อย่ามองกันที่เปลือกนอก
รองเท้าต้นเรื่อง....

เอาอีกล่ะ....ขำตัวเองอีกแล้ว แต่.....ขำแบบเหนียมๆนะ เรื่องของเรื่องคือมีนัดกับทางศูนย์รถเพื่อที่จะเอารถเข้าตรวจเช็คเมื่อครบตามระยะทาง พอใกล้จะถึงเวลา ฝนก็ตกหนักเลยใส่รองเท้าประจำตัวกางร่มไปเปิดประตูหน้าบ้าน เรียบร้อยก็เดินขึ้นรถขับออกมา ปิดประตูบ้านเสร็จก็ขับไปเฉยเลย ขับไปได้สักพักหนึ่งก้มลงมองเท้าตัวเอง อ้าว....เอ๊ะ....เราลืมเปลี่ยนรองเท้านี่นา มองหารองเท้าเปลี่ยนในรถก็ไม่มีเลยเพราะขนของลงไปหมดแล้ว ป้าด......ทำไงดีเนี่ย เอาฟร่ะช่างมันเหอะฝนตกหนักแบบนี้รองเท้าคู่นี้คงพอเข้ากับอากาศได้
เยินเชียว....

ไปถึงศูนย์แล้วก็ยังพลิกซ้ายพลิกขวาดูอีกหลายรอบ โธ่เอ๋ย....สงสารตัวเองจริงๆเลย ข้างบนตั้งแต่ทรงผมโฉบเฉี่ยว เสื้อและกางเกงมีตราสัญลักษณ์บอกที่มาที่ไป สร้อยแหวนใส่แล้วดูดีน่าเชื่อถือ แต่....พอมองต่ำลงไป เหอเหอเหอ.....ตามนั้นค่ะตามนั้น แล้วที่ไม่อยากบอกเลยว่าก็ที่ศูนย์นี้ไงที่ krugui เคยมาปล่อยไก่ปล่อยเป็ดทิ้งเอาไว้จากบันทึกในบล็อกนี้แหละ ไปหาอ่านเอาเหอะไม่อยากบอกเล๊ย....เรื่องของต่อมลูกหมากที่อ๊าย...อาย มาคราวนี้ก็...อายนะไม่ใช่ว่าไม่อาย
รองเท้าก็เต็มตู้แท้ๆ...

แต่พอมานั่งเขียนบันทึกนี้แล้ว กลับกลายเป็นขำตัวเองว่า...อายในสิ่งที่ไม่ควรอายเลย เพราะรองเท้าไม่ได้เป็นตัววัดว่าเราเป็นคนดีหรือไม่ดีแต่อาจบอกได้ว่าเราเป็นคนแบบไหน ( อาจจะดูเฟอะฟะไปบ้าง ) แต่สุดท้ายแล้วเราก็มีเงินจ่ายให้เขา แล้วยังขับรถออกมาแบบภูมิใจเพราะไม่ได้ไปทำความเดือดร้อนให้กับใคร แต่ตัวของเราเองต่างหากที่เดือดร้อนและคิดกังวลไปเอง ดีเสียอีกที่เป็นข้อคิดเตือนใจสำหรับการออกบ้านครั้งต่อไปจะได้ไม่ลืมๆ......

ขอบคุณภาพดุ๊กดิ๊กจาก COMETBIRD
เป็นบ่อยเหมือนกันค่ะ แต่เมื่อใส่ออกจากบ้านแล้ว ก็ต้องมั่นใจ ใครจะมองอย่างไรก็เรื่องของเขา เพราะสุดท้ายแล้ว เขาก็คงไม่ได้ใส่ใจเรื่องของเรายาวนานไปเกิน 5 นาทีแน่นอน ขอบคุณครูชุติมาที่เข้าไปเยี่ยมเยียนบันทึกค่ะ :)
เพราะรองเท้าไม่ได้เป็นตัววัดว่าเราเป็นคนดีหรือไม่ดีแต่อาจบอกได้ว่าเราเป็นคนแบบไหน ( อาจจะดูเฟอะฟะไปบ้าง )...
