วันนี้ได้มีโอกาสช่วงสั้นๆ สนทนากับ อ.ซอและห์ ตาเละ คณบดีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มอย. แน่นอนครับ คุยกับผู้รู้ก็ย่อมเกิดการเรียนรู้ ประเด็นที่คุยกันสืบเนื่องจากการดูเดือนเพื่อกำหนดวันที่ 1 รอมฎอน ซึ่งส่วนตัวที่เก็บประมวลความรู้สึกจากหลายๆ คน ก็ลุ้นว่า ขอเถอะ ขออย่าให้เห็นความแตกต่างกันเลย ความแตกต่างแรกเริ่มจากมีบางประเทศดูเดือนตั้งแต่วันเสาร์ครับ แล้วคนบ้านเราบางกลุ่มก็ถือตามผลของบางประเทศนี้แหละครับ (ส่วนของไทยดูวันอาทิตย์) ผมเลยโล่งอกเล็กๆ เมื่อประเทศที่ดูเดืิอนวันเสาร์ผลออกมาคือมองไม่เห็น และจากการคำนวนทางดาราศาสตร์ก็บอกผมว่า วันอาทิตย์โดยหลักการต้องเห็นครับ ผมเลยลุ้นแค่ว่า เมฆอย่าหนาทั่วประเทศไทยแล้วกัน เพราะถ้าเราเห็นนั้นหมายถึง รอบนี้น่าจะพร้อมๆ กันอย่างไม่มีประเด็นมาให้ถก แต่ถ้าไม่เห็นผมว่าก็จะมีหลายคนเริ่มถือศิลอดไปก่อนแล้วแน่ๆ แล้วสุดท้ายเราก็จะออกอีดไม่ตรงกันอีก เอาละครับ ข้างต้นเป็นการเกริ่นนำครับ มาเข้าประเด็นที่ได้คุยกับท่านคณบดีคณะวิทย์ฯ เลยนะครับ ท่านบอกว่า ความจริงการที่อิสลามยึดเอาจันทรคติมาใช้ในการกำหนดการปฏิบัติศาสนกิจถือเป็นฮิกมัต (วิทยปัญญา) ที่ล้ำเลิศอย่างหนึ่ง เป็นเรื่องของการสร้างความยุติธรรมให้กับมนุษยชาติ ง่ายๆ หากการกำหนดเรื่องรอมฎอน เรื่องฮัจย์เป็นไปตามสุริยคติ มันก็จะกลายเป็นว่า ประเทศไหนรอมฎอนของเขาตรงกับฤดูร้อน เขาก็จะร้อนตลอดชั่วชีวิต ภูมิภาคไหนตรงกับฤดูหนาวก็จะเจอกับหนาวในทุกปี ซึ่งต่างจากการกำหนดวันโดยจันทรคติ ที่ฤดูของการทำอิบาดะห์จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ถือเป็นความยุติธรรมที่ชัดเจนมาก และผลที่ตามมาก็คือ การกำหนดวันตามจันทรคติเป็นเรื่องยากมากที่จะให้เหมือนกันทั้งโลก โดยปกติๆ ทั้งโลกจะมีสามวันในเวลาเดียวกันได้ (สุริยคติก็น่าจะสามเหมือนกัน แต่กำหนดง่ายกว่า) และคงลำบากมากเหมือนกันที่ประเทศในโซนหนึ่งจะต้องรอคำตอบในการกำหนดวันจากอีกประเทศหนึ่ง มันอาจจะเป็นไปได้ที่บางครั้งประเทศไทยจะเร็วกว่าประเทศซาอุดิิอารเบียอยู่ 4 ชั่วโมง และในบางครั้งไทยก็อาจจะช้ากว่าอยู่ 20 ชั่วโมง ทั้งนี้เพราะดวงจันทร์โคจรไม่เท่ากับเวลาที่โลกหมุนรอบตัวเอง ความจริงก็คือ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่จะทำให้ “พร้อมกัน” ในบางความหมายคงทำได้ยาก เช่นถ้าคำว่าพร้อมกันหมายถึงเวลาเดียวกัน แต่ในอีกความหมายหนึ่ง ความจริงเราทำอีบาดะห์พร้อมกัน (อย่าเพิ่งงงนะครับ) ง่ายๆ ครับ มุสลิมเริ่มถือศิลอดพร้อมกันในวันที่ 1 รอมฎอน เพียงแต่ที่ต่างกันคือ 1 รอมฎอนของบางภูมิภาคอาจจะเป็นวันอาทิตย์ บางประเทศเป็นวันจันทร์ เป็นต้น เอาเป็นว่ามันเป็นวันเดียวกันครับ 1 รอมฎอน ทีนี้ลองมาคิดในเชิงนโยบายการจัดการ (อันนี้โดยส่วนตัวมองต่างจากท่านคณบดีอยู่บ้างครับ) แนวคิดของท่านคือ เรื่องการกำหนดวันอีบาดะห์จึงต้องเป็นเรื่องของพื้นที่ ไม่ต้องเหมือนกันในเรื่องของวัน แล้วก็ให้หลักการนี้ครอบคลุมในทุกกรณี ซึ่งส่วนตัวผมเห็นว่า เอาแค่ประเด็นเข้าและออกรอมฎอนก็พอ ส่วนเรื่องอีดิลอัฏฮาคงต้องใช้หลักการอื่น อันเนื่องจากอีดิลอัฎฮาเกี่ยวเนื่องกับการประกอบพิธีฮัจย์ ที่สำคัญการดูเดือนก็ทำในเวลาที่ไม่กระชั้นชิดมากเหมือนรอมฎอน และอีบาดะห์ดังกล่าวสะท้อนความเป็นหนึ่งเดียว ประเด็นที่เล่าไม่ใช่ประเด็นใหม่ครับ แต่คงพูดกันไม่จบในระยะเวลาอันใกล้ๆ นี้ครับ การคุยกันแลกเปลี่ยนกันก่อให้เกิดความรู้ใหม่ๆ ครับ แค่เราไม่หันหลังให้กัน เราก็จะเจอทางออกดีๆ เสมอ
เหมือนกับต่าง วิทยปัญญาจากการดูเดือน
2 คนชอบ
มาเยี่ยมยามครับ ท่าน ผศ.จารุวัจน์
ขอบคุณครับท่านอาจารย์ jj
ช่วงนี้ผมไม่ค่อยไปอ่านบล็อกเลยครับ ว่างๆ จะแวะไปเยี่ยมเยียนครับ