คนธรรมดา "มือบันทึก" คนธรรมดา ๒.

 

             

จากความเดิมในบันทึกที่แล้ว
 คนธรรมดา "มือบันทึก" คนธรรมดา ๑.
ได้เรียนรู้อะไรบ้าง
เมื่อวางทุกสิ่งทุกอย่างลง ความเบา ความผ่อนคลายค่อยปรากฎขึ้น
ได้สติกลับคืน
ใจที่หวั่นไหวอยู่ภายใน
ความกังวล
ระคนความเครียดแสนสาหัส
เพราะสาละวนอยู่กับอารมณ์ความรู้สึกตัวเองมากไป
จึงขาดความเป็นตัวของตัวเอง
และ
ขาดสติ
และไม่ได้ยินเสียงจากภายนอก
เมื่อวางในทุกๆสิ่ง
ไม่นานสติค่อยกลับมา
แล้วเริ่มได้ยินเสียงผู้พูดมากขึ้น
จับใจความได้
แล้วจดเฉพาะประโยคเด็ดๆ
จดไม่ทันก็ไม่เห็นเป็นไรเลยเรายังมีเครื่องบันทึกเสียง
จะไปกลัวอะไรในใจฉันคิด
มี Note Taker
 มือฉมังอยู่ข้างจะไปกลัวอะไรเล่า
 
จากนั้น
ก็ตัดสินใจวางสมุดบันทึกและปากกาอย่างถาวร
ตาโกโก เธอยังจดยิกยิก บ้างก็สะบัดมือด้วยความเมื่อยล้า
เห็นเธอจด
เห็นเธอโยงเส้น
ทำเครื่องหมายอะไรต่อมิอะไรเยอะแยะไปหมด
 
เลิกประชุมกลับไปด้วยความอ่อนเพลียเพราะใช้พลังเกินความจำเป็น 
ตกเย็นฉันโทรไปหาตาโกโก ว่า " เราจะมาทำการบ้านกันมั๊ย"
แต่เธอบอกว่า
เดี๋ยวเธอจะจัดการการบ้านเองวันนี้ขอพักผ่อน
ในใจฉันยังกังวลอย่างหนัก

<ใช่เรื่องที่ไหนมาด้วยกันจะให้เธอทำงานคนเดียว >

และ
แล้วฉันก็กลับมาพร้อมความกังวล
ทั้งเตรียมการที่จะเรียบเรียงเรื่องราว
ที่จะเล่าและแบ่งปันในฐานะ คุณอำนวย Facilitator ในโรงพยาบาลชุมชน
ให้คนหน่วยสนับสนุน ลุกขึ้นมาพัฒนางานประจำ และเห็นคุณค่างาน เห็นคุณค่า และวิธีคิดแก้ปัญหาด้วยการกระบวนการวิจัย

 

ในวันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๕๔ ในเวลา ๐๙.๓๐-๑๑.๓๐ น. ห้องย่อยที่๔
เครือข่ายที่มีชีวิต: ก้าวย่างอย่างมั่นใจ กับเครือข่าย " อุบลศรีโสธรเจริญ " 
ตั้งใจว่าเย็นของวันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๕๔จะไปทำการบ้านกันต่อ
 
ทำให้ฉันได้เรียนรู้ว่า...ใจที่ว้าวุ่น กังวล หวาดกลัว ไร้สติ
ไม่มีวันที่ทำงานให้ผลงานออกมาดีได้
 
...
ภาระกิจยังไม่สำเร็จ
ยังค้างคาอยู่ในใจ
ฉันจะจัดการกับภารกิจและบทบาท Note taker นี้อย่างไรดี
 
อย่างเพิ่งเบื่อรอติดตามต่อในบันทึกหน้าค่ะ
 
 
 

 คนธรรมดา "มือบันทึก" คนธรรมดา ๓. เทคนิคการบันทึก