น่ารักมากค่ะที่นำมาเล่า เป็นคนอารมณ์ดีจริงๆนะคะ
ขอนำเรื่องของคนข้างกายมาขาย เรื่องรองเท้าเหมือนกันค่ะ คือ เขาเป็นคนที่ไปไหนๆก็จะแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าสีดำเรียบง่าย คือกางเกงเลสีดำ เสื้อผ้าฝ้ายสีดำ แล้วไม่ได้มีเครื่องประดับสร้อยทองอะไรเลยค่ะ วันหนึ่งเขามีนัดที่โรงแรมโอเรียนเต็ล จำไม่ได้ว่าเขาไปไหนมาก่อนคงไปตรวจไซท์งานจึงใส่รองเท้าแตะสีดำ แล้วไม่ได้เอารองเท้าดีๆใส่รถไปด้วย ไปถึงคนขับรถส่งลงหน้าประตูเข้าโรงแรม เขาลงไปจะเดินเข้าประตู พนักงานมาบอกว่า ห้ามใส่รองเท้่าแตะเข้าภายในโรงแรม ทั้งๆที่ก็เห็นว่าเขาไม่ใช่คนเรร่อน รถก็เพิ่งมาส่งลง เขาแก้ปัญหาโดยการถอดรองเท้าแตะไว้ที่กระถางต้นไม้ แล้วเดินเท้าเปล่าเข้าไป พนักงานไม่ว่าอะไรเพราะไม่มีกฏห้าม แปลกดีนะคะ ขากลับออกมารองเท้าแตะหายไปเลยค่ะ ^____^
วันนี้มีเรื่องรองเท้ามาอาย
วันหน้าคงมีเรื่องอื่นมาเหนียมอีกแน่เลย ใช่เปล่าครับ อิอิ
บางคนลืมรองเท้าไว้ที่บ้านข้างหนึ่ง
เพราะตอนนั่งบนรถ..ยกเท้าขวาขึ้นก่อน
แล้วถอดรองเท้าอีกข้างไว้ที่พื้น...เหอๆๆๆ
รองเท้าตามภาพดูใหม่และสะอาดนะคะ..เคยเห็นบางคนรีบมาก ใส่คนละข้างคนละสี ดูเก๋ไปอีกแบบ..
ยินดีรับดอกไม้กำลังใจสวยๆ
จาก 
+++++
+++++
+++++
+++++
+++++
ด้วยความขอบคุณยิ่ง มีความสุขสวัสดีกันทุกคนนะคะ
สวัสดีค่ะ
ความจริงก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากมายหรอกค่ะ เพียงแต่ว่าโมโหตัวเองที่ชอบลืม
จนเหมือนเป็นคนไม่ใส่ใจตัวเองมากกว่า ถ้าเกิดไปเจอคนรู้จักเข้าเขาจะตำหนิ
เอาได้ พอเรื่องผ่านไปก็กลายเป็นเรื่องขำๆที่เล่าต่อได้อย่างสบายอารมณ์ค่ะ
ขอบคุณที่แวะมาทักทายกันเช่นกันนะคะ
สวัสดีค่ะ
บางสิ่งบางอย่างมองให้เป็นเรื่องขำๆบ้างก็เข้าท่าดีเหมือนกันค่ะ
ความคิดสุดยอดเลยค่ะที่ยอมถอดรองเท้าเอาไว้แล้วเดินเท้าเปล่าเข้าไป ยามจะ
รู้ไหมนะว่าเขากำลังสั่งห้ามใคร อาจจะยามนั่นแหละที่เก็บรองเท้าไป hahahaha
จะว่าไปแล้วสถานที่บางแห่งก็มีกฎเกณฑ์ที่ทำให้ไม่อยากเข้าไปเลยนะคะ
บางครั้งยังเคยบอกพวกหลานๆเลยว่า อย่าไปยึดติดที่เครื่องแต่งกายภายนอก
