พบพระไตรลักษณ์

 

 

การปฏิบัติเริ่มต้นด้วยการตื่นหกโมงเช้าในวันแรก หลังจากนั้นต้องตื่นเร็วขึ้นวันละครึ่งชั่วโมง จนกระทั่งถึงตีสี แล้วจึงหยุด แล้วตื่นตีสี่เป็นประจำทุกวัน ในการปฏิบัติตอนเช้ามืดเป็นไปด้วยความสดชื่น แจ่มใส เหมาะแก่การปฏิบัติภาวนา นอกจากการตื่นเช้าจะช่วยแล้ว บ้านของป้าตุ๊กยังช่วยอำนวยความสดวกสบายสำหรับผู้ที่มาปฏิบัติเพราะเป็นสถานที่สงบเงียบ ปราศจากสิ่งรบกวนจากสิ่งภายนอก หลังจากอาหารสามเวลาแล้ว ทุกวันข้าพเจ้าได้ใช้เวลาไปในการยืน เดิน นั่น นอน ด้วยความมีสติ ข้าพเจ้าได้เรียนรู้ในการมีสติในทุกอาการของการเคลื่อนไหว พร้อมๆกับการมีสติในการหายใจเข้าออก ขณะปฏิบัติข้าพเจ้าได้ใช้การเคลื่อนไหวของมือเป็นการใช้จังหวะ(คล้ายการสอนของหลวงพ่อเทียน) หลังจากนั้นใช้สติรับรู้การหายใจเข้าออก ตามด้วยการเดินจงกลมด้วยความมีสติ การปฏิบัติเหล่านี้ซ้ำไปซ้ำมาตลอดวัน  ข้าพเจ้าได้ดึงใจที่ส่งออกนอก กลับเข้ามารับรู้การเคลื่อนไหวรับรู้ลมหายใจ เสมือนกับว่าข้าพเจ้าไล่จับลูกหมาที่ไม่อยู่นิ่ง ข้าพเจ้าต้องดึงความคิดที่ส่งไปนอก กลับเข้ามาภายใน ใจของข่้าพเจ้า บางครั้งก็คิดถึงอดีต อนาคต ข้าพเจ้าต้องใช้ความพยายามอย่างมากที่จะดีงใจให้มาอยู่กับปัจจุบัน ป้าตุ๊กบอกว่า สิ่งที่เกิดขึ้นมานี้เป็นสิ่งปกติ หน้าที่ของใจคือใจต้องคิด  


อิสรภาพแห่งชีวิต

การปฏิบัติเริ่มเพิ่มขึ้นที่ละน้อยๆจนกระทั่งข้าพเจ้าสามารถนั่งและเดินได้ครั้งละหนึ่งชั่วโมง ภายในสองอาทิตย์ข้าพเจ้าสามารถที่จะจับความคิดที่มากระทับใจเร็วขึ้นทุกวัน จนกระทั่งวันหนึ่งข้าพเจ้าสามารถจับอารมณ์ที่กำลังจะเกิดและสามารถหยุดก่อนที่มันจะเกิดขึ้น

ตอนเกือบจะครบกำหนดของการปฏิบัติ ข้าพเจ้าสามารถรู้ถึงความแตกต่างระหว่างความคิดที่เกิดขึ้นในจิตกับอาการที่เกิดขึ้นจริงๆ เมื่อจิตสงบโดยไม่มีความคิดใดๆเจือปนอยู่  ข้าพเจ้าไม่มีความต้องการอันใดและไม่มีทั้งความอยากและความไม่อยาก เมื่อจิตประภัสสร ปล่อยว่างทุกอย่างแล้วจิตข้าพเจ้าก็คลายออกจากทุกข์ เมื่อออกจากทุกข์ ความสุขก็เข้ามาแทนที่ จิตของข้าพเจ้าเป็นอิสระแล้ว 

 

พบพระไตรลักษณ์

อย่างไรก็ตามการปฏิบัติบางวันดีกว่าบางวัน บางวันข้าพเจ้ารู้สึกมีความสงบสุขและสามารถจับความคิดได้เร็วมาก บางวันข้าพเจ้ารู้สีกขี้เกียจและมีความเบื่อหน่าย สลับไปสลับมา บางครั้งข้าพเจ้าต้องใช้คำภาวนามาช่วยในระหว่างความคิดที่สับสน มีครั้งหนึ่งหลังจากการเดินจงกลม ข้าพเจ้ามีความขี้เกียจในการที่จะต้องมานั่งสมาธิอีก แต่หลังจากการนั่งสมาธิไปได้สักครู่ ข้าพเจ้าได้พบกับความสงบกลับคืนมาอีก ความเกียจคร้านหายไปจากจิต ข้าพเจ้าได้ค้นพบความจริงแท้ในพระพุทธศาสนาว่า ไม่มีสิ่งใดเที่ยง ทุกสิ่งมีการเปลี่ยนแปลง

ในปฏิบัติที่ข้าพเจ้าจำได้ประทับใจเมื่อสติและสมาธิไม่เสมอกันหรือจิตของข้าพเจ้าเข้าไปสู่ความสงบในอันดับสูงๆ มีครั้งหนึ่งในขณะที่ข้าพเจ้านั่งสมาธิ ข้าพเจ้าเกิดปิติเกิดมือสั่น ป้าตุ๊กบอกว่านั้นคืออาการของความสุขสุดยอดของสมาธิ อาการเหล่านี้เกิดขึ้นมาเพราะความไม่สมดุลของสติกับสมาธิ บางครั้งหลังจากนั่งสมาธิครึ่งชั่วโมง ข้าพเจ้ามีความสุขเหมือนกับสายน้ำที่ไหลทะลักมาสู่ตัวของข้าพเจ้า ป้าตุ๊กเตือนข้าพเจ้าว่าอย่างไปติดอยู่กับความสุขเหล่านี้ เพราะสิ่งเหล่านี้คือความอยาก ป้าตุ๊กบอกให้ข้าพเจ้ากลับมารู้สึกกับฝีกสติอย่างเดิม ข่้าพเจ้าไม่เข้าใจในคำอธิบายของป้าตุ๊กตอนนั้น จนกระทั่งวันที่สิบของการปฏิบัติ ความเข้าใจก็เกิดเองในจิตของข้าพเจ้าในระหว่างการปฏิบัติ