20/08/2554
ยินดีต้อนรับค่ะ
•เข้าสู่ห้องครัวเก็บผักมาปรุง & ปรุงจากผักในสวนแม่
แต่ไม่ได้เก็บผักมาปรุงเป็นกับข้าว ขอเปลี่ยนเป็นเก็บ
" ทุเรียน "
มาปรุงขนมหวาน ตามแบบฉบับปักษ์ใต้บ้านเราค่ะ ...
เชิญพบกับเมนู ...
"ข้าวเหนียวทุเรียนกะทิสด"
ช่วงนี้เป็นช่วงฤดูผลไม้จากสวนของเรา... ก็จะมีเงาะ ทุเรียน มังคุด ส่วนลองกองปีนี้ ฝนฟ้ามากไปเลยไม่ออกผลให้ได้ลิ้มรสกันค่ะ
คราวที่แล้วได้เขียนบันทึก ทุเรียนบ้าน...ต้นไม้จากรุ่นปู่ย่าควรค่าอนุรักษ์ไว้ บันทึกนี้จึงอยากจะอนุรักษ์วัฒนธรรมการกินอย่างปักษ์ใต้เอาไว้
เมนูหนึ่งในช่วงฤดูกาลนี้ ที่บ้านไหนๆมีงานบุญ งานสังสรรค์ก็มักจะมีทำกันค่ะ จนบางคนอาจจะร้องยี้ เพราะไม่ชอบกลิ่นทุเรียน แต่ก็เป็นเมนูที่หลายๆคนชื่นชอบ ถือเป็นเมนูยอดนิยมอีกหนึ่งน่ะค่ะ อย่างพี่สาวของฉัน เธอขายขนมหวาน ช่วงนี้ลูกค้าก็จะต้องถามหา ข้าวเหนียวทุเรียน...
ข้าวเหนียวทุเรียน อย่างปักษ์ใต้ มีการทำแต่ต่างกันบ้าง ตรงข้าวเหนียว บางตำรับก็ทำเป็นข้าวเหนียวมูน ส่วนตำรับที่บ้านฉันนั้น เป็นข้าวเหนียวหุงหรือนึ่งค่ะ ไม่ต้องมูน เรามาดูส่วนผสมกันค่ะ
ส่วนผสม :
•สูตรการทำแบบฉบับบ้านๆไม่ต้องมีสูตรผสม ชั่งตวงวัด ก็มักจะกะๆ ชิมๆ เอาเองค่ะ ชอบหวานมากน้อยก็ชิมตามชอบใจ
วันนี้ใช้ -ข้าวเหนียว 1/2 กก. , ทุเรียน 4 เมล็ด , มะพร้าวขูด 1/2 กก. , คั้นกะทิประมาณ 1 ลิตร , น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วยตวง , เกลือป่น 1 ช้อนชา
•เริ่มการทำด้วย...
1. ซาวข้าวเหนียวจนน้ำใสแล้วแช่ไว้ 2-3 ชั่วโมง
2. นึ่ง หรือ หุงข้าวเหนียว เราอาจจะหุงด้วยหม้อหุงข้าวไฟฟ้าก็ได้น่ะค่ะ วันนี้หุงกับหม้อไฟฟ้าค่ะ
3. เตรียมทำน้ำกะทิทุเรียน ... เริ่มด้วย คั้นกะทิ (ใช้น้ำต้มอุ่นๆมาคั้นกะทิ กะทิจะได้ไม่เสียเร็ว) กรองเอากากออก ใส่หม้อ เติมน้ำตาลทราย หรือน้ำตาลปี๊บตามชอบค่ะ แล้วเติมเกลือป่นลงไป...ชิมดูหวานนิดๆ
4. ใส่เนื้อทุเรียนลงไปคนเบาๆ
5. เมื่อจะรับประทาน ก็ตักข้าวเหนียวใส่ถ้วย แล้วราดด้วยน้ำกะทิทุเรียน รับประทานได้แล้วค่ะ
*เคล็ดลับ แบบฉบับบ้านๆ...
" คนโบราณ(คนแต่แรก)ท่านบอกว่า ให้ใส่พริกขี้หนูสดลงไปทั้งเมล็ดสัก 3-4 เมล็ด ลอยไว้ในหม้อน้ำกะทิทุเรียน เพื่อให้ไม่ให้น้ำกะทินั้นบูดเร็ว ท่านบอกว่า หากเราลอยพริกไว้จะเก็บได้ตั้งแต่เช้าจนเย็นก็จะไม่บูดค่ะ "
ข้อนี้ ฉันเองยังไม่ได้ข้อสรุปที่แน่ชัด หากท่านใดที่ทราบโปรดรบกวนขอข้อคิดเห็นสนับสนุนและชี้แนะด้วยน่ะค่ะ :)
ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านบันทึกน่ะค่ะ
ขอให้มีความสุข ... สวัสดีค่ะ ^^
...................................


เห็นแล้วน้ำลายย้อยเลย....อยากกินๆ 555
พี่หนูรี...
ช่างสรรหา..ของอร่อยทาน
น้ำหนักเพิ่มไหมครับ (555)
บันทึก..
รูปถ่าย..
ลงตัว..ยั่วยวน..ให้หม่ำ..โดยแท้
ตามมาจากบันทึกทุเรียนบ้าน
ของพี่หนูรีครับ
ขออภัยที่ต้องทำให้...มิได้ตั้งใจ มาให้หิวยามดึก กว่าจะโหลดภาพได้ก็ค่ำแล้ว อิอิ...
ขอบคุณน่ะค่ะ
น้องหมอทิมดาบค่ะ
นี่เป็นความลับค่ะ ... พี่เพียงอยากทำเพื่อถ่ายรูปไว้ประกอบการเขียน ส่วนขนมนั้นพี่ต้องหาแนวร่วมก่อนจึงจะเริ่มทำ ช่วงนี้พี่อยู่หาดใหญ่เพื่อนเยอะ ทำแล้วแบ่งๆไปแถวที่ทำงานเก่า สุดท้ายก็ไม่ต้องอ้วนแล้วล่ะค่ะ...^^
จากนั้นรอผลสรุป โทรมา แจ้งว่า "อร่อยจ้าหมดแล้ว" อิอิ...
น้องหนูรี ......ว่าแล้วเรียนบ้านต้อง ทำเหนียวเรียนน้ำกระทิสด
ข้าวเหนียว หุงจะอร่อยกว่านึ่ง
แต่บางคนหุงแล้วดิบมั่งเปียกมั่ง จึงเลือกการนึ่ง
การหุงข้าวนี้ คนแต่แรก(วัฒน์ วัลยางกูรย์)บอกว่า
"ลูกสาวพ่อหุงข้าวสวยเหมือนนึ่ง.....
อ้อนึกขึ้นได้ที่พังงาเรียนบ้านนักพนันเขาเอามาฟัน(คือเอาทายกันว่าหน่วยนี้มีกี่ยุม เช่น ยี่สิบขึ้น ยี่สิบลง ทายถูกได้เบี้ย
คนทายผิดเสียทั้งเบี้ยพนัยและเบี้ยค่าเรียน นี้คือการฟันเรียน เราเด็กๆ เขาฟันเรียนกันตรงใหนเรากินกันพุงกาง
ฟํนเรียน = เฉียงเรียน
วันนี้อ้วนอีกแล้วเรา
รู้ว่าอ้วนไม่ดี
แต่ว่า อดใจไม่ค่อยไหว
เป็นโรคติดขนมนะครับ
*** รู้สึกหิวทุกบันทึกเลยค่ะ อิอิ
ขอขอบคุณที่มอบดอกไม้ให้น่ะค่ะ ^__^
พี่หนูรีจ๋า
มาชม เรียนบ้าน อ่านที่พี่บังเขียน แล้วคิดถึง ตอนเด็กๆ จะชอบมาทายกันว่า เรียนหนวนนี้มีกี่ยุม
ปีนี้คุยกับป๋าอี๋บอกว่าที่บ้านใต้เรา มีเงาะ เยอะ ลองกอง กำลังจะขึ้น ส่วนเรียนยังเงียบๆ อดหลาวเรา ...
อยู่ทางนี้กินแต่ข้าวนึ่ง (ข้าวเหนียว) แต่ยังไม่ได้กินเรียน เห็นบันทึกนี้ต้องไปหามาชิมแล้ว คิดถึงค่ะ
อืม เมื่อวานแลทีวีแว้บๆ มีงานไหรที่สะพานป๋าเปรม นึกได้เลาๆ ว่าเคยไปร่วมงานรักบ้านเกิด แถวสะพานป๋า ประมาณช่วงๆนี้ แต่จำไม่ได้แน่นอน
ก่อนลงมือปรุง ...ต้องจัดเตรียมสำรวจผู้ชิม (ผู้คอยเคลียผลงานหลังจากถ่ายรูป) ได้เรียบร้อยจึงลงมือปฎิบัติการเหนียวเรียน ตำรับบ้านๆ ถ่ายรูปเสร็จเหนียวเรียนหม้อนี้ก็เดินทางไปยังเป้าหมาย...ที่มี ทีมงาน(เพื่อนๆ)ชิมจริงๆ คอยท่าอยู่แล้ว^^
ขนมหวานอย่ารับประทานมากไปน่ะค่ะ เดี๋ยวจะมีน้ำตาลสะสมในร่างกายมากไป
"ความหวานมากไปไม่ดี^^"
ขอบคุณค่ะ