เผือกสอดไส้... เป็นอาหารว่างอย่างจีนหรือที่เรียกว่า "ติ่มชำ"
ซึ่งมีขายตามร้านอาหารและภัตตาคารอาหารจีนทั่วไป
"เผือกสอดไส้...วันนี้จะทำแบบทอดฟู ซึ่งเป็นอีกเมนูหนึ่งซึ่งฉันนั้นชื่นชอบ
เมื่อก่อนนานมาแล้วคงจะยี่สิบปีเห็นจะได้ พี่วัชรีที่เคยทำงานด้วยกันที่สีลม
เธอมักจะแวะซื้อเผือกสอดไส้ลูกกลมๆแถวราชดำริ ไปฝากกันบ่อยๆ
นานมากแล้วที่ไม่ได้ลิ้มรสเผือกทอดเจ้าอร่อย เจ้านั้นแต่ยังไม่ลืมค่ะ ถูกใจ ไม่อมน้ำมันด้วยน่ะค่ะ"
ช่วงนี้พอจะมีเวลาว่างจึงลองทำดู...เริ่มจากเปิดตำรา จึงพบว่าไม่ฟูดั่งที่ฝันไว้
เลยลองปรับๆเพิ่มโน้นใส่นี่ ...และแล้วก็สำเร็จค่ะ
ได้สูตรขนมเผือกสอดไส้แบบฟูฟู...
•เผือกสอดไส้ทอดฟูค่ะ
เก็บไว้เป็นบันทึกช่วยจำก่อนน่ะค่ะ คงต้องทดลองต่ออีก ว่าสูตรนั้นคงที่
มาดูสูตรวันนี้กันค่ะ
ส่วนผสมประกอบด้วย
• แป้งตั้งหมิ่น 200 กรัม • เผือก นึ่งสุก 600 กรัม • น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
• เกลือป่น 2 ช้อนชา • น้ำมันพืช 120 กรัม
เริ่มขั้นตอนการทำ...
•เผือกปอกเปลือกแล้ว แบ่งสี่ส่วน นึ่งหรือต้มสุก
หัวนี้ 600 กรัม เติมน้ำพอท่วมชิ้นเผือก ต้ม 20 นาที
ตักขึ้นจากน้ำขณะร้อนพักให้เย็นสนิท
•เตรียมส่วนผสมตามกำหนด
ยี้เนื้อเผือกนึ่งจนแตกออกแล้วจึงนวดรวมกับส่วนผสมทั้งหมด
•นวดเสร็จแล้วปั้นเป็นก้อนๆ ประมาณ 50 กรัมต่อก้อน
แผ่ออกใส่ไส้ห่อให้มิด จะแบบลูกกลมๆหรือลูกรีๆ ก้ได้ตามชอบค่ะ
(วันนี้ใช้ไส้หมูแดง ของซาลาเปาค่ะ
สูตรไส้หมูแดง : ดูส่วนผสมและวิธีทำที่ค่ะ >> " ไส้ซาลาเปา ")
•ห่อไส้ แล้วนำลงทอดน้ำมันร้อน ไฟปานกลางค่ะ ทอดประมาณ 5 นาที
สังเกตุ...สีให้เป็นสีน้ำตาลทอง
*เทคนิค น้ำมันต้องท่วม เผือกก็จะฟูฝอยๆมากขึ้น หากน้ำมันท่วมไม่สูง ขนมก็จะไม่ฟูมาก
•ผลงานครั้งที่สองจากการทดลองทำขนมเผือกสอดไส้ฟู
เมนูอาหารว่างอย่างจีนอีกหนึ่งเมนูโปรด ของฉัน
เสร็จแล้วน่ะค่ะ
^^
เพิ่มเติมท้ายบันทึก ด้วยแป้งตั้งหมิ่นค่ะ
"แป้งตั้งหมิ่น คือ แป้งสาลีที่ทำการสกัดเอาโปรตีนออก"
การสกัดโปรตีนจากแป้งสาลีจะได้ 2 ส่วนคือ
