สภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของเด็กเร่ร่อน

       เปรียบเทียบชีวิตของเด็กเร่ร่อน เหมือนกับ "นกขมิ้นเหลืองอ่อนค่ำไหนนอนนั่น" สภาพที่เกิดขึ้นจริงกับเด็กเร่ร่อน รวมถึงแนวโน้มความเสี่ยงที่เด็กเร่ร่อนต้องประสบ ภายใต้คำจำกัดความสั้นๆ ที่กล่าวถึงเด็กเร่ร่อนไว้ว่า

       "คือกลุ่มเด็กไร้ที่พึ่งพา ไร้ที่อยู่อาศัยอย่างเป็นสุข มีวิถีชีวิตที่ขาดเสียซึ่งปัจจัยพื้นฐานในการครองชีวิต และยังดำรงตนอยู่ในสังคมอย่างไร้สวัสดิภาพใดๆทั้งยังเสี่ยงต่อการกระทำและใช้เป็นเครื่องมือในทางที่ผิด"

        สามารถขยายความให้เห็นได้เด่นชัด ดังนี้

        (1) การไร้ที่พึ่งพา ไร้ที่อยู่อาศัยอย่างเป็นสุข นับแต่ภายในครอบครัวที่ไร้สุขจนอยู่ไม่ได้กระทั่งต้องหนึออกมาใช้ชีวิตเร่ร่อน  ต้องหาที่หลับนอนให้พ้นภัยโดยหลบนอนอยู่บนต้นไม้ บนหลังคาที่พักผู้โดยสารรถเมล์ ในอุโมงค์ใต้ถนนหลบเข้านอนในโป๊ะที่ลอยรับผู้ดดยสาร  อยู่บนตอม่อใหญ่กลางแม่น้ำเจ้าพระยา ในบ้านร้าง ในที่รกร้างต่างๆ ชานชาลารถไฟ ใต้สะพานลอยหรือสะพานข้ามถนน เช่น สี่แยกสะพานไทย-เบลเยียม  สะพานสามย่าน เป็นต้น

        (2) ขาดเสียซึ่งพื้นฐานในการในการครองชีวิต โดยเฉพาะเครื่องนุ่งห่มที่เพียงพอ ยา และการได้รับการรักษายามป่วยไข้ อาหารที่มีคุณภาพและพอเพียงต่อการพัฒนาร่างกายและสุขภาพ ดังนั้นภาพของเด็กเร่ร่อนที่ตระเวณขอทานและคุ้ยหาเศษสิ่งของตามถังขยะทั่วไป  เพื่อใช้ซื้อกินประทังชีวิตจึงเห็นอยู่ทั่วไป พร้อมๆกับร่างกายที่สกปรกมอมแมมด้วยเสื้อผ้าชุดเดียวที่สวมอยู่ตลอด และสิ่งที่จะต้องตระหนักที่สุดยามป่วยไข้ที่ต้องนอนซม ไร้คนดูแลรักษา "จนกว่าจะหายเอง"

      (3)อยู่ในสังคมอย่างไร้สวัสดิภาพใดใด โดยเฉพาะในเรื่อง "การได้รับโอกาสพัฒนาตนรอบด้าน" ตั้งแต่เรื่องการศึกษาที่ไม่มีโอกาสได้เรียนหนังสือทั้งในระบบโรงเรียนและนอกระบบ นันทนาการ การฝึกอาชีพ ตลอดจนการขาดการเตรียมตัวให้มีอาชีพที่ดี การมีงานทำ การรักษาพยาบาลเมื่อเจ็บป่วย ซึ่งสิทธิพื้นฐานเหล้านี้เป็นสวสดิการที่เด็กไม่ได้รับ ขณะเดียวกัน "สวัสดิภาพ" ที่จะอยู่อย่างปลอดภัยก็มีน้อยขาดเอกสารทางทะเบียนราษฎร์ที่แสดงตัวตนของเด็กว่าเป็นใครมาจากไหน ซึ่งทำให้ขาดสิทธิต่างๆที่เด็กเร่ร่อนพึ่งได้รับจากรัฐ