้ชให้ทำ Appreciative Inquiry ให้เป็น...
...
เรามาเริ่มจาก Appreciative Inquiry ครับ...Appreciative Inquiry (AI) ชื่อไทยคือสุนทรียสาธก หรือสุนทรียปรัศนีย์...ส่วนใหญ๋คนจะเรียกว่า AI กัน...คือ "กระบวนการค้นหาร่วมกัน เพื่อค้นให้เจอว่า อะไรคือส่ิงที่ดี อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้ระบเดินไปด้วยดี...AI คือศิลปะการถามคำถาม...โดยเชื่อว่า..ในทุกระบบ ทุกคน ทุกองค์กร ล้วยมีเรื่องราวดีๆ..ซ่อนเร้นอยู่ สามารถดึงออกมาขยายผลได้"
AI เติบโตมาจากจิตวิทยาบวกครับ ที่ศึกษาจิตที่ work เอามาแก้ปัญหาจิตที่ไม่ work ครับ..
....
โค้ชเชิงบวก Appreciative Coaching ก็ต่อยอดมากจาก AI อีกที...เป็นการสอนงานด้วยวิธีการเชิงบวก ได้แก่การใช้กาถาม การตั้งข้อสังเกตในเชิงบวก...เพื่อดึงศักยภาพ ดึงเรื่องดีๆ...จากคนที่เราไปโค้ช...ออกมา แล้ว เพื่อให้ผู้ที่เราไปโค้ช ค้นพบศักยภาพ จุดแข็งและโอกาสของตนเอง..เพราะ "ทุกคนล้วนมีเรื่องราวดีๆ มีศักยภาพดีๆทั้งนั้น"
.....
เราโค้ช หรือสอนให้ "เป็นงาน" ด้านไหน...ใน AI...
...
1. สอนให้สัมผัส กับคำถามดีๆ...ว่านำไปสู่เรื่องดีๆ อย่างไร
2. สอนให้รู้จักเปลี่ยนเรื่องราวดีๆ ไปเป็นการคิดการดีๆ...
3. สอนให้แบ่งปันประสบการณ์ดีๆ กับคนอื่นๆ
4. สอนการวัดผลงานโครงการ AI
5. สอนใหบูรณาการ AI กับศาสตร์อื่นๆ...
6. ข้อนี้สำคัญมากๆ คือสอนใหเข้าใจว่า..คนทำ AI เป็นไม่ใช่เทวดา..คนในศาสตร์อื่นก็น่ารัก น่าไปเรียนรู้จากเขาครับ..
...
ครับ นี่คร่าวๆ...
...
ทำแล้ว มีความสุข ทั้งผู้เรียน และโค้ช...งานได้ผล คนมีสุข...เรียกว่าการสอนนั้น..คนสอน.."เป็นงานครับ.."
...
ตัวผมเองฝึกปรือการโค้ช จากการสอนลูกศิษย์ทำโครงการ AI มาหลายโครงการ (ดู www.aithailand.org) ...แล้วยังได้เรียนจากปรมาจารย์ผู้เขียนตำรา Appreciative Coaching เล่มแรกของโลก คือ Dr. Ann Clacy และ Dr. Jackerline Blinkert...ในหลักสูตร The Art and Science of Appreciative Coaching จัดโดย Organization Development Institute แห่งมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญครับ..
...
ขอคารวะท่านอาจารย์ทั้งสองครับ..
ผมนำ AI ของอาจารย์ นำไปใช้ในเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ "การสื่อสารด้วยหัวใจ" ผมใช้คำถามว่า มีใครสื่อสารกับลูก หรือ กับลูกศิษย์ ด้วยความรู้สึกบ้าง สื่อสารแล้วได้ผลอย่างไร ในแต่ละเวที ก็จะมีผู้ร่วมเวที ให้คำตอบกันประมาณ คน สองคน โดยบอกว่า เมื่อสื่อสารด้วยความรู้สึก ลูก หรือ ลูกศิษย์ จะมีพฤติกรรมที่สำนึกผิด และ เห็นใจ พ่อแม่ หรือ คุณครู ผมก็นำตัวอย่างจริง ด้วยการใช้คำถามแบบ AI ของผม นำไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในวง ว่าประโยชน์ของการสื่อสารด้วยความรู้สึก เป็นเรื่องจริง ของจริง เห็นผลจริง
ในเวทีโรงเรียนพ่อแม่ ผมจะใช้คำถามแบบ AI นี่แหละครับ ถามวิธีการที่ได้ผลในการเลี่ยงลูก ซึ่งก็จะได้วิธีการดีๆ ทุกเวทีครับ
นำไป โค้ชคุณครูที่โรงเรียนค่ะ คุณครูก็หน้าบานมีความสุข
เรียนท่านอาจารย์ Small Man
ได้ยินแล้วชื่นใจครับ
สวัสดีครับอาจารย์แม่ใหญ่
คุณครูที่โรงเรียนพัฒนาเด็กน่ารักมาๆ มีความเป็น "ครู สูงมากๆครับ
good for study i will try to stydy more khub.