คนทำกรรมดีมาก ๆ คิด พูด ทำแต่กรรมดี ...

บันทึกนี้ต่อจากตอนที่แล้ว...

 

2 . 2  การเริ่มต้นของชีวิต

 

        การเริ่มต้นชีวิตทางพุทธว่า..โยนิ..คือกำเนิดลักษณะเฉพาะ  และ..ชาติ..คือการเกิดลักษณะสากล  ในที่นี้คำตรงที่จะใช้คือโยนิ  อย่างทฤษฎีกำเนิด 4 คือ

 

        1 . อัณฑชะ  สัตว์เกิดในฟองไข่

        2 . ชลาพุชะ  สัตว์เกิดในครรภ์

        3 . สังเสทชะ  สัตว์เกิดในของสกปรก

        4 . โอปปาติกะ  เทวดาสัตว์นรก  มนุษย์บางจำพวกและพวกเปรตอสุรกาย

 

        ในที่นี้จะเล่าให้ตรงเป้าไปที่การเกิดของสัตว์ในครรภ์  ที่คนและสัตว์อาศัยเกิด  แหล่งเกิดทั้งคนและสัตว์ในภาพรวมมี 2  คือ  ชลาพุชะกำเนิดและโอปปาติกะกำเนิด

 

        การเกิดในโลกโอปปาติกะคือ...ผู้เกิดผุดขึ้นโดยไม่ต้องอาศัยพ่อแม่  อาศัยอดีตกรรม  ได้แก่เทวดา  พรหม  สัตว์นรก  เปรต  อสุรกาย...ราชบัณฑิตยสถาน . ( 2539 : 967 )  ผู้ตายแล้วไปเกิดในโลกโอปปาติกะถือว่าเกิดใหม่เป็นชีวิตละเอียดไร้น้ำหนักไร้ขนาดไม่กินเนื้อที่ไม่ต้องอาศัยธรรมชาติไม่ต้องอาศัยอาหารเหมือนคนและสัตว์ 

 

        ในครั้งพุทธกาลเมื่อพระเจ้าพิมพิสารถวายวัดเวฬุวันแด่พระพุทธเจ้าแล้วไม่ได้อุทิศส่วนบุญนั้น  ในคืนนั้นเองก็ได้ยินเสียงเปรตชนิดที่อาศัยส่วนบุญอุทิศให้มาส่งเสียงครวญครางแสดงนิมิตเป็นคนเปลือยกายให้เห็น  พอวันรุ่งขึ้นพระเจ้าพิมพิสารเข้าไปเฝ้าทูลถามเรื่องนี้กับพระพุทธเจ้า

 

        เรื่องนี้พระพุทธเจ้าได้ตรัสตอบทำนองว่า...เป็นเพราะพระราชาทำบุญแล้วไม่ได้อุทิศส่วนบุญไปให้เปรตเหล่านั้น  พระเจ้าพิมพิสารจึงทำบุญน้อมอุทิศส่งไปให้พร้อมกับกรวดน้ำอุทิศด้วยคำว่า...อิทัง  โน  ญาตีนัง โหตุ  สุขิตา  โหนตุ  ญาตะโย...แปลว่า...ขอบุญนี้จงมีแก่ญาติทั้งหลายของข้าพเจ้า  ขอให้ญาติทั้งหลายของข้าพเจ้าจงมีความสุขเถิด. 

ผลบุญที่ทำส่งผลให้เปรตพระญาติพระเจ้าพิมมิสารนั้นเกิดเป็นเทวดามีอาภรณ์ครบ

 

        ส่วนอาหารของโอปปาติกะคิดอยากทานอะไรก็ได้ทานอิ่มเลย เขาเรียกว่าอิ่มทิพย์  ส่วนรูปร่างนั้นตอนเกิดมาเป็นคนมีรูปร่างอย่างไรเมื่อเกิดเป็นเทวดาก็มีลักษณะอย่างนั้น ไปเกิดด้วยแรงกรรม คนทำกรรมดีมาก ๆ คิด  พูด  ทำแต่กรรมดี เวลาใกล้ตาย นิมิตจะปรากฏก่อนสิ้นลมไปเกิดในโลกโอปปาติกะเป็นนิมิตดีถ้าทำกรรมชั่วก็เจอนิมิตตรงกันข้ามไปเกิดในโลกนรกนั้นแล.

..................

บรรณานุกรม

ราชบัณฑิตยสถาน . ( 2539 ) . พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน  พ. ศ. 2525 . พิมพ์ครั้งที่ 6 . กรุงเทพฯ : อักษรเจริญทัศน์ .