การสอนลูก การปลูกกล้วย

นิทานการศึกษา  เรื่อง  สอนลูกให้ปลูกกล้วย

            เมื่อไม่นานมานี้เองมีผู้ชายคนหนึ่งเลี้ยงชีพด้วยการปลูกกล้วยขายมา ตั้งแต่หนุ่มจนอายุย่างเข้าวัยชรา เขาสามารถหาเลี้ยงครอบครัว ด้วยการปลูกกล้วยขายเพียงอย่างเดียวจนมีความชำนิชำนาญในการปลูกกล้วยเป็นอย่างดี กล้วยจากสวนของเขาเป็นที่ชื่นชอบของคนทั่วไปเพราะเป็นกล้วยที่มีผลใหญ่  อร่อยกว่ากล้วยธรรมดาทั่วไป

            ครั้งเมื่ออายุย่างเข้าสู่วัยชราจึงมารำพึงกับตัวเองว่า  เรานี้อายุมากแล้วอีกไม่นานก็จะต้องจากโลกนี้ไป  ลูกของเราทั้ง 4 คน  ก็เริ่มเจริญเติบโตขึ้นมา  เราเองก็ยังไม่ได้วางแผนอนาคตไว้ให้เลย  วิชาความรู้ที่เรามีอยู่ที่สำคัญก็คือวิชาปลูกกล้วย     ที่เป็นเครื่องหาเลี้ยงชีพตลอดมาหากจะถ่ายทอดให้ลูกทั้ง 4 คน  ก็คงจะทำให้ลูก ๆ ใช้เป็นเครื่องมือยังชีพต่อไปภายหน้า  เราจะสอนลูกให้ปลูกกล้วยอย่างไรดี  ชายชราเริ่มคิดไตร่ตรอง

            จนในที่สุดบุตรชายคนโต ก็เริ่มมีอายุพอที่จะเริ่มเรียนการปลูกกล้วยได้  ชายชราจึงพาไปที่สวนกล้วยอันร่มรื่นเย็นสบาย  พาไปดูกล้วยที่สุกอร่ามไปทั้งต้น  ให้ลูกชายกินกล้วยซึ่งมีรสหอมหวานจนเป็นที่ติดใจ  เวลานำกล้วยไปขายที่ตลาดก็พาลูกชายคนนี้ไปด้วย  ให้ลูกชายช่วยขายกล้วยและเมื่อได้เงินก็แบ่งให้ลูกชายไปซื้อของที่ต้องการบ้าง  จนกระทั่งลูกชายคนโตนี้เห็นประโยชน์คุณค่าของการปลูกกล้วยเป็นอย่างยิ่งจนนึกอยากประกอบอาชีพปลูกกล้วยตามพ่อบ้าง  เมื่อพ้นอกพ่อไป ฝ่ายชายชราคิดว่าเมื่อบุตรชายมีทัศนะคติที่ดีต่อการปลูกกล้วยขายเช่นนี้แล้ว  เรื่องอื่น ๆ ก็คงไม่จำเป็น  เมื่อชอบใจแล้วก็จะมีผลทำให้พยายามเองในเรื่องอื่น ๆ คิดดังนี้แล้วจึงส่งลูกชายคนนี้ออกไปประกอบอาชีพปลูกกล้วยตามลำพังในท้องที่ที่ห่างไกล

            ลูกชายคนโตออกจากบ้านมาด้วยความมุ่งมั่นที่จะเจริญรอยตามพ่อให้ได้  เขาเริ่มทำสวนกล้วย  แต่ประสบปัญหาต่าง ๆ ในหลายประการ  ประการแรกเขาไม่รู้วิธีใส่ปุ๋ยระยะต่าง ๆ ในการปลูกกล้วยสวนของเขาจึงปลูกกล้วยแน่นขนัดเต็มไปหมด  ทำให้ต้นกล้วยไม่เจริญงอกงามเท่าที่ควร  ผลกล้วย  เล็ก  รสไม่อร่อย  ประการที่สอง  เนื่องจากเขาไม่ได้ฝึกฝนในการทำงานมาก่อน  ร่างกายของเขาจึงไม่แข็งแรงพอ  มีการเจ็บป่วยเล็กน้อยเสมอ  นอกจากนี้เขาขาดความชำนาญในการขุดท้องร่อง คัดหน่อกล้วยทำให้หน่อกล้วยหักเสียหายเสมอ  การขุดหลุมนี้ก็ใช้เวลานานเสียเวลาไปมาก  สวนกล้วยของเขาจึงไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร  แต่ด้วยเหตุที่เขาเป็นคนรักสวนเอาใจใส่  เขาจึงพยายามปรับปรุงตัวเองตลอดเวลา  กว่าสวนของเขาจะได้ผลบ้างก็กินเวลานาน

