เกษตร/ดินดี/ธรรมชาติ/ข้าวหอมมะลิ/กรมส่งเสริมการเกษตร/กข.คจ.

เงินกู้ กขคจ 2 หมื่นบาทสู่อุตสาหกรรมตีเหล็กครัวเรือนมั่นคงของคนอาจสามารถ 

 

นายฐานวัฒน์  ธนโชคชัยอนันท์  นายอำเภออาจสามารถ จ.ร้อยเอ็ด เปิดเผยว่า ในปี 2533 สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย พบว่า คนจนมีรายได้ต่ำกว่าเส้นความยากจน ได้เพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก ในเขตชนบท และจากข้อมูลพื้นฐานระดับหมู่บ้าน กชช.2 ค ยังบ่งบอกว่า มีหมู่บ้านล้าหลัง หรือหมู่บ้านเร่งรัดพัฒนาอันดับ 1 อยู่จำนวน 11,608 หมู่บ้าน กระทรวงมหาดไทย กำหนดดำเนินงานโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน หรือ กข.คจ.ขึ้นโดยคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2536 ให้กระทรวงมหาดไทยดำเนินงานโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน (กข.คจ.) ระยะที่ 1 (ปี 2536 - 2540) จำนวน 11,608 หมู่บ้าน โดยมอบให้กรมการพัฒนาชุมชนเป็นหน่วยงานรับผิดชอบดำเนินการ เกือบ 20 ปี ที่ดำเนินโครงการสู่การกระจายรายได้ และความเจริญ ไปสู่ส่วนภูมิภาค กระจายโอกาสให้คนยากจนระดับครัวเรือนในหมู่บ้านเป้าหมาย มีเงินทุนในการประกอบอาชีพเพื่อเพิ่มรายได้ พัฒนาคุณภาพชีวิต ของคนยากจนให้ดีขึ้น ตามเกณฑ์ความจำเป็นขั้นพื้นฐาน(จปฐ.)

วันนี้ปี 2554 นายบุญสงค์  ผลาผล อายุ 49 ปี บ้านเลขที่ 29 หมู่ที่ 10 บ้านหนองแซง ต.หนองขาม อ.อาจสามารถ จ.ร้อยเอ็ด โทร.083-3449913 หรือ โทร.0817682156 เมื่อปี 2536 ภริยาคือ นางนวลฉวี ผลาผล ขณะนั้นมีลูกชายอายุ 2 ขวบ คือ ด.ช.ไผ่พิลา (ไผ่งาม) ผลาผล ปัจจุบันอายุ 19 ปี ดั้งเดิมคุณพ่อผมคือนายผัน  ผลาผล คุณแม่สุพิน ผลาผล ท่านมีอาชีพตีเหล็ก ลูก 10 คน ผมเป็นผู้สืบทอดอาชีพช่างตีเหล็กในหมู่บ้าน พอโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน หรือ กข.คจ.ตนเองสมัครเข้าร่วมโครงการฯโดยผ่านคณะกรรมการระดับหมู่บ้านมีประธานกรรมการหมู่บ้าน ผู้แทนคณะกรรมการหมู่บ้าน (กม.) ผู้แทนสภาตำบล อาสาพัฒนาชุมชน ผู้แทนคณะกรรมการพัฒนาสตรี ผู้แทนกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต หรือกลุ่มอาชีพ ผู้แทนองค์กรชุมชนอื่น ๆ คัดเลือกกันเอง เพื่อทำหน้าที่ ประธาน รองประธาน เลขานุการ และกรรมการอื่น ตนเองมีคุณสมบัติผ่านตามที่คณะกรรมการเห็นชอบ ได้เงินกู้ กข.คจ.จำนวน 20,000 บาท ได้มากที่สุดในตำบล ในอำเภออาจสามารถ ในขณะนั้น

นายบุญสงค์  ผลาผล กล่าวว่า เป็นโอกาสของคนยากจนได้มีโอกาสสร้างอาชีพ สร้างรายได้ และสามารถบริหารจัดการกองทุนให้มีประสิทธิภาพได้ด้วยตนเอง เดิมตนเองมีเครื่องสูบลมใช้แรงคนแบบท่อคู่ 1 อันทำงานกับภรรยา สองคน จากใช้เหล็กสกัดตัดเหล็กแหนบรถยนต์ นำเงินมาลงทุนซื้อหัวเป่าแก๊สตัดเหล็ก ทำงานเร็วขึ้นใช้แรงงานน้อยลง ซื้อหอยโข่งเป่าลมโดยมอร์เตอร์ไฟฟ้า มีเงินทุนซื้อเหล็กแหนบมาเป็นวัสดุหลักในการตีเหล็ก งานหนักหน้าเตาไฟที่แดงฉาน ต้องระวังตนเองตลอดในการทำงาน ใช้แรงงาน ประกายไฟจากหินเจีย ความร้อนจากเหล็ก ทุบบนทั่งเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ประมาณปี 2540 ตัดสินใจซื้อท่อลมตีเหล็กใช้มอเตอร์ ราคาประมาณ 1.7 แสนบาท  ปากคีบเหล็ก หินเจียนมือ หินเจียแท่น แรงงานในครอบครัวเริ่มขยายตัว เป็นการใช้แรงงานของคนในชุมชน เกิดการกระจายรายได้ จากการสำรวจข้อมูลของอุตสากรรมจังหวัดร้อยเอ็ด พบว่า การใช้พลังงานเกิน 35 แรงม้า ต้องจดทะเบียนเป็นอุตสาหกรรม และเป็นแห่งแรกของจังหวัดร้อยเอ็ด ที่มาจากเงินทุ กข.คจ.

 

จากการที่นายบุญสงค์  ผลาผล ใช้เงินทุนตนเองที่มีเพียงน้อยนิดซื้อเหล็กแหนบมาครั้งละ 1 เส้น  สามารถมีเงินซื้อมาครั้ง 1-2 ตัน ช่างตีเหล็กในหมู่บ้านมีรายได้ มีงานทำ ผมเน้นการทำเครื่องมือด้านการเกษตร งานตีเหล็ก จากการตัดให้ได้ขนาด เช่น จอบซิ่ง จอบ 3 ง่าม จอบขุดฝุ่น จอบดายหญ้า เสียมขุด เสียมสับรากไม้ คราด เคียวเกี่ยวข้าว ตะขอตัดแต่งไม้ผล ไม้ยืนต้น ขวานขนาดต่างๆ อุปกรณ์การตัดแต่งต้นไม้ทุกชนิด มีดปลายแหลม มีดหมอลงอาคม ชนิดที่นายชูวิทย์  กมลวิศษฏ์  หัวหน้าพรรครักประเทศไทย นำเข้าสภาตนเองทำได้สวยกว่า มีดปราบมาร ที่ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ  ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นำเข้าพิธีที่ตำบลหนองขาม ครั้งที่เดินทางมาที่อำเภออาจสามารถโมเด็ล ตนเองเป็นคนตีกับมือ

ด้านการตลาด นายบุญสงค์  กล่าวว่า เหล็กที่ตีจากบ้านหนองแซง “บส.” เชื่อถือได้ ประชาชนเดินทางมาซื้อเอง ห่างจากตัวอำเภออาจสามารถประมาณ 6 กิโลเมตร เส้นทางไปอำเภอเมืองสรวง และที่สำคัญคือการขายส่ง มีพ่อค้ามารับทุกวัน ทั้งรถยนต์  สามล้อ จักรยานยนต์ รถจักรยาน จอดรอตั้งแต่ ตี 5 จะเหน็ดเหนื่อยเพียงใดต้องตื่นขึ้นมาบริการลูกค้า คือ “พระเจ้า”  ราคาส่งเขาอยู่ได้ เราอยู่ได้แบบเกื้อกูลกัน ราคาตั้งแต่ 10 บาท มีปาดหมาก 15 บาทเริ่มเป็นมีดทำครัว จากนั้นเป็นจอบ เสียม เคียวเกี่ยวข้าว ราคา 50 บาท 100 บาท จนถึงมีดาบ มีดหมอ มีดตัดลูกนิมิตราคาอยู่ที่ 2,000 บาท

 

ปี 2553 ลูกชายคนเดียว คือนายไผ่พิลา (ไผ่งาม) ผลาผล อายุ 19 ปี ปกติ

เด็กวัยนี้จะชอบเที่ยว ไปตามเพื่อน งานบุญ งานกุศล เวทีหมอลำ โชคดีของครอบครัวผมมีลูกคนเดียว รับผิดชอบงานช่วยพ่อแม่ดีมากๆ ผมตั้งเงินเดือนให้ 20,000 บาท เขาไม่เคยเบิกไปใช้เลย ซื้อรถยนต์เก๋งให้ 1 คัน นานๆจะขับไปครั้ง ตอนแรกผมตีเหล็กเพื่อขายส่งอย่างเดียว ลูกชายเข้ามาบริหารงาน ตั้งเป็น “ร้าน บส.”  ประชาชนตอบรับดีมาก หากมีเวลาแวะมาแลกเปลี่ยนหรือให้ข้อคิดหรือสนับสนุนกันได้ครับ

นายฐานวัฒน์  ธนโชคชัยอนันท์  นายอำเภออาจสามารถ กล่าวว่า เป็นความสำเร็จของครอบครัว กข.คจ.ชาวอำเภออาจสามารถ คณะกรรมการที่มีนายบุญถิน  พูลมาลา ผญบ.ม.10 บ้านหนองแซง นายวิชัย  โลเกตุ นายก อบต.หนองขาม ให้การสนับสนุน โดยเฉพาะ สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภออาจสามารถ ให้การสนับสนุนอย่างเต็มกำลังความสามารถ ได้มีการพัฒนาคุณภาพของกองทุน ให้เข้มแข็ง และสามารถหมุนเวียนในหมู่บ้าน เพื่อขจัดความยากจนให้หมดสิ้นไป

ทางด้านนายสมศักดิ์  ขำทวีพรหม ผวจ.ร้อยเอ็ด กล่าวว่า ชื่อเสียงของ “บส.” เครื่องเหล็กด้านการเกษตรขึ้นชื่อมากที่อำเภออาจสามารถ  เรื่องการแก้ไขปัญหาความยากจน หรือ กข.คจ.จังหวัดร้อยเอ็ด มี 20 อำเภอ 192 ตำบล 2,468 หมู่บ้าน พัฒนาชุมชน ต้องแข่งขันด้านการแก้ไขความยากจน ผลงานของอำเภออาจสามารถเข้มแข็งมาก โดยเฉพาะ “นายบุญสงค์ ผลาผล” เชื่อถือได้

วัชรินทร์  เขจรวงศ์/รายงาน โทร.085-7567108/086-8502416

E-mail:[email protected]