กกกกกกกกการวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์  1) เพื่อสร้างและพัฒนาแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์เรื่องการแก้โจทย์ปัญหาสมการ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ให้มีประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะที่ผลิตขึ้นตามเกณฑ์  80/80  2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนของผู้เรียนจากการเรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องการแก้โจทย์ปัญหาสมการตามขั้นตอนของโพลยา สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1  3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่เรียนจากแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องการแก้โจทย์ปัญหาสมการตามขั้นตอนของโพลยา สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วย นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/2 โรงเรียนห้องสอนศึกษา อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 34 ภาคเรียนที่ 2  ปีการศึกษา 2553  จำนวน 43 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ  1) แบบฝึกทักษะวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องการแก้โจทย์ปัญหาสมกาตามขั้นตอนของโพลยาร สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 3 ชุด  2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องการแก้โจทย์ปัญหาสมการตามขั้นตอนของโพลยา สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1  3) แบบสอบถามวัดความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อแบบฝึกทักษะวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องการแก้โจทย์ปัญหาสมการตามขั้นตอนของโพลยา สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 สถิติที่ใช้ได้แก่ ค่าประสิทธิภาพของกระบวนการ/ค่าประสิทธิภาพของผลลัพธ์ (E1/E2) ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน  และการทดสอบแบบ t - test

กกกกกกกกผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้

              1) แบบฝึกทักษะวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องการแก้โจทย์ปัญหาสมการตามขั้นตอนของโพลยา สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีประสิทธิภาพ เท่ากับ 93.84/84.07 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดไว้ คือ 80/80

              2) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนจากแบบฝึกทักษะวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องการแก้โจทย์ปัญหาสมการตามขั้นตอนของโพลยา สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

              3) ความพึงพอใจของนักเรียนที่เรียนจากแบบฝึกทักษะวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องการแก้โจทย์ปัญหาสมการตามขั้นตอนของโพลยา สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1  กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 อยู่ในระดับมากที่สุด