1.ส่วนที่เป็นโปรตีน ( wheat gluten ) ที่เรียก่า กลูเต็น หรือ หมี่กึง
ประโยชน์ : นำมาปรกอบอาหารเจแทนโปรตีนจากเนื้อสัตว์
2.ส่วนที่เป็นแป้ง ( wheat starch ) หรือเรียกว่า แป้งตั้งหมิ่น หรือ แป้งฮะเก๋า
ประโยชน์: นำมาทำขนมอาหารว่าง เช่น ฮะเก๋า เผือกทอดฟู ฯ
เมื่อก่อนหาซื้อยากหากจะใช้ต้องไปซื้อแถวๆย่านชาวจีน เช่นตลาดเยาวราช
แต่ปัจจุบันนี้ เราหาซื้อได้ตามร้านขายวัสดุอุปกรณ์ทำขนมและห้างสรรพสินค้าทั่วไป
*หากหาซื้อไม่ได้ มีวิธีการทำแป้งตั้งหมิ่นมาฝากค่ะ
นำแป้งสาลีนำมานวดกับน้ำจนเหนียว เหมือนแป้งที่ทำบะหมี่ จากนั้นก็นำไปล้างน้ำ รองน้ำไว้น่ะค่ะ
เราก็จะได้ ก้อนแป้งเหนียวๆ คือ กลูเต็น และน้ำแป้งขาวนั่น
คือแป้งตั้งหมิ่น วางน้ำแป้งให้ตกตะกอนแล้วรินน้ำใสๆทิ้งไป เหลือเฉพาะแป้งขาวๆ นำไปตากให้แห้งค่ะ ก็จะใช้ได้
^^
จบบันทึกแล้วน่ะค่ะ
ขอให้มีความสุขทุกๆท่าน
สวัสดีค่ะ
^^
บันทึก เพิ่มเติม...

เพิ่มภาพไว้ให้ชมอีกค่ะ ชุด3 น้ำมันไม่ท่วมมากจึงฟูน้อยกว่าชุด2
แต่กรอบอร่อยเหมือนกัน
........

ชุด3 ทอดพร้อมกัน 4 ชิ้น จะแน่นไปหน่อยรูปทรงไม่ค่อยดี บางส่วนไม่จมน้ำมัน
สีจึงไม่ค่อยสม่ำเสมอ และไม่ฟูมาก
การทอดที่ละชิ้นจะได้ลักษณะขนมที่ฟูสวยงามกว่า ^^
.............
•บางตำราบอกว่า ให้นำแป้งตั้งหมิ่นนวดกับน้ำร้อนเดือดก่อนแล้วค่อยมาผสมกับเผือก
เมื่อทดลองทำพบว่า ขนมไม่ฟูตามที่ัฝันไว้ ผิวเรียบละอมน้ำมัน วางไว้ไม่นานก็นิ่มไม่กรอบเสียแล้ว
•ส่วนผสมที่แห้งเกินไปขนมก็จะไม่ฟูเช่นกัน
•ปัจจัยที่มีผลต่อการฟูของขนมนั่นก็คือ ความร่วนซุยของเนื้อเผือก
และส่วนผสมที่ได้สัดส่วน จากการทำครั้งแรก ฟูน้อยมาก เนื่องจากเผือกที่นวดแห้งไป จึงปรัปรุง
1. โดยการเพิ่มน้ำ พบว่า ขนมไม่ฟูใช้ไม่ได้
2. โดยการเติมน้ำมันพืช พบว่า ได้ผลเยี่ยมมากๆ
3.และเมื่อทดลองเพิ่มน้ำมันลงไปอีกหน่อย พบว่า น้ำมันที่มากเกิน
ทำให้ขนมที่ทอดฟูกระจายเป็นฝอยๆ ส่วนของแป้งเผือกจะลอยเหนือน้ำมัน
หลังทอดไส้กับแป้งไปแบบทางใครทางมัน ^^





ดิ่มซำ ของโปรด JJ ครับ
พี่หนูรี เห็นแล้วน่ากินมากๆๆๆ หิวเลย ฮ่าๆๆ
ชอบจังเลยกับอะไรที่ทำมาจากเผือกเนี่ย
