สัปดาห์ที่ผ่านมาผมได้มีโอกาสรับฟังการบรรยายจากท่าน ดร. อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา สรุปได้ว่า ต่อไปเราจะอยู่กันลำบากขึ้น เพราะผลกระทบจากภาวะโลกร้อน ซึ่งมาจากการเพิ่มขึ้นของก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์ โดยเฉพาะการผลิตทางด้านอุตสาหกรรม ทั้งจากประเทศที่พัฒนาแล้วและกำลังพัฒนา  แม้จะมีการประชุมเพื่อหาทางลดก๊าซนี้แล้วก็ตาม แต่ก็ไม่สามารถตกลงกันได้ เพราะแต่ละประเทศก็กลัวเสียผลประโยชน์ ไม่ยอมลดการผลิต คิดแต่จะพัฒนา แม้ว่าทำให้โลกร้อนขึ้นๆ ก็ตาม

      นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มขึ้นของ ก๊าซมีเทน ซึ่งมาจากการย่อยสลายของซากพืชซากสัตว์ที่ถูกแช่แข็งมานานแถวไซบีเรีย เดิมก๊าซนี้ถูกน้ำแข็งหุ้มไว้  แต่เมื่อน้ำแข็งเริ่มละลาย ก๊าซมีเทนจำนวนมากมายมหาศาลนี้จึงผุดขึ้นมา ที่สำคัญทำให้เกิดภาวะโลกร้อนได้มากกว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์หลายสิบเท่า เรียกว่าช่วยกันเร่งให้อุณหภูมิของโลกสูงเร็วมากขึ้นไปอีก ส่งผลให้น้ำแข็งขั้วโลกละลายไปจำนวนมาก เกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาวะอากาศ มีพายุที่รุนแรงมากเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ส่วนเมืองไทย ดินแดนขวานทองของเรา ถ้าไม่ทำอะไรมัวแต่วุ่นวายขัดแย้งทะเลาะกัน ไม่นานก็จะได้เห็นน้ำท่วมเมืองไทย หลายๆ จังหวัดจะถูกน้ำทะเลยึด กลายเป็นเมืองใต้บาดาล  แต่ก่อนจะถึงเหตุการณ์นั้น เราจะเผชิญทั้งภาวะฝนแล้งและน้ำท่วมที่รุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ  คิดแล้วให้ห่วงลูกหลานและตัวเราในอนาคต ครับ

      โลกเรามีแผ่นดินเป็นเหมือนแม่ เป็นแหล่งน้ำแหล่งอาหารเลี้ยงผู้คนมานานหลายเจนเนอเรชั่น  แต่กระนั้นผู้คนก็ยังพากันบุกรุกตัดไม้ ทำลายป่า และสิ่งแวดล้อม เหมือนทำร้ายผู้มีพระคุณ เดือนแห่งความรักแม่นี้จึงอยากเชิญชวนทุกท่านมารักษ์โลกกันครับ ท่านใดที่มีโอกาสไปเยี่ยมหรือไปกราบคุณแม่ ลองชวนท่านมาปลูกต้นไม้ร่วมกัน อาจเป็น ต้นมะลิ ก็ได้ครับ พอโตขึ้นออกดอกมา ก็สามารถเก็บไปกราบคุณแม่ได้ไม่ต้องซื้อ เพราะฟังข่าวแล้วราคาดอกมะลิในเทศกาลวันแม่ ราคาพุ่งแพงแข่งกับทองคำ ส่วนท่านใดที่ไม่มีโอกาสได้ไปกราบแม่หรือคุณแม่เสียไปก่อน ให้ลองหาต้นไม้ที่ท่านชอบมาปลูก เพื่อระลึกถึงความรักของท่านกันครับ จะปลูกที่ไหนก็ดีทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน ที่วัด ที่โรงเรียน ที่สวนสาธารณะ ถือเป็นการแสดงความรักแม่ และรักษ์โลกไปในตัว

      มะลิสีขาว พราวพร่างหอมกรุ่น   เหมือนอิ่มอุ่น ความรักที่แม่ให้   วันแม่ปีนี้ ลูกไม่ได้ไป  แต่ในใจ นั้นรักแม่ทุกๆ วัน   ขอให้คุณแม่ของลูกทุกๆ ท่านมีความสุขครับ