อดีตที่บ้านเด็กบ้านนอก มีโอกาสได้เข้าศึกษาในโรงเรียนที่มีชื่อแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ เพราะคุณพ่อคุณแม่ อยากมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับผู้ที่ได้ว่าเกิดมาเป็นลูก ลูกซึ่งเกิดจากความรักของบุคคลสองคน ข้าพเจ้าเป็นคนที่เรียนหนังสืออยู่ในระดับปานกลาง ชีวิตในวัยเรียนต้องตื่นแต่เช้า เพราะแม่เป็นแม่ค้า ต้องไปขายของที่ตลาด ข้าพเจ้าต้องตื่นมาเพื่อเตรียมตัวเอาของไปส่งแม่ที่ตลาด และเตรียมตัวนั่งรถประจำเดือน เพื่อไปเรียนหนังสือในตัวเมือง ซึ่งมีระยะทางห่างจากบ้านประมาณ 20 กว่ากิโลเมตร ทุกเช้าข้าพเจ้าจะรับเงินค่าใช้จ่ายจากแม่ ซึ่งขายของได้ไปโรงเรียนเป็นประจำ ข้าพเจ้าเรียนหนังสือโดยต้องพึ่งตนเองให้มากที่สุด เพราะพ่อกับแม่ ไม่มีเวลามาสอนการบ้าน ใช้เวลากับการหาเงิน เพื่อครอบครัว และลูก ข้าพเจ้าไม่มีโอกาสได้เที่ยวเล่นเหมือนกันเด็กวัยรุ่นในเมือง ข้าพเจ้ามีเวลาก็จะไปช่วยแม่ทำงาน ข้าพเจ้ารับผิดชอบงานในบ้านทั้งหมด จะได้แบ่งเบาภาระแม่ จากที่ข้าพเจ้าได้เรียนจบระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ข้าพเจ้าตัดสินใจเรียนต่อระดับสายอาชีวศึกษา เนื่องจากข้าพเจ้าไม่เก่งวิชาสามัญเลย ข้าพเจ้าสอบเรียนต่อได้วิทยาลัยเทคนิคภาคพายัพคณะบริหารธุรกิจ จนจบระดับ ปวส. เมื่อข้าพเจ้าจบการศึกษา ข้าพเจ้าได้ทำงานเป็นพนักงานบริษัทอยู่หลายปี
ข้าพเจ้าทำงานเป็นพนักงานบริษัทอยู่ระยะ ข้าพเจ้าก็สอบบรรจุเป็นข้าราชการพลเรือนได้ ข้าพเจ้าบรรจุครั้งแรกที่อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ มีชาวเชียงใหม่หลายคนที่ไม่รู้จักอำเภอนี้ อำเภอเวียงแหงแยกตัวออกมาจากอำเภอเชียงดาว เส้นทางสู่อำเภอเวียงแหง ถ้าผ่านอำฺเภอเชียงดาวขึ้นไปทางอำเภอฝาง จะมีทางแยกเข้าสู่หมู่บ้านเมืองงาย ที่ตั้งสถูปพระนเรศวร ระยะทางห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ ถึง อำเภอเวียงแหง ประมาณ 170 กิโลเมตร เส้นที่เข้าไปสู่อำเภอเป็นถนนยางมะตอยประมาณ 20 กิโลเมตร ที่เหลือเป็นลูกรัง(ปี 2539)นะค่ะ สองฟากฝั่งจะเป็นป่าไม้สน และเบญจพรรณ มีหย่อมบ้านเป็นช่วง ๆ บรรยายกาศการเดินทางจากจุดแยกหมู่บ้านเมืองงาย ถนนจะราดยางมะตอยไปอยู่ประมาณ 20 กิโลเมตรจะมี ด่าน ตชด. จากจุดนี้ถนนจะเป็นลูกรัง เส้นทางช่วงนี้จะมีหมู่บ้านชาวเขา ซึ่งจะมีผลไม้เมืองหนาว เช่น ต้นท้อ ต้นสาลี่ ต้นพลับ มีไร่ข้าวโพดบ้าง เหมือนผ่านหมู่บ้านไปจะถึงหมู่บ้านเลาวู ซึ่งชาวเวียงแหงเรียกว่า ประตูสู่เวียงแหง จากจุดนี้ถนนที่รถยนต์สามารถขับสวนทางกันได้ ก็เริ่มแคบลงเหลือช่องทางเดียว ร่องถนนจะพอดีกับล้อรถยนต์เลย ข้าพเจ้าเริ่มจะท้อแล้ว แต่แม่บอกว่าไปต่อเถอะเดี๋ยวก็ถึง ใช้เวลาไปนานมาก ๆ ในความรู้สึกของข้าพเจ้า จากเส้นทางที่แคบเริ่มกว้างขึ้น ใจชื่นขึ้นมากทันที เริ่มมองเห็นหมู่บ้านแล้ว ลักษณะที่มองเห็นอำเภอเวียงแหงจะตั้งอยู่ในหุบเขา เป็นพื้นที่ราบ ข้าพเจ้าไปรายงานตัวกับผู้บังคับบัญชา ท่านบอกว่าอีก 1 อาทิตย์เริ่มปฎิบัติงานได้ ซึ่งแม่กลัวข้าพเจ้าเปลี่ยนใจไม่ทำงาน เพราะเส้นทางการเดินทางลำบากมาก
วันนั้นถ้าไม่มีแม่เป็นแรงผลักดัน ข้าพเจ้าคงไม่มีวันนี้ จากจุดเริ่มที่แม่ไปส่งรายงานตัว ข้าพเจ้าได้รับราชการ ซึ่งถือได้ว่าข้าพเจ้ามีความมั่นคงในชีวิตระดับหนึ่งแล้ว ข้าพเจ้าได้พัฒนาตนเองด้วยการเรียนต่อมหาวิทยาลัยเปิด คือ มสธ. ซึ่งข้าพเจ้าคิดตนเองคงไม่มีโอกาสที่ได้จบปริญญา
ปัจจุบันนี้ ข้าพเจ้ากำลังศึกษาต่อระดับปริญญาโท มหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย วิทยาเขตล้านนา ถ้าไม่มีมือที่ผลักดันให้เดินไปข้างหน้า ไม่รู้เหมือนกันว่าอนาคตการทำงานจะไปอยู่นะจุดใด
ข้าพเจ้าสัญญาจะกลับไปดูแลเจ้าของมือที่โอบอุ้มและผลักดันที่ส่งให้ข้าพเจ้ามาถึงจุดนี้
วิมุตติ
ขอให้กำลังใจครับ ;)