พยาบาลด้วยหัวใจ

คำถามของพ่อ 

 

ดิฉันเป็นพยาบาลวิชาชีพ  ปฏิบัติงานที่โรงพยาบาลเขาสวนกวาง  จ.ขอนแก่น    โดยพื้นเพแล้วดิฉันเป็นคนจังหวัดกาฬสินธุ์  แต่ยังอยากทำงานห่างบ้านสักพักเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์และเพื่อศึกษาต่อซึ่ง ทางบ้านก็ไม่ได้ว่าอะไร โชคดีที่ครอบครัวเข้าใจไม่เคยห้ามหากเป็นความต้องการของลูก มารดาและบิดา        ของดิฉัน    รับราชการ เป็นที่นับหน้าถือตาของคนในสังคมทั่วไปพอสมควร   ครั้งหนึ่งดิฉันมีโอกาสติดตามบิดา  ไป ทำธุระที่ศาลากลางจังหวัดและศาลจังหวัด  และที่ศาลจังหวัดนั้นดิฉันและบิดาได้มีโอกาสเจอกับผู้หญิง       คนหนึ่งอายุน่าจะประมาณ 30 ปลายๆ รูปร่างสูงโปร่งสวมชุดกระโปรงสีกากีรองเท้าคัดชูส้นสูงสีดำขัดมันวาววับ รวบผมด้านหน้าและปล่อยยาวด้านหลัง แต่งหน้าพอประมาณ  มองโดยรวมแล้วผู้หญิงคนนี้สวยมาก  บิดา       ของดิฉันยกมือไหว้และทักทาย  สร้างความแปลกใจให้กับดิฉันยิ่งนักเพราะปกติแล้วมักจะมีคนไหว้บิดาฉันก่อนเสมอ  บิดาของดิฉันทักทายกับผู้หญิงคนนั้นสักพักก็หันมาทางดิฉันซึ่งยืนตัวลีบอยู่ข้างๆพร้อมกับแนะนำว่าเป็นลูกสาวคนโต ดิฉันยกมือไหว้และยิ้มให้  ตอนนั้นก็มีหลายคนเดินผ่านผู้หญิงคนนั้นและยกมือไหว้พร้อมทั้งเดินค้อมตัวก้มหน้านิดๆคล้ายจะเกรงใจหรือเกรงกลัวก็มิอาจทราบได้  ทราบภายหลังว่าคุณผู้หญิงท่านนั้นทำงานเป็นอัยการของที่นี่  ......  หลังจากที่ผู้หญิงคนนั้นเดินจากเราสองคนพ่อลูกไปบิดาของดิฉันก็หันหน้ามาถามบุตรสาวของตนเองว่า “หนูอยากสวมชุดสีกากีแต่งตัวสวยๆ มีคนนับหน้าถือตาแบบนี้มั๊ยลูก” ดิฉันได้แต่ยิ้มและไม่ได้พูดอะไร   แต่คำถามนี้ยังติดตรึงอยู่ในมโนความคิดของดิฉันเสมอจนกระทั่ง.......................

