ประวัติพระพุทธศาสนาตอนที่ ๗

 

๓.๓  ผลของการทำสังคายนาครั้งที่ ๒

การสังคายนาครั้งที่๒ นี้ก่อให้เกิดผลตามมาหลายประการ คือ
ในแง่ของเถรวาทกล่าวได้ว่าสามารถชำระทิฏฐิที่วิปริตจากพระธรรมวินัยให้ถูกต้องได้
ที่สำคัญเป็นบรรทัดฐานให้กับพระสงฆ์ฝ่ายเถรวาทถือเป็นแบบอย่างในการตัดสินพระธรรมวินัย
อย่างไรก็ตามการสังคายนาครั้งนี้
ได้ก่อให้เกิดความแตกแยกทางความคิดในพระพุทธศาสนาอย่างยากที่จะหลีกเลี่ยงได้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้ก่อให้เกิดนิกายมหาสังฆิกะ ซึ่งไม่ยอมรับมติของพระเถระทั้งหลายที่ทำการสังคายนาครั้งนี้

                   กล่าวโดยสรุปหลังจากเสร็จสิ้นการสังคายนาครั้งที่
๒ แต่นั้นมาสังฆมณฑลได้แตกออกเป็น
๒ ฝ่ายคือ เถรวาท หรือ สถวีระ อันเป็นนิกายเดิม กับ มหาสังฆิกวาท
คือพวกที่แตกออกไป  ในกาลต่อมา
นิกายทั้งสองนั้นได้แแตกออกไปเรื่อยๆ จนถึง ๑๘ นิกาย คือ

                   ๑) สายเถรวาท หรือ สถวีรวาท แยกออกครั้งแรกเป็น
เหมวันตวาทกับสรวาสติวาท (๑) นิกายสรวาสติวาท แยกออกเป็น ๔ นิกาย  คือ มหิศาสกวาท ๑  กาศฺยปิยวาท ๑ เสาตฺรนฺติกวาท ๑  วาตฺสิปุตฺริยวาท  หรือวัชชีบุตรวาท ๑ (๒)  นิกายมหิศาสกวาท   แยกออกเป็นนิกายธรรมคุปตวาท (๓)   นิกายวัชชีบุตรวาท แยกออกเป็นนิกายย่อยอีก  ๕  นิกาย
  คือ  ศนฺนาคาริกวาท๑  สามฺมมีติยวาท๑  ภทฺรยานิยวาท๑ และธรรมโมตฺริยวาท๑

                   ๒) นิกายมหาสังฆิกวาท
แยกออกเป็นนิกายย่อยอีก ๘ นิกาย คือ เอกวยหาริกวาท ๑ โลโกตฺตรวาท ๑ โคกุริกวาท ๑
พหุศฺรุติยวาท๑ บัญญัติวาท ๑   ไจติกวาท ๑  อปรเสลิกวาท ๑  อุตตรเสลิวาท ๑


                  หลักฐานเกี่ยวกับนิกายนี้
ใช้ภาษาสันสกฤตเพราะมาจากปกรณ์ทางสันสกฤต เมื่อเรียงลำดับจากยุคต่างๆ มีถึง ๒๐
นิกาย