งานที่ส่งเข้าประกวดต้องเป็นฝีมือและความคิดสร้างสรรค์จากเด็กนักเรียน....

      ดิฉันเป็นคนหนึ่งในทีมจาก สพฐ.  ที่พานักเรียนไทยไปประกวดสิ่งประดิษฐ์วิทยาศาสตร์ ณ ประเทศเวียตนาม ในเมืองฮานอย ดิฉันเป็นกลุ่มที่ได้รับมอบหมายให้ไปดูแนวคิดการจัดงาน IEYI ซึ่งเวียตนามเป็นเจ้าภาพ ปี ๕๓ และไทยจะต้องเป็นเจ้าภาพในปีนี้ และได้ทราบคร่าวๆจากคุณ พนิดา วิชัยดิษฐ์ เจ้าของเรื่องว่า กำหนดจัดงานที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดประกวดสิ่งประดิษฐ์วิทยาศาสตร์ประมาณเดือนมกราคม ปี ๕๕

      ซึ่งสถานศึกษาจะสามารถส่งชิ้นงาน ที่เกิดจากความคิดสร้างสรรค์ และสร้างเป็นชิ้นงานสิ่งประดิษฐ์ทางวิทยาศาตร์โดยฝีมือของนักเรียน ขอย้ำว่าต้องเป็นความคิดและฝีมือของนักเรียนจริงๆ เพราะการประเมินชิ้นงานจะใช้การดูชิ้นงานและสัมภาษณ์นักเรียนผู้สร้างชิ้นงาน...

     สิ่งหนึ่งที่ดิฉันพบเห็นจากการประกวดที่เวียตนามในครั้งนั้นคือ

  •  ชิ้นงานของเด็กนักเรียนไทย มักเป็นชิ้นงานที่ต้องใช้อุปกรณ์ประกอบอลังการณ์ ซับซ้อน 

  • แต่ชิ้นงานของเด็กประเทศอื่นไม่ว่าจะเป็นเกาหลี ญี่ปุ่น อิโดนีเซีย เวียตนาม ฯลฯ มักเป็นชิ้นงานที่เป็นแนวคิดสร้างสรรค์ง่ายๆ ผลิตได้ด้วยตัวนักเรียนเอง และนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้ 

  • เช่น แปรงสีฟันที่สามารถบีบยาสีฟัน เพิ่มเขัาไปได้ขณะแปรงฟัน โดยไม่ต้องนำแปรงสีฟันออกจากปากก่อน...ของเด็กอินโดฯ ได้รางวัลเหรียญทอง 

  • แปรงทาสีที่เด็กใช้สายน้ำเกลือต่อกับถังสี และแปรงทาสี แล้วทาสีได้ต่อเนื่องโดยไม่ต้องยกแปรงมาจุ่มสี ของเด็กฟิลิปปินส์...ฯลฯ 

  • จากการสังเกตดิฉันรู้สึกว่า เด็กต่างชาติทำชิ้นงานง่ายๆ แต่เห็นร่องรอยของความคิดสร้างสรรค์แท้...ของเด็กเอง ได้รางวัลเหรียญทองเช่นเดียวกันกับเด็กไทย

      ถามกรรมการชาวต่างชาติบอกว่า...การให้คะแนน กรรมการจะพิจารณาจากส่วนที่ีเป็นแนวคิด ส่วนที่เกิดจากฝีมือเด็กโดยแท้ การนำสิ่งของใช้แล้วไปต่อยอดได้ และการนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน...( เพื่อนๆสามารถดูรายละเอียด การผลิตชิ้นงานโดยละเอียดได้จาก ข้อคิดเห็นจากคุณสันติสุข สันติศาสนสุข ที่ต่อท้ายบันทึกนี้ค่ะ)

       จึงขอนำเสนอเรื่องนี้ในครั้งนี้ เพื่อสะท้อนคิดให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อการพิจารณาในการนำไปใช้ แนะนำนักเรียนได้ในโอกาสต่อไปค่ะ (เสียดายนำรูปแปรงสีฟัน กับแปรงทาสีขึ้นไม่ได้)