หลังจากที่ได้ปล่อยจิตให้ตกเป็นทาสความคิดของตัวเอง
และย้อนพิจารณาความคิด ณ เวลานั้น
มันเหมือนสายลมพัดแรงที่พัดผ่านเข้ามาพร้อมด้วยเศษผง
แล้วร่วมกันบรรเลงให้แสบตา อึดอัดและพร่างมัวกับความคิดที่มืดมน
มองไม่เห็นทางออกว่าทางเดินไปสู่เป้าหมายนั้นจะไปอย่างไร
เมื่อความคิดปิด.....หนทางก็ปิด
ต้องต่อสู้กับความคิดของตัวเอง ฉันรู้สึกถึงความยากที่จะสลัดมันออกไป
มันมืดมน สับสน ไม่เข้าใจคนอื่นและที่ร้ายสุดคือฉันเกิดอาการไม่เข้าใจตัวเอง
และหาสาเหตุที่ทำให้เกิดทุกข์ไม่ได้ ฉันเริ่มรู้สึกทรมาน มองหาที่ปรึกษา
ฟ้าประทานให้ฉันเห็นอ.หมอสกลในเฟสบุ๊คในขณะที่ฉันหาทางย้ายความอึดอัดใจ
ด้วยการหาอ่านความคิดของใครต่อใคร และแลกเปลี่ยนความคิดในกลุ่มเพื่อนมิตร
ฉันตัดสินใจทันที เมื่ออ่านข้อเขียนของ อ.หมอสกลคนที่ฉันเคยอ่านบันทึก
ของท่านในg2k ผู้ใช้นามปากกา"คันฉ่องนกไฟ"
และยังแอบชื่นชมทั้งแนวคิดกับการงานของท่าน
ผ่านบันทึกในgotoknowอีกด้วย
ความคิดในเวลานั้นบอกว่า อ.ท่านนี้แหละจะทำให้ฉันเข้าใจอะไรได้
และทุกข์ใจที่กำลังโหมให้จิตใจเศร้าหมอง สับสนจะหมดไปอย่างแน่นอน
เมื่ออ.หมอกรุณาสนทนา และให้ข้อคิด และดูเหมือนฉันจะเข้าใจ ฉันเริ่มทบทวน
ความคิดและการทำงานที่ผ่านไปแล้วอย่างรวดเร็ว
ฉันพบว่า...มันคือความสับสนที่เกิดจากการสื่อสารของพวกเรากลุ่มจิตอาสานี่เอง
จนเกิดความขัดแย้งในใจตัวเองอย่างยากที่จะเข้าใจ
และเริ่มมองเห็นมุมคิดในจุดยืนที่ต่างกันและเริ่มปรับความคิดตัวเอง
เมื่อการสนทนาสิ้นสุดลง
เกิดมุมคิดที่ทำให้เห็นช่องทางสดใสไร้กังวลได้ชัดเจน
พร้อมกับรู้สึกตัวว่าได้เกิดการยอมรับขึ้นในใจฉันแล้วว่า
"นี่เราทุกข์ใจกันไปเอง และมุมมองงานของฉันมันแคบเกินไปนั่นเอง"
ฉันเริ่มใช้เวลาคิดไตร่ตรองความทุกข์ต่อตลอดทั้งคืนนั้น
แม้จะนอนไม่หลับถึงสว่าง แต่รู้สึกสดชื่น และสมองเริ่มลำดับความคิดใหม่
ทุกข์ที่เกิดขึ้นนี้ได้สอนให้ฉันเข้าใจผู้อื่นโดยเฉพาะอย่างยิ่ง
ได้มีโอกาสสำรวจ ความคิด ทำความเข้าใจเป้าหมาย และจิตใจของตัวเอง
แล้วฉันก็ใช้คำถามที่อ.หมอถามฉัน มาถามตัวเองซ้ำแล้วซ้ำอีก
ฉันทุกข์อะไร ทุกข์ทำไม ทำไมต้องทุกข์..และฉันได้คำตอบแล้ว
แม้ยังไม่ครบทุกคำถามของความทุกข์เพราะไม่เข้าใจ
แผนที่การทำงานบนพื้นที่และเป้าหมายเดียวกัน
แต่รูปร่างหน้าตาแผนที่ความคิดนั้นกลับต่างกัน
ฉันและทีมงานเริ่มมองเห็นจุดบอดของตัวเอง
ฉันได้นำคำแนะนำจากอ.หมอสกล บอกกล่าวทีมงาน
ซึ่งดูเหมือนท่านพยายามบอกให้เข้าใจ
ถึงจุดยืนที่ต่างระดับกัน อาจเกิดความขัดแย้งทางความคิดได้
ให้เปิดใจมองความคิดผู้อื่นในมุมบวก มุมที่แตกต่างจากความคิดของทีมงานของฉัน
และทำความเข้าใจความคิด
ที่เกิดจากจุดยืนที่ต่างระดับ ต่างเวลา และโอกาส
ฉันใช้เวลาอีก 2 วัน หาข้อมูลเพิ่มเติมโดยการเดินเข้าไปหาปัญหา
ทำความเข้าใจปัญหา และกลับมาจัดระเบียบความคิดใหม่
ร่วมกันทำแผนความคิดร่วมกัน และทำความเข้าใจกับความคิดของทีม