บ่ายคล้อยวันหนึ่งกลางเดือนเมษายนที่แสนจะอบอ้าว  มีรถตำรวจนำร่างเด็กชายสองคนซึ่งหมดสติเสื้อผาเปียกโชกมาส่งที่ ER ซักถามได้ประวัติว่าพบเด็กหมดสติในสระน้ำกลางทุ่งนา  สงสัยอากาศร้อนเลยชวนกันไปเล่นน้ำโดยลำพัง  ทีม CPR ทั้งแพทย์ – พยาบาล – เจ้าหน้าที่ทุกคน ได้หมุนเวียนสับเปลี่ยนกันช่วยฟื้นคืนชีพกันอย่างไม่ลดละ และโชคดีที่วันนั้นเป็นวันประชุมเจ้าหน้าที่พอดี เลยทำให้ทีม CPR มากเป็นพิเศษ     เวลาผ่านไปซักพักใหญ่ผู้ปกครองรวมถึงญาติๆของเด็กทั้งสองคนเดินทางมาถึงโรงพยาบาลพร้อมกับเสียงร้องไห้คร่ำครวญ ซึ่งเป็นเสียงที่บีบหัวใจพยาบาลอย่างที่สุด  แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความพยายามของพวกเราลดลงแม้แต่น้อย  ตรงกันข้ามกลับเป็นแรงกระตุ้นให้ทีม CPR เราฮึดสู้มากขึ้น  มีการแบ่งทีม CPR เป็นสองทีม ดูแลกันทีมละ Case   ซึ่ง Case ที่ดิฉันดูแลนั้นทางตำรวจบอกว่า พบตอนร่างเริ่มลอยขึ้นมาบนผิวน้ำแล้ว  แต่ความพยายามของเราก็หาลดลงไม่.......เปลที่ใช้เข็นคนไข้ Case นี้มาค่อนข้างจะเก่าและที่ล็อคล้อค่อนข้างหลวม ล็อคไม่ค่อยอยู่  CPR ค่อนข้างยาก   ดิฉันได้ตะโกนบอกพี่เจ้าหน้าที่ผู้ชายให้หาที่ล็อคล้อมาให้ด้วย   และภาพที่ดิฉันเห็นคือบิดาของเด็กชายซึ่งยืนร้องไห้อยู่ข้างเตียง ได้ทรุดตัวลงนั่งเอามือกอดขาเตียงไว้แล้วตะโกนบอกเราว่า “ปั๊มต่อเลยหมอเดี๋ยวผมจับไว้ให้” มันเป็นภาพที่ดิฉันและทีมCPR ทุกคนสะเทือนใจและอยากเบือนหน้าหนีจากตรงนั้นให้ได้    ดูเหมือนว่าตอนนี้ทุกคนคงคิดเหมือนกันว่า  เรา ต้องนำชีวิตของเด็กชายมาคืนให้แก่พ่อเขาให้ได้    การ CPR ได้ผ่านไปเกือบสองชั่วโมงก็ยังไม่มีวี่แววการเต้นของชีพจร  ทางแพทย์ผู้ดูแลได้ Advice ญาติถึงอาการของผู้ป่วยเป็นระยะๆ  สุดท้ายก็ Advice ถึงการเสียชีวิต เมื่อEKG โชว์เส้นตรง  ก่อนจะแจ้งทีมให้หยุด CPR สุดท้ายแล้วพวกเราก็ไม่สามารถยื้อชีวิตเด็กชายไว้ได้ (ซึ่งขณะนั้นอีก Case เริ่มมีชีพจรจึง Refer ไปยัง รพศ.ขอนแก่น  (แต่ก็ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา)  )  สภาพตอนนั้นทุกคนดูไม่จืดเลย  CPR ตอนบ่ายฤดูร้อนท่ามกลางผู้คนมากมาย  ในห้องฉุกเฉินที่ไม่มีเครื่องปรับอากาศหรือแม้แต่พัดลมก็ต้องปิดเพื่อรักษาความอบอุ่นให้ผู้ป่วย  ผมเผ้าหน้าตาเปียกโชกไปด้วยเหงื่อ  ชุดพยาบาลสีขาวเลอะโคลนจากตัวคนไข้ หาความดูดีแทบไม่ได้เลย  และก่อนที่จะนำร่างของเด็กคนนี้กลับไปบำเพ็ญกุศล   พ่อ+แม่+ญาติของเด็กที่เรา CPR ได้เดินมาไหว้แทบจะกราบเพื่อเป็นการขอบคุณ ที่ช่วยเหลือลูกของเขาอย่างที่สุดถึงแม้จะยื้อชีวิตลูกเขาไม่ได้เลยก็ตาม    ดิฉันเปิดประตูERออกมาข้างนอกก็ต้องตกใจเพราะมีคนมามุงเอยะมากรวมทั้งเพื่อนนักเรียนและครูที่โรงเรียนก็มาด้วย  กะจากสายตาน่าจะเยอะที่สุดที่ดิฉันเคยเจอตั้งแต่ทำงานมา  เพื่อนบ้านบอกว่าครอบครัวนี้มีลูกเพียงคนเดียวแต่ก็มาเสียชีวิตซะแล้ว.......รู้สึกเศร้าใจบอกไม่ถูก.......และก่อนที่น้ำใสๆจะไหลออกตาตาตัวเองคิดว่าเดินไปล้างหน้าสักหน่อยดีกว่าระหว่างทางไปห้องน้ำก็เจอกับแม่และพ่อ Case นั้นอีก  เธอก็ยกมือไหว้ขอบคุณเราอีกในขณะที่เธอเองก็ยังไม่หยุดร้องไห้

..................................ยืนนิ่งมองกระจกเงาในห้องน้ำ  สิ่งที่เห็นก็คือ ผู้หญิงรูปร่างสันทัด  สวมชุดสีขาวติดเข็มพยาบาล  ไม่ได้สวมหมวกแต่เก็บผมด้วยเน็ตติดผมซึ่งตอนนี้หลุดลุ่ยและชุ่มไปด้วยเหงื่อ ชุดสีขาวเปรอะโคลนเป็นบางจุด  หน้าตาไม่มีสีของเครื่องสำอางไม่มีแม้แต่คราบแป้งที่ทาไว้ตั้งแต่ตอนเช้า  เพราะถูกชะล้างด้วยเหงื่อช่วงที่ CPR จากที่เคยคิดว่าตนเองสวยตอนนี้คงต้องขอคิดดูก่อน

จากเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้เรานึกถึงคำถามที่พ่อเคยถามไว้เมื่อนานมาแล้ว “หนูอยากสวมชุดสีกากีแต่งตัวสวยๆ มีคนนับหน้าถือตาแบบนี้มั๊ยลูก”   ยิ้มให้ตัวเองในกระจกพลางคิดว่ากลับไปเยี่ยมบ้านคราวนี้คงจะมีคำตอบสำหรับคำถามนั้นไปให้พ่อซะที..............................................................................

     

.................................. “พ่อคะหนูเหมาะกับชุดสีขาวนี่แหละ หนูสวมแล้วถึงจะไม่สวยมาก  แต่ในสายตาของคนไข้หนูคือนางฟ้าของพวกเขา  และคนที่ไหว้หนูอาจเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา  เป็นคนจนๆ ไม่ได้เรียนหนังสือด้วยซ้ำ  ไม่ได้เป็นข้าราชการหรือคนไฮโซในสังคม อาจไหว้ไม่สวย  แต่หนูรู้ว่าเขาไหว้หนูจริงๆ จากหัวใจ  มาใช่ไหว้เพราะมารยาทหรือเพราะลำดับชั้นในสังคม  แต่เพราะเขาเหล่านั้นเห็นคุณค่าความเป็นพยาบาลของหนู  เหมือนกับที่หนูเห็นคุณค่าของชีวิตทุกชีวิตคุณค่าความเป็นคนของทุกคนเหมือนกัน”...................

รอยยิ้มบางๆผุดมาแต่งแต้มใบหน้าอันเคร่งครึมของพ่อพร้อมกับยกมือลูบหัวลูกสาว.....

   

                                                     

                                       งานอุบัติเหตุ – ฉุกเฉินโรงพยาบาลเขาสวนกวาง