            ทางฝ่ายชายชราซึ่งแอบสืบความเคลื่อนไหวของบุตรคนโตอยู่ตลอดเวลาได้ทราบข่าว  ดังนี้จึงคิดหาวิธีสอนบุตรเสียใหม่  ก็พอดีบุตรคนที่สองเจริญวัยขึ้นมา

            บิดาจึงพาเข้าไปในสวนและบอกให้ลงมือขุด  ลอกท้องร่อง  คัดหน่อกล้วย ทำรั้วตามที่บิดาสั่งให้ทำโดยไม่ต้องใช้ความคิด ไม่ต้องถามคำถามใด ๆ ทั้งสิ้น  ทั้งนี้บิดาเชื่อว่าการให้ลูกได้ลงทำจริง ๆ ตามคำสั่งจะเป็นการให้ลูกชายเป็นนักปลูกกล้วยที่ดีได้  ผลปรากฏว่าลูกชายคนนี้มีร่างกายที่ล่ำสันแข็งแรงทำงานคล่องแคล่ว  ครั้งพอถึงเวลาอันสมควรบิดาจึงปล่อยออกไปทำสวนกล้วยในท้องที่ห่างไกลอีกแห่งหนึ่ง

            บุตรคนที่สองรับคำสั่งของพ่อให้ไปปลูกกล้วยแต่โดยดี  แล้วเดินทางไปยังท้องที่แห่งนั้นเพื่อทำสวนกล้วย  แต่บุตรชายคนนี้ไม่ยินดีในการเป็นชาวสวนกล้วยเลย  เขามองไม่เห็นประโยชน์ของการปลูกกล้วยนัก  เขาไม่อยากประกอบอาชีพนี้ แต่เมื่อพ่อเขาสั่งเขาก็จำใจปลูกกล้วยไป  อาศัยร่างกายที่แข็งแรงและชำนาญที่พ่อฝึกฝนให้มาก่อนทำสวนกล้วยไป  ผลปรากฏว่าสวนของเขาไม่ประสบผลสำเร็จเพราะเขามักไม่เอาใจใส่  และนอกจากนี้เขายังใส่ปุ๋ยกล้วยไม่ถูก  สวนไม่เจริญเติบโตเท่าที่ที่ควร  กล้วยเป็นโรคบางอย่างที่เขาขาดความรู้ความเข้าใจ  ทกให้กล้วยตายไปเสียจำนวนมาก  เพราะเขาไม่รู้วิธีแก้ไขและป้องกัน

            ทางฝ่ายบิดาเมื่อได้ทราบข่าวก็นึกเสียใจที่บุตรไม่ประสบผลสำเร็จดังที่ตนหวัง  พอดีลูกชายคนที่ 3 เติบโตขึ้นมา  ตั้งใจว่าจะสอนให้เป็นนักปลูกกล้วยที่มีชื่อให้ได้  คิดดังนั้นแล้วจึงเริ่มสอนบุตรชาย  โดยเริ่มอธิบายถึงวิธีปลูกกล้วย  เริ่มตั้งแต่การเตรียมดิน ขุดหลุม  ตัดหน่อ  การปลูก  รดน้ำใส่ปุ๋ย  พรวนดิน  ค้ำต้น  การบ่มกล้วยให้สุก ฯลฯ  นอกจากนี้ยังหาหนังสือที่ตนได้บันทึกเรื่องการปลูกกล้วยให้ลูกอ่านศึกษาหาความรู้และพาไปดูตัวอย่างของจริงในสวนจนกระทั่งบุตรคนที่ 3 มีความรู้เรื่องกล้วยเป็นอย่างดี  ไม่ว่าบิดาจะตั้งปัญหาถามอย่างไร  ลูกชายคนนี้สามารถตอบได้หมด  ครั้งแล้วบิดาก็ส่งออกไปประกอบอาชีพปลูกกล้วยขายในท้องที่ห่างไกลออกไปอีกแห่งหนึ่ง