ให้เข้าใจตรงกัน
ทุกอย่างเป็นดั่งที่อ.หมอสกลกล่าวไม่ผิดเหมือนท่านมองเห็น
ฉันรู้สึกอัศจรรย์ใจกับผลที่เกิดจากการได้สนทนากับท่าน
เพราะฉันไม่เคยรู้จักตัวเป็นๆของท่าน ไม่มีโอกาสได้เดินบนถนนเดียวกัน
แต่ G 2 k ก็ทำมีถนนสายมิตรภาพสายนี้ได้ สายที่มนุษย์ทุกคนพึงมีโอกาสได้เดิน
และพบปะกับแลกเปลี่ยนทัศนะกัน
ก่อเกิดประโยชน์ต่อสาธารณะชน ชุมชน และตนเอง
บันทึกนี้จึงขอกราบขอบพระคุณท่านอ.หมอสกล
และ gotoknow อีกทั้งยังอยากเรียนให้ท่านทราบว่า
บันทึกของท่านนั้น แม้เป็นเพียงตัวหนังสือที่พวกเรามีโอกาสได้สัมผัสเพียงสายตา
แต่กลับก่อให้ประโยชน์ต่อการพัฒนาความคิดของพวกเรา
อีกทั้งคำสนทนาของท่านใน FB นั้น ทำให้คนตัวเล็กอย่างฉัน
มองเห็นแสงสว่างในการทำงานตามที่ใจปรารถนา
ขอบพระคุณอีกครั้งค่ะ ที่ได้กรุณาสละเวลาของท่านให้กับคนตัวเล็กๆ
ได้ทำความเข้าใจ จนเกิดมุมคิดและสัมผัสประโยชน์ของความคิดเชิงบวกจริง
ขอบพระคุณค่ะ
ส่งกำลังแรงใจมาให้นะคะพี่ครูต้อยติ่ง
สบายดีนะคะพี่ คิดถึงเสมอค่ะ
มาให้กำลังใจค่ะ..ได้เห็นทุกข์..ย่อมเห็นธรรม..เกิดปัญญาญาณในการปล่อยวาง ไม่ติดยึด เพื่อสู่ความพ้นทุกข์อย่างยั่งยืนนะคะ..พี่ใหญ่กำลังเพียรฝึกอยู่เช่นกันค่ะ..เผลอประมาทขาดสติเมื่อใด..จิตปรุงแต่งเข้าครอบงำทันทีค่ะ..
มาให้กำลังใจพี่ ทุกข์และสุขอยู่ใกล้กันครับ เหรียญมีสองด้าน สู้ๆๆครับ...
เป็นกำลังใจครับ
ขอบคุณค่ะ มันคือพลังใจให้ก้าวต่อไปครรลอง ขอให้มีความสุขมากๆนะคะ
เรื่องราวน่าประทับใจนะคะ ดับทุกข์ได้เพียงเพราะ อักษรจากบันทึกของใครบางคน *-*
เคยมีประสบการณ์เช่นกันค่ะเวลามีทุกข์บางทีอ่าน fb ไป ใครก็ไม่รู้ ซึ่งเราไม่รู้จัก
แต่เราหายทุกข์ได้เพราะ แง่คิดที่ได้จากอักษรที่เค้าถ่ายทอดออกมาเป็นตัวหนังสือ
ขอบพระคุณค่ะพี่ใหญ่
ได้มีโอกาสเห็นทุกข์ในสิ่งที่ไม่เคยคาดคิดว่าจะได้เห็น
ก้าวข้ามอย่างทรมาน แต่ก็ทำให้ความคิดกว้างขึ้น
เป็นบทเรียน learning by doing ค่ะและขอบคุณโอสถเตือนสติค่ะ
เรียนน้องอ.
เหรียญมีสองด้าน
เล่นเองก็มี 2 ด้าน
หรือเพียงมองดู ก็ 2 ด้าน
และให้ให้ผลต่างกัน
ขอบคุณที่ส่งกำลังใจให้เสมอ
ขอให้เป็น..เร็วๆนะ อิอิ
น้องเบดูอิน ร่วมส่งจิตถึงน้องหนานเกียรติบนสรวงสวรรค์นะคะ
ขอบคุณค่ะNopparat Pongsuk
พี่เคยอ่านบันทึกของท่านอ.หมอและคุณเคยกับตัวหนังสือของท่านจากบันทึกในg2k
นับว่าเป็นประโยชน์ และต่อยอดความคิดเพื่อการทำงานที่เกี่ยวกับDMMV
กิจกรรมที่ท่านอ.ได้นำมาเผยแพร่ล้วนมีประโยชน์ มากหลายค่ะ
ขอบคุณค่ะน้องธรรมทิพย์
ทุกข์สุขเกิดขึ้นทุกขณะ หากได้พิจารณาและตรวจสอบจะไม่เกิดทับถมทั้งสุข และทุกข์
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีครับพี่ต้อย
อ.หมอสกล ได้ให้แง่คิดมุมมองในชีวิตทุกครั้งที่ได้สนทนา
คำพูดของท่านเปลี่ยนชีวิตคน
ได้พบหนทางอยู่อย่าสุข
ขอบคุณน้องวอญ่า-ผู้เฒ่า-natachoei
เป็นกุศลแท้จริง
ข้อคิด และกลวิธีของอ.หมอสกลนั้นเยี่ยมมากค่ะ