ช่องทางการขนส่งสัตว์เลี้ยง,เกือบเสียเวลาฟรีแล้วสิเรา

ผมได้รับประกาศว่า มีคนแจก ชูก้าไกลเดอร์ ผ่านทางเว็บ เพราะเขาไม่มีเวลาเลี้ยงดูจึงจำใจแจก ด้วยความที่ผมเป็นคนรักสัตว์และเลี้ยงอยู่จึงขออาสารับมาดูแล แต่ปัญหาคือว่า เขาอยู่กรุงเทพ แต่ผมอยู่สงขลา จึงเกิดอุปสรรคมากมายตามมา

 

เริ่มแรกผมทำการค้นหาวิธีการจัดส่งทุกวิถีทาง มีเวลาให้ผมดำเนินการทั้งหมด 12 ชั่วโมง ผมต้องเตรียมการทุกอย่างให้เสร็จ ผมมองว่าน้อยมาก เพราะ 12 ชั่วโมงรวมเวลานอนเข้าไปด้วย!

1.ผมพบว่า สามารถขนส่งได้ ทางรถไฟ

ข้อดี ราคาประหยัด , ไม่ยุ่งยากสำหรับคนที่ไม่มีความรู้ในด้านนี้

ข้อเสีย ใช้เวลาในการเดินทางมาก และการเดินทางที่มีการเลี้ยวหรือขรุขระบ่อยๆ อาจทำให้สัตว์เลี้ยงตื่นกลัว หรือช็อคได้

2.ผมเคยได้ยินเรื่องการขนส่งทางเครื่องบิน ซึ่งผมก็ทำการสืบค้นข้อมูลต่อ สรุปได้ใจความสำคัญๆดังนี้

2.1 สายการบิน นกแอร์ รับส่งเฉพาะ ปลาสวยงาม,สุนัข,แมว เท่านั้น และต้องส่งที่คาร์โก้ดอนเมือง

2.2 สายการบิน การบินไทย รับส่งทุกอย่างเลยครับไม่ว่าจะสัตว์เล็กสัตว์ใหญ่ ยกเว้นสัตว์สงวนต้องมีใบรับรองนะครับ  สัตว์เล็กอย่าง ชูก้าไกลเดอร์  จำเป็นต้องแพคลังไม้ ข้างในบุด้วยตาข่าย  มิเช่นนั้นมันจะเล็ดลอดออกมาแทะสายไฟเครื่องบิน  ก่อความเสียหายอย่างมหาศาล  และต้องส่งที่คาร์โก้สุวรรณภูมิเท่านั้น

วิธีการง่ายๆครับเพียงแค่

1.ท่านแพคของไปให้ดีๆ ตามเงื่อนไขของการบินนะครับ ต้องปฏิบัติอย่างรัดกุม

2.ติดต่อตึกการคลังภายในประเทศ  คาร์โก้สุวรรณภูมิ

3.ให้ข้อมูลผู้รับ เช่น สถานที่รับ ชื่อ นามสกุล รหัสบัตรประชาชน(หากต้องการ) * ข้อมูลห้ามผิดนะครับ ไม่งั้นจะรับไม่ได้

4.รับของก็ให้ไปรับที่ตึกการคลังภายในประเทศของสนามบินนั้นๆครับ ใช้แค่บัตรประชาชนเพียงใบเดียวเท่านั้น

แต่ทั้งหมด  ท่านต้องไปStand by ก่อนเครื่องออกเป็นเวลา 2 ชั่วโมงนะครับ ไม่งั้นจะพลาดเที่ยวบินครับ  ตารางบินก็ 06.00 / 13.30 / 18.05  จะขนส่งก็ต้องเร็วกว่านี้ 2 ชั่วโมงนะครับ

ข้อดี สะดวก รวดเร็ว ราคาไม่แพง

ข้อเสีย ต้องเดินทางไกล , หาข้อมูล ยากมาก! , ระเบียบค่อนข้างรัดกุม หลวมไม่ได้เลย เข้าใจครับเพื่อความปลอดภัย ^^

3.รถทัวร์ รับส่งครับ ต้องคุยกับคนขับรถเอาเองครับ

ข้อดี สะดวก ง่าย ไม่เรื่องมาก

ข้อเสีย แพงครับ แพงกว่าขนส่งทางเครื่องบินอีก แถมระยะเดินทางก็นานด้วย

4.รถตู้  เหมือนรถทัวร์ครับ แต่ราคาจะถูกกว่า

 

ผมตัดสินใจเลือกขนส่งทางเครื่องบิน  หมดค่าโทรศัพท์ภายในวันนั้นถึง 200 กว่าบาท  เพื่อหาข้อมูลเหล่านี้

จากนั้นผมได้ตกลงให้ญาติที่กรุงเทพฯเป็นผู้จัดส่งมา  ไปถึงสุวรรณภูมิเวลาตี 4  เมื่อไปถึงก็เกิดปัญหาเลยครับ  เพราะผมให้ญาติแพคสัตว์เลี้ยงโดยใส่กรงหนูแฮมสเตอร์ ซึ่งไม่ใช่ลังไม้ พนักงานไม่มีทีท่าอ่อนข้อให้เลยครับ  แต่ผมก็ไม่ยอมเช่นกันเพราะตอนบ่าย3 ผมโทรไปถามพนักงานเค้าแจ้งว่า กรงเหล็กก็ได้ ขอแค่มันออกมาไม่ได้ก็พอ  ผมจึงถามหาคนรับผิดชอบ พนักงานบ่ายเบี่ยงเรื่องการรับผิดชอบ และบอกว่า "ทางผมเช็คแล้วไม่มีการโทรเข้าในช่วงเวลาที่คุณบอก" ซึ่งทำให้ผมโมโหมากขึ้นไปอีก ผมยืนยันด้วยเบอร์โทรจนพนักงานเชื่อ แต่ก็ได้รับคำตอบว่า ยังไงก็ไม่ได้ ผมจึงตัดใจบอกให้ญาติรอขนส่งทางรถไฟแทน

แต่ขณะที่ญาติกำลังก้าวขึ้นไปนั่งบนTaxi ก็มีผู้ชายวัยกลางคนเดินเข้ามาถามว่า "มีอะไรหรอครับ"  ญาติก็อธิบายให้ฟังทั้งหมด และยื่นโทรศัพท์ให้ผมคุยด้วย ผมก็พยายามอธิบายให้ฟังเรื่องราวความเป็นมาทั้งหมด เขาก็รับฟัง ใช้เวลาอยู่นานเขาก็เริ่มมีทีท่าช่วยเหลือผม   สั่งลูกน้องให้ไปหาตะกร้าเก่าๆที่เหลือเก็บ มาช่วยกันแพ็คกรงใหม่ โดยที่ญาติผมไม่ต้องทำอะไรเลย  เสียค่าใช้จ่ายในการเดินทาง 270 บาท และได้รับการบริการอย่างดีที่สุดที่อาจไม่เคยมีในประวัติศาสตร์การบิน

รู้สึกดีมาก ปราบปลื้มในการช่วยเหลืออันยิ่งใหญ่นี้ อยากมาแชร์ประสบการณ์ดีๆในประเทศไทยให้รับชมกันครับ