การจัดบรรยายให้คนจำนวนมากในองค์กรฟัง หลังจากฟังแล้ว ต่างคนก็ต่างแยกย้าย หาเจ้าภาพ หรือ คนที่จะทำจริงๆ ไม่ได้

ปีนี้ เป็นปีที่ กพร. กำหนดให้หน่วยงานราชการ ดำเนินงาน KM ตามแผนงานที่ได้เสนอไว้ในปีก่อน  หลายหน่วยงาน ก็ดำเนินการไปแล้ว และทำได้เป็นอย่างดี    แต่อีกหลายหน่วยงาน ก็ยังที่ไม่รู้จะเริ่มอย่างไร   ตนเองได้รับการติดต่อให้ไปช่วยให้ความรู้ด้าน KM  เป็นครั้งคราว  (และก็ปฏิเสธไปหลายครั้ง เพราะไม่ค่อยสะดวกที่จะไป)  ทุกครั้งก็จะถามรายละเอียดกลับไปว่า มีเป้าหมายอย่างไร  มีแผนที่จะดำเนินการอย่างไร  และ พูดคุยเพื่อให้ทราบความต้องการที่แท้จริง 

เท่าที่ประเมินดู หน่วยงานมักบอกว่า ยังไม่ได้เริ่มทำ  ไม่รู้จะเริ่มอย่างไร  แล้วก็ลงท้ายด้วยการเริ่มด้วยการหาวิทยากรไปบรรยาย

ตรงนี้ ในความเห็นส่วนตัว และจากประสบการณ์ที่ไปช่วยบรรยายมาบ้าง  เห็นว่า  การเริ่มต้น KM ด้วยการจัดบรรยายความรู้ด้าน KM ให้คนในหน่วยงานฟัง คิดว่าได้ประโยชน์น้อยมาก  เพราะฟังบรรยายแล้ว ก็ไม่รู้จะไปทำอะไรต่อ  เนื่องจาก KM เป็นเรื่องที่ต้องปฏิบัติจึงจะเข้าใจ   นอกจากนี้ การจัดบรรยายให้คนจำนวนมากในองค์กรฟัง   หลังจากฟังแล้ว  ต่างคนก็ต่างแยกย้าย  หาเจ้าภาพ หรือ คนที่จะทำจริงๆ ไม่ได้

แนวทางที่อยากแนะนำ คือ หน่วยงานอาจหา key persons (จะเรียกว่า ทีม KM ก็ได้) ในเรื่องนี้  สัก 2-3 คน  ให้คนกลุ่มนี้ ศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับ KM ซึ่งมีอยู่มากมายขณะนี้  การศึกษา ต้องศึกษาทั้งภาคทฤษฏี และ ปฏิบัติ   ภาคทฤษฎีศึกษาให้เข้าใจแนวคิดของ KM  และ เรียนรู้เครื่องมือต่างๆ ในกระบวนการ   ภาคปฏิบัติให้ศึกษาถึงตัวอย่างการทำ KM ของหน่วยงานที่เขาทำได้ดี ซึ่งหาได้จากแหล่งข้อมูลของ สคส. และในบล็อก Gotoknow โดยเฉพาะบล็อกของอาจารย์วิจารณ์  หรือสมัครเข้าร่วมประชุมหรือเสวนาต่างๆ ที่สคส. จัดขึ้น 

จากนั้น ทีม KM กลุ่มนี้ ก็ลองออกแบบกิจกรรมว่าจะทำอะไร  แต่ที่สำคัญคือ หากหน่วยงานยังไม่มีเป้าหมายหรือหัวปลาที่ชัดเจนว่าจะทำ KM เพื่ออะไร  ทีม KM จะต้องไปพูดคุยกับคุณเอื้อก่อนว่า อยากได้อะไรจากการทำ KM  จากนั้นจึงค่อยออกแบบกิจกรรม

ตรงนี้หละ  จึงค่อยหาผู้รู้  หรือ ผู้ที่มีประสบการณ์ KM ให้ ช่วยให้ความเห็นเกี่ยวกับโครงการ/กิจกรรม ที่ได้ออกแบบไว้  และหลังจากการปรับแก้เรียบร้อย  ก็ลองดำเนินกิจกรรมได้เลย

โดยวิธีการนี้  หน่วยงานจะได้ประโยชน์จาก KM มากกว่าการเริ่มต้นด้วยการเชิญวิทยากรไปบรรยาย  เพราะแม้แต่การเริ่มที่จะทำ  ท่านก็ได้ใช้ขั้นตอนต่างๆ ในการให้ได้มาซึ่งรูปแบบกิจกรรมที่จะทำ  ทั้งการค้นคว้าหาความรู้จากแหล่งต่างๆ   การคิดไตร่ตรองวางแผน  การปรึกษาแลกเปลี่ยนกับผู้รู้  และ การทดลองปฏิบัติจริง  ทั้งหมดนี่หละ คือการเรียนรู้เรื่องการจัดการความรู้  โดยไม่ต้องฟังบรรยาย  และเป็นการเรียนรู้ที่พึ่งตนเอง ก่อนพึ่งผู้ก่อน น่าภาคภูมิใจยิ่ง  

การดำเนินการข้างต้น  จะประกันความสำเร็จมากกว่า   โอกาสเกิดความต่อเนื่องมากกว่า   และสร้างความเข้าใจในเรื่องการจัดการความรู้ให้คนในหน่วยงานได้มากกว่าการบรรยาย