            บุตรคนที่ 3 ซึ่งโดยแท้จริงมิได้ชื่นชมอาชีพปลูกกล้วยนี้เลยเพราะไม่เห็นคุณค่า  ประโยชน์ของการปลูกกล้วยขาย  ไม่มั่นใจว่าอาชีพนี้จะหาเลี้ยงตัวได้แต่ก็ต้องจำใจทำ  เพราะบิดาสั่งอย่างไรก็ตามเขา  ก็เริ่มทำสวนกล้วยขึ้นแห่งหนึ่ง  ผลก็คือสวนของเขาขาดการเอาใจใส่ดูแลรักษา  เพราะเขาใช้เวลาส่วนมากศึกษาหาลู่ทางไปสู่อาชีพอื่น ๆ ที่เขาใฝ่ฝัน  นอกจากนี้เขาพบปัญหาว่า  เขาขาดการชำนาญในการทำงานในสวนกล้วยเพราะไม่ได้รับการฝึกฝนมาก่อน  ร่างกายของเขาก็ไม่แข็งแรงพอที่จะทำงานในสวนได้ผล  แต่เขามีคุณสมบัติที่เพื่อนบ้านชอบอยู่อย่างหนึ่งคือ  เวลาที่เพื่อนบ้านมีปัญหาในเรื่องความรู้ทางวิชาการในการปลูกกล้วย  เขาจะสามารถตอบให้ได้เสมอแต่สวนของเขาเองไม่เคยสู้ของเพื่อนบ้านได้เลย

            ผลที่ได้จากการทำสวนกล้วยของบุตรทั้ง 3 คน  ทำให้ผู้เฒ่าคิดหนักเป็นเพราะว่ายังเหลือบุตรชายอีกคนเดียวที่จะต้องถ่ายทอดวิชาความรู้ในการปลูกกล้วยให้  ทำอย่างไรจึงจะไม่พลาดชายชราไตร่ตรองอยู่หลายวันโดยพยายามหาข้อ   บกพร่องของบุตร 3 คนแรก  และพิจารณาหาทางแก้ไขในที่สุดก็คิดตก  เมื่อบุตรคนสุดท้องเติบโตพอที่จะสอนวิชาปลูกกล้วยได้  ชายชราจึงพาไปสวนกล้วยอันร่มรื่น  พาไปดูกล้วยต้นงาม ๆ ผลกล้วยที่สุกเหลืองเปล่งปลั่ง  ให้เขาลองกินกล้วยที่มีรสหอมหวานนั้นเมื่อนำกล้วยไปขายให้บุตรชายไปช่วยขายด้วยให้นำเงินที่ได้ไปซื้อของใช้  เขานำบุตรไปด้วยเสมอเวลาไปไหน  เมื่อมีคนยกย่องสรรเสริญความเป็นยอดในการปลูกกล้วยของเขา  บุตรคนนี้จะได้ยินอยู่เสมอ  หลังจากนั้นเขาเริ่มอธิบายวิธีปลูกกล้วยให้ฟังนับตั้งแต่  การเตรียมดิน  การคัดหน่อ  การใส่ปุ๋ย  การเว้นระยะห่างในการปลูกกล้วย ฯลฯ  พร้อมกันนั้นก็พาลงไปในสวนทุกวันลงมือปลูกกล้วยจริง ๆ ให้ความรู้ที่ได้สอดคล้องไปกับการปฏิบัติจนมีความรู้ ความชำนาญ ร่างกายที่แข็งแรงเหมาะกับการเป็นชาวสวนที่ดีได้

            เมื่อถึงคราวที่จะพ้นอกพ่อไปทำสวนกล้วยตามที่พ่อสั่ง  บุตรคนที่ 4  ออกจากบ้านด้วยความมั่นใจในอาชีพปลูกกล้วย  สวนกล้วยของเขาเป็นที่กล่าวขวัญยกย่องในบรรดาคนในหมู่บ้าน  กล่าวคือเป็นสวนกล้วยที่ได้รับการเอาใจใส่ดูแลอย่างดี  มีการปลูกกล้วยอย่างถูกหลักเกณฑ์  ทำด้วยความชำนาญ  ผลกล้วยที่ส่งออกขายเป็นที่ชื่นชอบของลูกค้า  กิจการสวนกล้วยของเขาเจริญรุ่งเรื่อง  มีผู้สั่งซื้ออยู่ไม่ขาดระยะจนผลิตส่งให้ไม่ทัน

            ชายชราเมื่อได้ทราบข่าวความสำเร็จของบุตรคนที่ 4  ดังนั้นจึงรำพึงในใจว่า “เออ  เพิ่งค้นพบได้เมื่อตอนใกล้ตายนี่เอง  สอนคนต้องสอนอย่างนี้”