ชีวิตที่ (เกิน) พอเพียง : ๑๓๐๐. พักผ่อนที่เกาะสมุยและเที่ยวเกาะพงัน



          ธนาคารไทยพาณิชย์จัดประชุมคณะกรรมการและผู้บริหารแบบ retreat ที่เกาะสมุย ระหว่างวันที่ ๒๔ – ๒๖ มิ.ย. ๕๔   เดิมจะไปจัดที่ขอนแก่น แต่เนื่องจากใกล้เลือกตั้ง และเดาว่าการต่อสู้ทางการเมืองในภาคอีสานคงจะเข้มข้น   จึงหลบมาเกาะสมุย

          เราพักและประชุมที่โรงแรมใหม่ชื่อ W Retreat อยู่บนเขาระหว่างหาดบ่อผุดกับหาดแม่น้ำ   เมื่อเราเช็คอิน ที่บริเวณ รีเซ็ปชั่นของโรงแรมเวลาประมาณ ๑๗.๓๐ น. ของวันที่ ๒๓ มิ.ย. เราก็ตะลึงกับวิวที่อยู่เบื้องหน้า   ที่สระน้ำของโรงแรมกลืนต่อไปกับทะเลที่อยู่เบื้องหน้า โดยที่ในความเป็นจริงสระน้ำของโรงแรมอยู่บนอาคารที่อยู่บนภูเขา   เขาบอกว่านี่คือการออกแบบที่ชื่อว่า Infinity  

          ผมจะไม่เล่าว่าที่พักที่เขาจัดให้มัน luxury อย่างไร เพราะเกรงจะโดน อ. ยอด แซวอีก   จะเล่าเพียงว่า เป็นโรงแรมที่ใช้บริการของธนาคารไทยพาณิชย์   ใช้เงินลงทุนทั้งสิ้น ๑,๘๐๐ ล้านบาท   เป็นโรงแรมที่เขาว่า luxury ที่สุดในเกาะสมุย

          ตื่นเช้าวันที่ ๒๔ มิ.ย. ผมชวนสาวน้อยออกไปเดินเล่นที่ชายหาด   โดยมีเราสองคนเท่านั้นบนชายหาดในเวลานั้น   ลมพัดเย็นสบาย และชายหาดสะอาด เม็ดทรายก้อนโตเป็นทรายหยาบมาก   และบางช่วงมีเศษเปลือกหอยปน   มีคนบอกว่าที่จริงบริเวณนี้ไม่มีหาดทราย แต่ทางโรงแรมขนเอาทรายมาถมให้เป็นหาดทราย

          อาหารของโรงแรมอร่อยมาก   และ luxury สมกับระดับของโรงแรม   ผมสังเกตตามประสาคนไม่ประสีประสาว่า   เขาเพิ่มคุณค่าโดยการใส่ innovation เข้าไปในทุกเรื่องของโรงแรม ตั้งแต่การออกแบบภูมิสถาปัตย์ อาคาร ห้องพัก รวมไปถึงอาหาร   เช่นตอนเที่ยงวันที่ ๒๔ ผมไปที่ห้องอาหารหลังคนอื่น   ดร. จิรายุ รีบแนะนำว่าแกงมัสมั่นเนื้อลูกวัวอร่อยมาก   ผมรับคำแนะนำโดยกินแกงมัสมั่นกับข้าวเหนียว (และกับข้าวอื่นอีกหลายอย่าง) อร่อยจริง   และตอนเช้าวันที่ ๒๕ ระหว่างนั่งกินอาหาร เจ้าหน้าที่ก็เดินเอาน้ำผลไม้ปรุงพิเศษมาชวนให้ลองกิน   ผมลองน้ำ บลูเบอรี่แต่งรสด้วยพริกไทยดำ ซึ่งผมไม่เคยคิดว่าจะมีการเอาพริกไทยมาผสมน้ำผลไม้   แต่ก็อร่อยดี

          ที่พิเศษมากและทำให้ผม “รู้สึก” ได้ถึงแนวทาง innovation ในการปรุงอาหาร   คือเย็นวันที่ ๒๔ เป็นงานเลี้ยง เพื่อสร้างความใกล้ชิดระหว่างกรรมการกับฝ่ายบริหารของธนาคาร   เราไปกินอาหารญี่ปุ่นที่ร้านอาหารของโรงแรมริมทะเล   ตรงส่วนที่เป็นมุมรอยต่อระหว่างชายหาดแม่น้ำกับบ่อผุด   อากาศกำลังสบาย ลมพัดโชยให้ความสดชื่นเต็มที่   พอถึงเวลากินอาหาร เขาบอกว่ามีทั้งหมด ๗ รายการ   โดยเชฟใหญ่มาเป็นหัวหน้าทีมปรุงกันเดี๋ยวนั้น และเรามองเห็นวิธีปรุง   เริ่มจากรายการแรกคือหอยนางรมสดในแชมเปญ   เป็นอาหารญี่ปุ่นที่ผมไม่เคยกินมาก่อน   นอกจากนั้น รายการอื่นๆ ก็แสดง innovation ชัดแจ้ง   และขอบันทึกไว้ว่า ไวน์แดงอร่อยมากเป็นพิเศษ   

