
มันเป็นมากกว่าการเปิดอีเมล( e-mail)
เมื่อวันก่อนรู้สึกว่าตัวเองโกรธน้องคนหนึ่งมากรู้สึกหงุดหงิด ถึงจะมิได้ถกเถียงอะไรกันมากมาย แต่พอมาทบทวนแล้วรู้ว่าตัวเองไม่พอใจ หรือโกรธนั่นเอง หลังจากกลับนั่งทบทวนสักครู่ ก็เกิดความรู้สึกว่าให้อภัยเขาเถอะ ณ บัดนั้นมันเกิดความรู้โล่งและเบาสบายอย่างบอกไม่ถูก ให้อภัยเขาเถอะ
ให้โอกาสเขาได้เติบโตตามวิถีทางของเขา คิดได้อย่างนี้เหมือนยกภูเขาออกจากอก 555! เลย ผ่านไปได้สัก 4-5 ชั่วโมง เข้าไปเปิดอีเมล เราก็เห็นอีเมลของน้องคนดังกล่าวเข้ามา ความรู้สึกแรกที่จับได้คือไม่อยากเปิดเลย ทำไมจึงเป็นเช่นนี้หนอ ไหนว่าให้อภัยเขาแล้ว ไฉนตัวเราจึงมีความรู้สึกไม่อยากเปิดอีกเล่า
เคยไหมครับเวลาเราเข้าไปเปิดอีเมล บางเมลก็รู้สึกไม่อยากเปิด บางเมลก็กระตือรือร้นอยากเปิด และ ก็บางเมลก็รู้สึกเฉยๆกลาง อันนี้ไม่นับรวมพวก junk mail ที่ลบได้เลยนะครับ ลองทบทวนดูดิครับว่ามีปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้เราเกิดความรู้สึกเมื่อเห็นอีเมลเข้ามา นอกจากหัวเรื่อง(subject) ของเมลแล้ว ความรู้สึกของเราต่อเจ้าของเมลดูจะเป็นสิ่งสำคัญ ถ้าเรารักเราชอบคนคนนั้นอาการไม่รีรอ เปิดด้วยความสนอกสนใจก็เกิดขึ้น ส่วนไอ้คนที่ไม่รักไม่พอใจก็ต้องเปิดแบบจำใจ หรือ ทิ้งค้างไว้โดยไม่เปิด หรือจะลบมันทิ้ง สำหรับเรื่องที่ผ่านมาผมก็เปิดด้วยความเซงๆ ก็ไม่มีอะไรในก่อไผ่ ให้ต้องขัดเคือง การเฝ้าสังเกตความรู้สึกของตนเองเสมอๆก็จะเป็นประโยชน์ ตอนนั่งสมาธิอาจารย์มักจะสอนให้ทำจิตใจให้เป็นกลางๆ(อุเบกขาจิต) ไม่รักไม่ชัง มันไม่ต่างกับการเลือกเปิดเมลเลยจริงๆ ไอ้เมลที่อยากเปิดทันที กับเปิดแบบเซงๆ หรือ เมลดีลีด นี่ใจมันไม่เป็นกลาง ส่วนไอ้แบบที่เหลือนะเป็นกลาง ก็ได้ 555 ! อีกรอบ มันเป็นมากกว่าการเปิดเมลจริงๆ