เป็นคนชอบกินเผือกค่ะ ขอบคุณที่นำมาแบ่งปันนะคะ
เป็นคนชอบเผือกครับ
ชอบเหมือนครูกีร์
เลยค่ะ
ยอดจริงๆ นะครับ น่าทาน
น่ารับประทานจัง
น้องสาวจ๋า...แป้งตังหมิ่น...เพิ่งเคยได้ยิน ทำจากไร หรือเรียกชื่อไม่เหมือนกัน อิอิ น่าทานนะคะ อยากลองทำมั่ง พี่อยากได้อาหารจานเดียวแบบเพื่อสุขภาพมากๆๆๆ นะคะ มีคุณค่าและแปลกใหม่ ช่วยคิดสูตรหน่อยนะคะ ขอบคุณค่ะ แอบเอามันต้มน้ำขิงให้เด็กลองทำแล้วค่ะ จะนำไปคู่กับอาหารจานเดียว ค่ะ
รูปร่างน่ากิน..จ้า
พี่หนูรีคะ
ปรางเคยคิดว่าเค้าต้องเอาเผือกไปคลุกกับอะไรสักอย่างก่อนเอาไปทอด เพราะเวลาทอดเสร็จออกมาแล้วมันเหมือนมีแป้งติดอยู่ แต่พอดูภาพที่พี่หนูรีโพสไว้ แสดงว่ามันไม่มีอะไรคลุกด้านนอกเลย มันคือเนื้อเผือกนั่นเอง
ได้ความรู้ใหม่นะคะเนี๊ยะ
อยากทำกินดูบ้างจัง เพราะชอบกินมากค่ะ ^^
ขอขอบคุณทุกๆท่านก่อนน่ะค่ะ เดี๋ยวค่อยเข้ามาตอบเม้นท์ค่ะ
เพิ่มภาพไว้ให้ชมอีกค่ะ ชุด3 น้ำมันไม่ท่วมมากจึงฟูน้อยกว่าชุด2
แต่กรอบอร่อยเหมือนกัน
ชุด3 ทอดพร้อมกัน 4 ชิ้น จะแน่นไปหน่อยรูปทรงไม่ค่อยดี บางส่วนไม่จมน้ำมัน สีจึงไม่ค่อยสม่ำเสมอ และไม่ฟูมาก
การทอดที่ละชิ้นจะได้ลักษณะขนมที่ฟูสวยงามกว่า ^^
•บางตำราบอกว่า ให้นำแป้งตั้งหมิ่นนวดกับน้ำร้อนเดือดก่อนแล้วค่อยมาผสมกับเผือก เมื่อทดลองทำพบว่า ขนมไม่ฟูตามที่ัฝันไว้ ผิวเรียบละอมน้ำมัน วางไว้ไม่นานก็นิ่มไม่กรอบเสียแล้ว
•ส่วนผสมที่แห้งเกินไปขนมก็จะไม่ฟูเช่นกัน
•ปัจจัยที่มีผลต่อการฟูของขนมนั่นก็คือ ความร่วนซุยของเนื้อเผือก และส่วนผสมที่ได้สัดส่วน จากการทำครั้งแรก ฟูน้อยมาก เนื่องจากเผือกที่นวดแห้งไป จึงปรัปรุง
1. โดยการเพิ่มน้ำ พบว่า ขนมไม่ฟูใช้ไม่ได้
2. โดยการเติมน้ำมันพืช พบว่า ได้ผลเยี่ยมมากๆ
3.และเมื่อทดลองเพิ่มน้ำมันลงไปอีกหน่อย พบว่า น้ำมันที่มากเกิน ทำให้ขนมที่ทอดฟูกระจายเป็นฝอยๆ ส่วนของแป้งเผือกจะลอยเหนือน้ำมัน หลังทอดไส้กับแป้งไปแบบทางใครทางมัน ^^
พูดได้คำเดียวว่า เอื๊อก เอื๊อก เอื๊อก
เป็นงานศิลปะของอาหารเลยนะครับหนูรี
พี่นารีคะ
มีเทคนิคมาฝากเพิ่มเติมด้วย ขอบคุณค่ะ ^_^