          ผมมีนิยามของตนเองว่า innovation แปลว่า แปลกใหม่ แต่จะดีจริงหรือไม่ยังไม่แน่ใจ   เป็นนิยามเพื่อให้เกิดความกล้าลงมือทำสิ่งที่เราเองและคนอื่นไม่เคยทำมาก่อน   ดังนั้น innovation หลายอย่างของโรงแรม W Retreat จึงไม่ดีในสายตาของผม   เช่นตกแต่งห้องด้วยไฟสีแดง   และการออกแบบให้พื้นห้องมีต่างระดับ   ซึ่งไม่ดีสำหรับคนแก่   รวมทั้งพื้นห้องน้ำลื่น   และโถส้วมเล็ก  แต่ต้องยอมรับว่าเรื่องแบบนี้ขึ้นกับรสนิยมของคนด้วย   และผมไม่ใช่คนส่วนใหญ่ของสังคม   และมีคนบอกว่า W Retreat เป็น chain โรงแรมระดับหรูเริ่ดสุดๆ ทั่วโลก ที่เน้นลูกค้าที่เป็นเศรษฐีอายุน้อย   ผมเป็นคนแก่ที่มาพักด้วยเงินคนอื่น ไม่ใช่ลูกค้าเป้าหมายของเขา

          กรรมการและคู่สมรสเป็นคนอายุมากทั้งนั้น   จึงมีข้อวิพากษ์วิจารณ์การออกแบบและบริการของโรงแรมอย่างเสียๆ หายๆ เอามาก   แต่ที่เฮฮาที่สุดคือในห้องน้ำตรงอ่างล้างหน้า มีหลอดคล้ายยาสีฟัน มีแต่สัญญลักษณ์ W ของโรงแรม   ไม่มีตัวหนังสืออื่นๆ บอกว่ามันคืออะไร   ผมเปิดดูแล้วก็เห็นว่าข้างในเป็น ช็อกโกเล็ต ก็แปลกใจว่าเขาเอามาให้ใช้ทำอะไร แต่ไม่ได้คิดจะถาม   แต่ตอนไปเที่ยวเกาะพงันกรรมการท่านหนึ่งเป็นคนมีอารมณ์ขัน เล่าว่าท่านไม่ได้สนใจเปิดจุกบีบใส่แปรงสีฟัน พลางนึกในใจว่าโรงแรมนี้แปลก ยาสีฟันสีช็อกโกเล็ต   พอแปรงก็รู้ว่าผิดเสียแล้ว ไม่ใช่ยาสีฟัน แต่เป็นช็อกโกเล็ตจริงๆ   ภรรยาของกรรมการท่านหนึ่งฉลาดกว่าเพื่อน ถามเจ้าหน้าที่โรงแรมว่าเขาเอา ช็อกโกเล็ต ใส่หลอดเอามาวางตรงที่แปรงฟันด้วยเหตุผลใด   เจ้าหน้าที่ตอบว่า เขาจงใจให้กินก่อนนอน   กินเสร็จก็แปรงฟันแล้วนอนหลับสบาย   เอามาเล่าเพื่อให้เห็นว่า โรงแรม W Retreat เขาเน้น innovation สุดๆ   ซึ่งในมุมหนึ่งคือมีบริการประหลาดๆ ไม่เหมือนใคร   โดยที่โรงแรมหรูอย่างนี้ไม่มีมีดโกนหนวดให้

          เช้าวันที่ ๒๕ ผมไม่ได้ออกไปวิ่ง   แต่ออกไปนอนดูนกบินบนท้องฟ้าพร้อมกับร้องเสียงไพเราะ   พร้อมกับรับลมทะเลพัดโชยชื่นใจ และพิมพ์บันทึกนี้ ที่เก้าอี้นอนรับลมนอกห้องพัก ข้างสระว่ายน้ำส่วนตัว (ที่เราไม่ได้ใช้)   นกที่บินเล่นลมและร้องรับกันนักร้อยตัวนี้สีดำ น่าจะเป็นจำพวกนกแซงแซว 

          รายการเที่ยวที่ทุกคนรอคอยคือไปเที่ยวเกาะพงัน  เป็นครั้งแรกที่ผมไปเกาะพงัน   โดยนั่งเรือเร็วลำใหญ่ที่มีห้องนอนในท้องเรือ ๓ ห้องนอน   ตอนขากลับเรือโคลงมากเพราะคลื่นลมแรง   ลูกเรือชวนผมลงไปนอนในห้องหนึ่ง เป็นห้องติดแอร์ ได้งีบหลับสบาย 

