กระบวนการพัฒนานโยบายสาธารณะที่ดี มีฐานคิดดังนี้
นโยบายเกิดขึ้นเพื่อการแก้ปัญหาในสังคม
สร้างสังคมที่เป็นสุขบนฐานคุณธรรมและจริยธรรมดังนั้นนโยบายสาธารณะจึงต้องอยู่บนฐานของความรู้นำและพัฒนาสังคมให้มีคุณธรรมมีจิตสำนึกร่วมคิด ร่วมทำและร่วมแก้ปัญหาของสังคม ส่วนใหญ่ปัญหาจะนำนโยบาย นโยบายจะนำปัญหาในสังคมที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตและคุณค่าของมนุษย์มากกว่ามูลค่าทางวัตถุ คำนึงถึงทุนทางสังคมที่มีอยู่ทั้งผู้รู้ ปราชญ์ องค์กร วัฒนธรรม
นโยบายไม่แก้ปัญหาแต่สร้างปัญหาในยุคที่รัฐบาลรวมอำนาจจะกำหนดนโยบายที่สร้างเสถียรภาพทางการเมือง สร้างการพัฒนาความเจริญเติบโตทางวัตถุ จำกัดการมีส่วนร่วมทางการเมือง จำกัดหลักนิติธรรม คุณธรรมและความโปร่งใส จำกัดในมิติความรู้การสร้างและพัฒนาคุณภาพ จริยธรรมและจิตวิญญาณในระดับรากแก้วที่จะร่วมแก้ปัญหาสังคมจากแนวความคิดและปรัชญาพื้นฐานของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ตั้งแต่ฉบับที่ 1 – 7 แม้ว่าได้มีการปรับเปลี่ยนแนวคิดของการมีส่วนร่วมและคนเป็นศูนย์กลางของการพัฒนาในฉบับที่ 8 เป็นต้นมาก็ตาม แต่ความยากจนยังคงเป็นปัญหามาจนถึงปัจจุบัน นโยบายที่ผ่านมากว่า 40 ปี ไม่สามารถแก้ปัญหาในระดับพื้นฐานระยะยาว
หลายโครงการที่นักวิชาการร่วมคิดร่วมทำและพยายามหาแนวทางแก้ปัญหาเมื่อกว่า20 ปีที่ผ่านมา คือ โครงการพัฒนาลุ่มแม่น้ำกลอง ซึ่งมีอาจารย์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ อาจารย์เสน่ห์ จามริกม.ร.ว.อคิน รพีพัฒน์ตลอดจนนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหิดล และเกษตรศาสตร์ ร่วมบูรณาการความคิดในการสร้างต้นแบบการพัฒนาแบบพึ่งตนเองในระดับรากแก้วแต่เป็นโครงการที่มีฐานความคิดก้าวหน้า นักการเมืองและข้าราชการตามไม่ทันในบริบทของสังคมขณะนั้น
จึงถูกมองเป็นภาพลบและต้องยุติโครงการในที่สุด โครงการที่ดีถูกกำหนดขึ้นเพื่อป้องกันปัญหาในสังคม แทนที่จะตามแก้ปัญหา มักประสบปัญหาในสังคมไทย
อย่างไรก็ตามโครงการนี้มีคุณค่าต่อการเรียนรู้ของนักวิชาการรุ่นหลังในกระบวนการสร้างความเข้มแข็งของชุมชนระดับรากหญ้า หากโครงการดังกล่าวเกิดความต่อเนื่องตั้งแต่ 20 กว่าปีที่ผ่านมา ในทุกชุมชนระดับรากหญ้า สังคมไทยจะมีรากฐานที่เข้มแข็งทั้งทางสังคม วัฒนธรรม เศรษฐกิจ สุขภาวะ สิ่งแวดล้อม และการเมืองที่ยั่งยืน
กระบวนการพัฒนานโยบายสาธารณะเป็นกระบวนการทางสังคม
ผู้คนในสังคมต้องมีส่วนร่วม มองเห็นปัญหา ขับเคลื่อนให้สังคมเห็นเป็น ปัญหามหาชน เพื่อให้รัฐเข้ามาแก้ไขโดยกำหนดเป็นนโยบายที่ตอบสนองความต้องการและปัญหาของผู้มีส่วนได้เสียอย่างแท้จริง กระบวนการดังกล่าวจะเกิดขึ้นในระบบการเมืองแบบเปิด รัฐไม่ผูกขาดอำนาจข้าราชการ ต้องทำงานและอดทนในการรับรู้ความต้องการและความหลากหลายในความคิด ผู้เกี่ยวข้องในการวิเคราะห์นโยบายและตัดสินนโยบายต้องตั้งอยู่บนฐานความรู้และปัญญาที่เปิดกว้าง เห็นความสำคัญของสิทธิมนุษยชน ความเป็นธรรม ความเสมอภาคเท่าเทียมกัน
แม้ผู้มีส่วนได้เสียเป็นคนกลุ่มน้อยต้องให้ความเป็นธรรมและเอื้ออาทรต่อกลุ่มคนเหล่านั้น ไม่อ้างประโยชน์คนส่วนใหญ่บนภาระและความทุกข์ทรมานตลอดชีวิตของคนส่วนน้อย
ดังนั้นกระบวนการขับเคลื่อนเชิงนโยบายของชุมชนเป็นข้อมูลที่บ่งบอกถึงปัญหาในสังคมที่นักวิเคราะห์และผู้กำหนดนโยบายต้องศึกษาให้ลึกและรู้จริงมากกว่าเพียงรับรู้เท่านั้น กระบวนการทางสังคมเป็นเพียงรูปแบบ เนื่องจากถูกจำกัดด้วยอำนาจรัฐและระบบราชการ เมื่อมีการปฏิรูปทางการเมืองและมีรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 มาตรา 76 ที่กำหนดให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบาย มีการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นโดยการถ่ายโอนภารกิจและงบประมาณให้ท้องถิ่นในปี พ.ศ. 2535 จำนวน 25% และปี พ.ศ.2539 จำนวน 35% ของงบประมาณทั้งหมด แต่ในทางปฏิบัติจะถูกจำกัดอำนาจในการใช้งบประมาณ โดยกระบวนการและขั้นตอนต่าง ๆ ที่ถูกกำหนดจากอำนาจรัฐส่วนกลางและระบบราชการตลอดจนข้อบังคับในการแก้ปัญหาของท้องถิ่นอาจขัดกับกฎหมายหรือนโยบายของหลายกระทรวง เช่น ปัญหามลภาวะที่เกิดจากโรงงานอุตสาหกรรมในชุมชน เป็นต้น
แนวคิดธรรมาภิบาลนำมาใช้เพื่อเพิ่มศักยภาพของภาครัฐในประเทศกำลังพัฒนา จากการผลักดันแนวความคิดดังกล่าวของธนาคารโลก ช่วยให้กระบวนการพัฒนาต้องทำด้วยความรอบคอบมากขึ้น อย่างไรก็ตาม หลักธรรมาภิบาลเกิดขึ้นเพียงรูปแบบ แต่วัฒนธรรมและแนวคิดหลักธรรมาภิบาลมิได้เกิดขึ้นในกระบวนการทางนโยบาย ดังจะเห็นจากหลักธรรมาภิบาลของกระทรวงมหาดไทยจะถูกกำหนดโดยกฎระเบียบและระบบราชการของกระทรวงมหาดไทยมากกว่าการสร้างวัฒนธรรมธรรมาภิบาล
ดังนั้นกระบวนการธรรมาภิบาลที่ไม่เป็นไปอย่างถูกต้อง สังคมจะไม่มีความสงบสุข ดังจะเห็นจากกรณีนโยบายการแก้ปัญหาภาคใต้ในปัจจุบัน การเมืองไทยแม้ว่าจะมีการปฏิรูปเกิดขึ้นก็ตาม แต่กระบวนการพัฒนานโยบายสาธารณะจากประชาชน ชุมชนในท้องถิ่นยังถูกจำกัดด้วยอำนาจรัฐ ระบบราชการและวัฒนธรรมข้าราชการที่ฝังรากลึกมายาวนาน จนสามารถสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองแบบข้าราชการในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แทนวัฒนธรรมทางการเมืองแบบชาวบ้านที่สร้างจิตวิญญาณของการมีส่วนร่วมและประโยชน์ชุมชนเป็นสำคัญ กระบวนการทางสังคมในการพัฒนานโยบายสาธารณะที่จะให้ผู้คนในสังคมมีส่วนร่วมขับเคลื่อนเชิงนโยบายจึงเกิดขึ้นเพียงรูปแบบ
.......................................