ตอนอยู่กับยาย โบคงไม่ค่อยมีอะไรกิน อดๆอยากๆ  พอมาอยู่บ้านพี่แรกๆ พี่เจอตอนแกกำลังชวนลูกชายพี่ คั่วขี้แพะในกระทะกินกันอยู่

                นางมีนะ และนายสมหมาย (นามสมมติ) พ่อแม่อุปการะ ซึ่งมีพื้นเพอยู่ที่อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ เล่าให้ฟังว่า ได้รับอุปการะน้องโบมาเป็นเวลา ๔ ปีแล้ว (ประมาณปี พ.ศ.๒๕๔๕)

 

โดยตอนแรกที่รับมาเลี้ยง น้องโบอายุเพียง ๓ ขวบ ร่อนเร่ไปมากับยายซึ่งอยู่ไม่เป็นหลักแหล่ง เมื่อยายมาขอทำงานกับพี่เขยของนางมีนะซึ่งทำงานอยู่ที่แคมป์ก่อสร้าง ด้วยความยากจนและเห็นว่านางมีนะไม่มีลูกสาวและอยากรับเลี้ยงน้องโบ ยายจึงยกน้องโบให้นางมีนะเลี้ยงดูตั้งแต่นั้นมา  และจากนั้นไม่นานยายก็หายสาบสูญไป และไม่ได้กลับมาอีกเลย

 

                นางมีนะ และนายสมหมายทราบข้อมูลน้องโบบ้าง จากที่ยายเคยเล่าให้ฟังว่า พ่อของโบเป็นคนอีสานมารู้จักกับแม่โบตอนทำงานด้วยกัน เมื่อแม่โบตั้งท้อง พ่อโบก็กลับบ้านที่อีสาน แม่โบจึงแต่งงานกับสามีคนใหม่ และคลอดโบ แต่ต่อมาเมื่อเลิกกับสามีใหม่ ก็ทิ้งโบไว้ให้ยายเลี้ยง ยายจึงต้องเลี้ยงดูโบตามมีตามเกิด จนมายกให้นางมีนะอุปการะต่อจนถึงปัจจุบัน

 

                นางมีนะ เล่าให้ฟังว่า เมื่อเกือบปีที่ผ่านมา แม่ของโบเคยสืบหาและติดตามมาเยี่ยมโบครั้งหนึ่ง จึงได้ทราบว่าแม่โบเป็นคนที่เกาะลันตา อายุประมาณ ๒๔ ปี ตอนนั้นทราบว่าทำงานอยู่ที่จังหวัดพังงา  แต่เมื่อมาเยี่ยมก็ไม่รู้จักโบเพราะไม่เคยเห็นหน้าลูก ส่วนโบเมื่อเจอหน้าแม่ก็ร้องไห้เพราะไม่รู้จัก หลังจากนั้นก็ไม่เคยได้ข่าวคราวของทั้งแม่และยายอีกเลย

 

                ปัจจุบันโบ กำลังเรียนชั้น ป.๑ ที่โรงเรียนประถมใกล้บ้าน บนเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ โดยตอนเข้าเรียนไม่มีเอกสาร และไม่ได้แจ้งวันเดือนปีเกิด แต่โรงเรียนก็รับเข้าเรียน เพียงแต่นางมีนะและนายสมชายก็กังวลใจว่า เมื่อโบเรียนจบ ก็จะไม่มีวุฒิการศึกษา

 

                นอกจากนี้ เพราะโบไม่มีเอกสารประจำตัวใดๆ โบจึงไม่มีสิทธิได้รับหลักประกันสุขภาพ ๓๐ บาท ดังนั้น เมื่อโบเจ็บป่วย พ่อแม่อุปถัมภ์ซึ่งก็ไม่ได้มีฐานะร่ำรวย จึงจำเป็นต้องดิ้นรนโดยใช้วิธีพาลูกชายคนเล็ก ซึ่งอายุเท่ากับโบ และมีบัตรประกันสุขภาพ ๓๐ บาท ไปหาหมอแทนตัวโบ และบอกอาการเจ็บป่วยของโบ เพื่อให้หมอจัดยาให้ และนำยานั้นกลับมาให้โบรับประทาน

 

                แต่ชีวิตซึ่งนับวันก็ยิ่งเติบใหญ่ขึ้น คงไม่อาจหลบเลี่ยงปัญหาต่างๆ ได้ง่ายเช่นตอนเป็นเด็ก ยิ่งถ้าเรียนจบ ต้องเดินทาง ทำงานเลี้ยงชีพ หรือใช้ชีวิตเลี้ยงดูตนเองและผู้มีพระคุณ การอยู่โดยไม่มีเอกสารพิสูจน์ตนใดๆ เลย คงทำให้ชีวิตเด็กกำพร้าเช่นน้องโบ ยิ่งทุกข์หนักซ้ำเติม