          เราไปลงเรือที่บ่อผุดไม่ไกลจากโรงแรมมากนัก  แล้วไปขึ้นเรือ ใช้เวลาประมาณ ๔๕ นาทีไปขึ้นฝั่งเกาะพงันตรงชายหาดที่เขามี Full Moon Party คือฝั่งตะวันตกของเกาะ ซึ่งเป็นฝั่งที่หันเข้าหาเกาะสมุย   เล่ากันว่าสมัยที่ฮิตสุดๆ มีคนมาปาร์ตี้ถึง ๒ แสนคน   คือมีแต่ที่ยืน แต่ก็สนุกสุดๆ ด้วยฤทธิ์ยาอี   เวลานี้อย่างมากก็มีคนมา ปาร์ตี้ ๒ หมื่นคน

          เราต้องลงเรือยางเข้าฝั่ง   พอขึ้นฝั่งก็รู้สึกได้ว่ามีการทำความสะอาดชายหาดทรายอย่างดี   และเป็นหาดทรายที่กว้างและสวยงาม   กลับมาค้น อินเทอร์เน็ตที่บ้านจึงทราบว่าชื่อหาดริ้น     คณะที่ไปประมาณ ๑๒ – ๑๓ คน   ขึ้นรถตู้ ๒ คันขับวนรอบเกาะ   ผมได้ความรู้ว่าเกาะพงันเป็นอำเภอ   ที่เล็กกว่าเกาะสมุยพอสมควร และถนนก็แคบกว่า รวมทั้งขึ้นลงเขาชันกว่ามาก   โรงแรมส่วนใหญ่เป็นกระท่อมเล็กๆ อยู่ตามลาดเขา   ไม่มีโรงแรมหรูๆ อย่างที่เกาะสมุย

          เราไปไหว้เจ้าแม่กวนอิม ที่อยู่บนเขาของหาดโฉลกฉลำ   เป็นจุดชมวิว และสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่มีเศรษฐีกรุงเทพมาสร้างไว้ตามที่เจ้าแม่กวนอินเข้าฝัน  ผมได้ข้อมูลนี้จากการไต่ถามคนขับรถนำเที่ยวที่มาจอดรถอยู่บริเวณนั้น 

          ตอนเที่ยงไปกินอาหารที่ร้านอุ่นใจ ที่ชายหาดโฉลกหลำ ไม่ไกลจากศาลเจ้าแม่กวนอิม อาหารอร่อยมาก   เป็นครั้งแรกที่ผมได้กินหอยหลอดผัด   ส่วนอาหารทะเลอื่นๆ ก็อร่อยทั้งสิ้น  

          กลับมาโรงแรมอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า   เรากลับกรุงเทพด้วยการบินไทยเที่ยวเย็นวันที่ ๒๕ เพราะผมมีประชุม AAR WHA 64 ในวันอาทิตย์ที่ ๒๖

 

วิจารณ์ พานิช
๒๕ มิ.ย. ๕๔

 Infinity design หลอกตาว่าเหมือนนั่งอยู่ในทะเล ที่จริงนั่งอยู่ในสระตรง ล็อบบี้ของโรงแรม


 

ชายหาดแม่น้ำหลังโรงแรม


 

ซ้ายเกาะเตาปูน ขวาเกาะส้ม


 

หาดริ้น สถานที่จัด ฟุลมูนปาร์ตี้อันโด่งดังของเกาะพะงัน

 

 รีสอร์ทใกล้หาดริ้น


หาดทรายของหาดริ้นได้รับการรักษาความสะอาดอย่างดี


 

ภายใน พาลิต้า ล็อดจ์ ตรงหาดริ้น


 

ชายหาดโฉลกหลำ


 

หอยหลอดผัดฉ่า


 

ศาลเจ้าแม่กวนอิม


 

ในห้องโดยสารของเรือเร็ว


 

 ดอกไม้งามริมหาดที่ท่าเรือเกาะสมุย


 

ดอกพุดเวียดนามที่โรงแรม กลิ่นหอมอ่อนๆ


 

หอยนางรมในแชมเปญ


 

 

หมายเลขบันทึก: 451922เขียนเมื่อ 1 สิงหาคม 2011 10:34 น. ()แก้ไขเมื่อ 6 กันยายน 2013 23:47 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (2)

บรรยากาศดีมากมาก ครับ

Most Thais have lost opportunities (even rights) to enjoy the scenic beauty Thailand can offer.

Most of these wonderful places are now under (foreign) resort managements.

I envy you. You have a chance to enjoy these things.

I am saddened, in a way, for the rest -- we will enjoy the pictures.

Like we enjoy wildlife documentaries. Because we cannot see the real things. ;-)

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี