วันนี้สำนักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษามาหารือการนำ KM ไปใช้กับโครงการประกวดนวัตกรรมการจัดการศึกษา ด้วยวัตถุประสงค์ต้องการให้เกิดการพัฒนาการเรียนการสอนในโรงเรียน    จากการหารือนี้ดิฉันกลับมาคิดเอาเองว่า   เดี๋ยวนี้สังคมเราให้ความสำคัญกับการเรียนการสอนในโรงเรียนมากเหลือเกิน นั่นเป็นเพราะสังคมเห็นคุณค่าในการเรียนการสอนมากขึ้น (เหตุเพราะคนในสังคมมีความรู้เพิ่มขึ้นหรือ??)  หรือเป็นเพราะมาตรฐานการเรียนการสอนในโรงเรียนต่ำลงจนอยู่นิ่งเฉยกันไม่ได้แล้ว   จึงต้องออกมาช่วยกันคิดค้นโครงการต่างๆ ใส่เข้าไปในโรงเรียนแล้วบอกว่าจะพัฒนาการเรียนการสอนในโรงเรียน ซึ่งในความเป็นจริงนั้นทุกโครงการที่ใส่ให้โรงเรียนต้องการพัฒนาการเรียนการสอนจริงหรือ??    และทุกโครงการที่ลงไปนั้นคุณครูต้องทำให้ได้ทั้งหมดเลยหรือ??     


               รู้ทั้งรู้ว่าคุณครูมีภาระงานเยอะก็ยังคิดค้นโครงการต่างๆ ใส่ลงไปยังโรงเรียนอีกและโครงการส่วนใหญ่ลงไปไม่ถึงเด็ก แล้วครูซึ่งเป็นแม่พิมพ์ของชาติจะเหลือเวลาอีกกี่เปอร์เซ็นต์ในการสั่งสอนเด็กด้วยวิธีการที่คุณครูคิดค้นเองแบบสอดคล้องกับนักเรียนและบริบทของโรงเรียนของตน....... อย่าตัดสินว่าคุณครูในปัจจุบันคิดอะไรไม่ได้เพราะที่ทุกที่ย่อมมีคนดีและคนเก่งอยู่ด้วยเสมอ..... คนที่เป็นครูหรือแม่พิมพ์ของชาติสิ่งสำคัญอันดับหนึ่งคือต้องมีใจรักที่จะสอนและต้องการให้เด็กได้ดีเพราะครูที่มีจิตวิญญาณเช่นนี้ถึงแม้ในโรงเรียนไม่มีตำราหรืออุปกรณ์การเรียนการสอนที่ทันสมัยเลยครูก็สามารถสอนเด็กให้ได้ดีได้....... แต่ถ้าครูไม่มีจิตวิญญาณดังกล่าวถึงแม้จะมีอุปกรณ์การเรียนการสอนที่ทันสมัยมากมายก็สอนเด็กได้ดีไม่ได้.......ถ้าสามารถพัฒนาจิตวิญญาณการเป็นครูได้เทคนิคการเรียนการสอนก็น่าจะพัฒนาตามมาได้เอง...........