ให้มากนัก ขอแค่ในกระเป๋าเรามีตังค์ก็ใช้ได้
สวัสดีค่ะ
แหมๆๆๆอาจารย์มีแซว ก็คงจะมีเรื่องทั้งอายปนเหนียมมาเล่าอีกเรื่อยๆล่ะค่ะถ้า
ยังคงลืมบ่อยๆแบบนี้ อาจารย์เคยลืมมั่งหรือเปล่าคะ อิๆๆๆ
สวัสดีค่ะ
ชอบใจจังกับ....คนอื่นจะคิดก็ช่างหัวมันปะไร...ตรงใจเชียวค่ะ
เพราะพอคิดได้พี่ก็เดินไปเดินมา ดูทีวีมั่ง อ่านหนังสือมั่ง เข้าเน็ตมั่ง แถมเดิน
ไปชงชาและโอวัลติน หยิบขนมในขวดโหลมากิน ก็ไม่เห็นใครเขาจะมอง
คงเป็นที่ตัวเราคิดมากไปเองนั่นแหละ....จำไว้ๆๆๆ
น้องจิตอาสา
ปกติพี่จะไม่ค่อยอะไรทำไมกับการแต่งตัวเท่าไหร่หรอกค่ะ แต่บางครั้งก็ต้องดู
สถานการณ์และสถานที่บ้าง ถ้าไปเจอที่เขาห้ามก็คงไม่เข้าไปล่ะ
แต่น้องก็ดูดีทุกทีนี่นา....hahahaha
น้องครูแหวว
คนที่ว่านั้นหวังว่าคงไม่ใช่คนที่เอามาเล่านะ คริคริ เพราะเหตุการณ์แบบนี้
พี่ก็เคยเจอกับเพื่อน คือเขาเห็นรถใครสะอาดๆเป็นไม่ได้ต้องถอดรองเท้าก่อน
ขึ้นรถแล้วรองเท้าก็จะวางอยู่ตรงนั้นนั่นเอง.....
พี่ใหญ่ที่ใจดี
ใส่รองเท้าคนละข้างคนละสีคงจะดูดีกว่ารองเท้าในภาพแน่นอนค่ะพี่
ถ้าได้มาเห็นของจริงจะขำก้ากเชียวนะคะ เวลาถ่ายรูปออกมาทำไมดูดีจนพี่มอง
ว่าใหม่และสะอาดไปได้ก็ไม่รู้.....
น่ารักหลายๆ เจ้าปี้กีร์
ทำให้นึกถึงอี๋ (แม่)ปู ไปเยี่ยมหลานที่ชัยภูมิ ขากลับเพิ่งมานึกได้ช่วงใกล้จะถึงโคราชแล้วว่าอ้าว ลืมใส่รองเท้ากลับมา ลูกได้ฮา แฟนป๋าน่ารัก เสมอค่ะ
ฝันดีนะคะ
อยากได้เด้....สีถูกใจด้วย
เกิบคู่สวยต่างหากคะพี่
สวัสดีค่ะพี่krugui
มาอ่านประสบการณ์ขำๆ ผ่อนคลายก่อนไปทำงานค่ะ
คิดถึงนะค่ะ
สุขสันต์วันเกิดค่ะพี่ครู
น้องปูทะเล
เมื่อมันเกิดขึ้นแล้วและผ่านไปแล้ว ก็เลยกลายเป็นเรื่องขำๆไปแต่ขณะที่
เหตุการณ์นั้นยังอยู่ซิ ใจคอตุ๊มๆต่อมๆ คอยกังวลด้วยตนเองทั้งๆที่คนอื่นเขา
ก็ไม่ได้มาสนใจอะไรด้วย
น่ารักนะคะแฟนพ่อ อยู่ไกลแบบนี้คงคิดถึงและอยากกอดแย่แล้วซิเนี่ย
น้องกระติก
ตอนซื้อมาใหม่ๆสีสวยมาก แต่พอใช้ไปๆอย่างคุ้มค่าเพราะใช้ใส่รดน้ำต้นไม้
ถางหญ้าพรวนดิน กวาดใบไม้ สีค่อยๆซีดและเยินแบบที่เห็น แต่พี่ก็ยังใส่อยู่
ที่บ้าน ลูกบอกให้เอาทิ้งก็ไม่ยอมจะใส่จนขาดเลยจ้า...
รักเกิบจนหยดสุดท้าย อิๆๆๆ