๓.๓ ผลของการทำสังคายนาครั้งที่ ๒
การสังคายนาครั้งที่๒ นี้ก่อให้เกิดผลตามมาหลายประการ คือ
ในแง่ของเถรวาทกล่าวได้ว่าสามารถชำระทิฏฐิที่วิปริตจากพระธรรมวินัยให้ถูกต้องได้
ที่สำคัญเป็นบรรทัดฐานให้กับพระสงฆ์ฝ่ายเถรวาทถือเป็นแบบอย่างในการตัดสินพระธรรมวินัย
อย่างไรก็ตามการสังคายนาครั้งนี้
ได้ก่อให้เกิดความแตกแยกทางความคิดในพระพุทธศาสนาอย่างยากที่จะหลีกเลี่ยงได้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้ก่อให้เกิดนิกายมหาสังฆิกะ ซึ่งไม่ยอมรับมติของพระเถระทั้งหลายที่ทำการสังคายนาครั้งนี้
กล่าวโดยสรุปหลังจากเสร็จสิ้นการสังคายนาครั้งที่
๒ แต่นั้นมาสังฆมณฑลได้แตกออกเป็น
๒ ฝ่ายคือ เถรวาท หรือ สถวีระ อันเป็นนิกายเดิม กับ มหาสังฆิกวาท
คือพวกที่แตกออกไป ในกาลต่อมา
นิกายทั้งสองนั้นได้แแตกออกไปเรื่อยๆ จนถึง ๑๘ นิกาย คือ
๑) สายเถรวาท หรือ สถวีรวาท แยกออกครั้งแรกเป็น
เหมวันตวาทกับสรวาสติวาท (๑) นิกายสรวาสติวาท แยกออกเป็น ๔ นิกาย คือ มหิศาสกวาท ๑ กาศฺยปิยวาท ๑ เสาตฺรนฺติกวาท ๑ วาตฺสิปุตฺริยวาท หรือวัชชีบุตรวาท ๑ (๒) นิกายมหิศาสกวาท แยกออกเป็นนิกายธรรมคุปตวาท (๓) นิกายวัชชีบุตรวาท แยกออกเป็นนิกายย่อยอีก ๕ นิกาย
คือ ศนฺนาคาริกวาท๑ สามฺมมีติยวาท๑ ภทฺรยานิยวาท๑ และธรรมโมตฺริยวาท๑
๒) นิกายมหาสังฆิกวาท
แยกออกเป็นนิกายย่อยอีก ๘ นิกาย คือ เอกวยหาริกวาท ๑ โลโกตฺตรวาท ๑ โคกุริกวาท ๑
พหุศฺรุติยวาท๑ บัญญัติวาท ๑ ไจติกวาท ๑ อปรเสลิกวาท ๑ อุตตรเสลิวาท ๑
หลักฐานเกี่ยวกับนิกายนี้
ใช้ภาษาสันสกฤตเพราะมาจากปกรณ์ทางสันสกฤต เมื่อเรียงลำดับจากยุคต่างๆ มีถึง ๒๐
นิกาย