ครม. ไฟเขียวหั่นแผนก่อหนี้สาธารณะปี 2549 อีกรอบ วงเงิน 5.9 หมื่นล้านบาท ทำให้เบ็ดเสร็จเหลือแค่ 9.5 แสนล้านบาท หลังรัฐเลื่อนโครงการลงทุนขนาดใหญ่ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่      15 สิงหาคม อนุมัติปรับปรุงแผนการบริหารหนี้สาธารณะประจำปีงบประมาณ 2549 ครั้งที่ 4  ตามที่ กระทรวงการคลัง เสนอ โดยลดวงเงินก่อหนี้รวมจากเดิม 1.01 ล้านล้านบาท เหลือ 9.53 แสนล้านบาท หรือลดลง 5.92 หมื่นล้านบาท   ทั้งนี้ เป็นการปรับลดวงเงินกู้ของรัฐวิสาหกิจ 3 แห่งด้วยกัน คือ การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.)  ปรับลดวงเงินกู้โครงการทางด่วนรามอินทรา-วงแหวนรอบนอก 1 พันล้านบาท จาก 3.7 พันล้านบาท เหลือ 2.7 พันล้านบาท  และชะลอโครงการ  บ้านเอื้ออาทรระยะ 4 และ 5 จาก 3.6 หมื่นล้านบาท เหลือ 2.6 หมื่นล้านบาท   การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน         แห่งประเทศไทย (รฟม.) ปรับลดวงเงินกู้ 2 โครงการ วงเงินรวม 4.39 พันล้านบาท ได้แก่ โครงการรถไฟฟ้า              สายสีม่วง (บางใหญ่-ราษฎร์บูรณะ ช่วงบางใหญ่-บางซื่อ) จากวงเงินกู้เดิม 4,389.70 ล้านบาท เหลือ           39.65 ล้านบาท เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายการดำเนินโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐ (เมกะโปรเจ็กต์) และโครงการรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล กรณีค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินในส่วนค่าทดแทนเพิ่มเติม        ตามคำพิพากษาคดีของศาล จาก 295 ล้านบาท เหลือ 249.94 ล้านบาท สำหรับการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ปรับลดวงเงินกู้ 3 โครงการ วงเงินรวม 5,837.06 ล้านบาท เนื่องจากมีการปรับโครงการระบบขนส่งทางรถไฟในกรุงเทพมหานคร ช่วงสถานีรังสิต-บางซื่อ วงเงินกู้ 3,857 ล้านบาท และช่วงสถานีตลิ่งชัน-บางซื่อ วงเงินกู้ 1,831.20 ล้านบาท ออกจากแผนฯ    กระทรวงการคลังได้ชี้แจงต่อ ครม. ว่า แผนการบริหารหนี้สาธารณะที่มีการปรับลดวงเงินลงนั้น มีสาเหตุมาจากการที่ยังไม่สามารถดำเนินการ        ในหลายโครงการให้เป็นไปตามแผนพัฒนาประเทศได้ โดยเฉพาะโครงการเมกะโปรเจ็กต์ ทั้งการก่อสร้าง รถไฟฟ้าทั้งระบบ ที่ขณะนี้ทำได้เพียง 3 สาย รวมถึงโครงการด้านการพัฒนาระบบชลประทาน โครงการด้านการศึกษา   และด้านสาธารณสุข เป็นต้นนพ. สุรพงษ์ กล่าว ทั้งนี้ ครม.ยังได้รับทราบรายการเงินกู้ระยะสั้นเพื่อเสริมสภาพคล่องในรูปเครดิต ไลน์ ( Credit Line) และการขยายระยะเวลาเงินกู้ (Roll Over) เงินกู้ผ่อนปรนจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือแบงก์ชาติ และเงินกู้เพื่อดำเนินงานตามโครงการเฉพาะกิจตามนโยบายรัฐบาล วงเงินรวม 2.2 หมื่นล้านบาท และอนุมัติให้กระทรวงการคลังอาวัลการต่ออายุตั๋วสัญญาใช้เงินที่ออกให้แก่แบงก์ชาติของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ 2 แห่ง ได้แก่ เอสเอ็มอีแแบงก์ในโครงการช่วยเหลือผู้ประกอบกิจการใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ วงเงิน 100 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 0.01% ต่อปี ที่ครบกำหนดในวันที่ 31 กรกฎาคม 2549 ออกไปถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2550        และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ในโครงการช่วยเหลือผู้เลี้ยงสัตว์ปีกและผู้ประกอบการเลี้ยงสัตว์ปีกที่ได้รับผลกระทบจากไข้หวัดนก วงเงิน 1,350 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 0.01% ต่อปี    นพ.สุรพงษ์ กล่าวอีกว่า ครม. ยังได้รับทราบการปรับแผนการจัดหาเงินกู้ของบริษัท การบินไทย  สำหรับ เครื่องบินโบอิ้ง 777-200 ER จำนวน 3 ลำ วงเงินรวม 337.08 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยเลื่อนการกู้เงินออกไปดำเนินการในปีงบประมาณ 2550 โพสต์ทูเดย์   16  ส.ค.  49