ประคอง กาย วาจา และใจ อยู่ในความดี

วันเวลา     ล่วงไป    ไว้นักหนา

นับเวลา    ที่ผ่านไป   น่าใจหาย

เร่งทำดี     หนีความชั่ว     ทั่วใจกาย

ถึงคราวตาย  ไม่เสียดาย   ที่เกิดมา

     วันเวลาช่างผ่านไปเร็วนัก ไม่นานก็จะสงกรานต์  สงกรานต์แล้ว อีกไม่นานก็มีสงกรานต์อีก และอีก อย่างนี้ไปเรื่อย ๆ สิ่งที่ผ่านมาในชีวิตเรานั้นมากมาย เมื่อคิดถึงชีวิตเราจะพบว่า กว่าจะผ่านถึงวันนี้ได้ เราเต็มไปด้วยความเหน็ดเหนื่อยมาก ต้องร้องไห้ไม่รู้กี่ครั้ง ป่วยไข้ก็หลายครั้ง ต้องเจ็บตัว ฉีดวัคซีน หยูกยา ไม่รู้เท่าไร ต้องเรียนหนังสือ  ต้องโดนตี  ต้องสอบ ต้องทำการบ้าน ต้องตื่นตอนเช้า นับครั้งไม่ถ้วน ชีวิตก็ไม่เคยเต็ม กินแล้วก็หิวอีก ก็ต้องกินอีก เดี๋ยวก็หิวอีกแล้ว ง่วงนอน นอนแล้วไม่นานก็ง่วงอีก เป็นอย่างนี้ร่ำไป สิ่งเหล่านี้ผ่านมาผ่านไป แต่ทั้งหมดที่กล่าวมาในชีวิตนี้ ไม่ม่อะไรสำคัญทั้งนั้น สิ่งสำคัญที่สุดที่เราควรทำ คือ ประคอง กาย วาจา และใจ อยู่ในความดี

     ความดี คือ สิ่งที่เป็นกุศล เป็นบุญ ทำไมเราจึงต้องประคองกาย วาจา ใจ ในความดี เพราะความดีทำให้เราไม่ลำบาก ยิ่งมีความดีมากยิ่งมีบุญมาก ความลำบากในทุกเรื่องก็น้อยลง ยิ่งไปกว่านั้นความดีนำความสุขมาให้อะไรเป็นสิ่งมีค่าที่สุดที่เราควรได้รับ คำตอบคือ ความสุข นั่นเอง พระพุทธองค์ทรงสอนว่า "ผู้ใดก็ตาม ทำกรรมดีหรือชั่วก็ตาม เขาย่อมได้รับผลกรรมนั้น"

     ทำดีีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว คำสอนง่าย ๆ สองประโยคนี้ เต็มไปด้วยความจริงแท้ อันเป็นความลับของฟ้าดินอยู่เสมอตลอดเวลา ข้ามภพชาติเลยทีเดียว ทำดีได้ผลดีเสมอ เมื่อใดก็ตามที่เราได้รับผลไม่ดี ได้รับความทุกข์ใด ๆ ก็ให้แน่ใจได้เลยว่าเพราะเป็นผลจากกรรมเก่าที่เราเคยทำไว้ไม่ดี จะในชาตินี้หรืออดีตชาติก็ตาม จะทำนิดหน่ยอย จะทำเล่น ๆ จะทำด้วยสนุก ด้วยคะนอง ด้วยความสะใจ ด้วยความโกรธ ด้วยใด ๆ ก็ตาม เมื่อรับกรรมก็ทุกข์หนักมากน้อยขึ้นกับสิ่งที่เราทำไป และเมื่อไรเราได้ความสุข ความพอใจ นั้นก็เป็นเพราะเราทำความดีมา และความดีหรือบุญนั้นกำลังส่งผล

     ชีวิตคนไม่จำเป็นต้องร่ำรวย แต่ขอให้มีความสุข ถ้าเราร่ำรวยพร้อมแต่ใจไม่สุขจะเป็นประโยชน์อะไร เช่น มีเงินทองมากมายแต่เป็นโรคมะเร็ง โรคเอดส์ ก็เป็นทุกข์ ชีวิตคนเราไม่จำเป็นต้องเรียนสูง แต่ขอให้มีความสุข เรียนสูง ๆ แต่อกหัก แฟนทิ้ง โรคภัยรุมเร้า มีทุกข์มาก กระโดดตึกตายไปก็มีมากมาย จะเรียนสูงไปทำไม

     ที่ดีที่สุดที่เราควรได้คือ ความสุข แท้จริงแล้วความสุขอยู่ที่ใจ ต่อให้เรามีทุกอย่างพร้อมแต่เราก็ยังอยากได้อีก และไม่ได้สมอยากนั่นก็เป็นทุกข์อีกแล้ว สู้คนที่ไม่อยากได้เขาพอใจในสิ่งที่เขามีแล้วไม่ได้เลย คนไม่อยากได้อะไรเลยมีความสุขกว่า บางคนโลภมาก (ความโลภ คือ ความอยากได้มากจนยอมทำผิดทำนองคลองธรรม) ไปก่อกรรมทำเข็ญ โกงเขาต่าง ๆ นานาหรือมีเงินทองมากมายแต่ไปทำชั่ว ไปฆ่าสัตว์ ไปเป็นชู้บ้าง ไปโกหก ไปดื่มสุรา บางคนถึงขนาดโกงเงินวัด เงินทำบุญทำกุศล ต้องตกนรกหมกไหม้ พอขึ้นจากนรกไปเป็นเปรต พ้นเปรตไปเป็นสัตว์ พ้นจากสัตว์มาเป็นคนที่ลำบาก สิ่งเหล่านี้ไม่มีประโยชน์อะไรเลย มีทุกอย่างพร้อมแต่ไปทำชั่วอย่างนี้ ต่อมาก็ต้องได้รับผลชั่วและผลกรรมนั้นทวีคูณหลายเท่าเสมอ ดังนั้น สู้พอมีพอกินแต่ทำดี ใจมีสุข ชีวิตมีความสุข ดีกว่ากันมากกว่าร้อยเท่าพันทวี

     ประคองกาย วาจา ใจ ในความดีย่อมดีกว่า ให้คบคนดี เพื่อนดี คือ ผู้ที่จะนำเราไปทำกุศล ชวนให้เราไม่โลภ ไม่โกรธ ไม่หลง อย่าไปคบคนชั่ว คนพาล คนชั่วคือคนที่พาเราไปทำชั่ว ชาวเรายั่วเราให้โกรธ ให้หลง ให้ไปทำชั่วต่าง ๆ นานา

     เอาเวลามาทำความดี ดีกว่า ให้มีศีล หัดเจริญสมาธิ เจริญเมตตา กรุณา ให้อภัย ค่อยพูดค่อยจา ด้วยสติ ด้วยเหตุผล ด้วยความดี ด้วยความสุขุม ด้วยปัญญา ความดีจะนำสุขมาให้เรื่อย ๆ ยิ่งดีมาก ยิ่งสุขมาก สุขประณีตมากขึ้นเรื่อย ๆ จนในที่สุดจะกลายเป็นสุขที่เที่ยงแท้ ไม่มีอะไรมาทำลายความสุขได้เลย คนอื่นเอาไปไม่ได้ เป็นของเราทำ เราได้ ทำเองได้เองนั้นคือ ความสุขจากความพ้นทุกข์ทั้งปวง เป็นต้น ทุกสิ่งในโลกนี้เอาไปไม่ได้ม่แต่จิตของเราที่นำบุญและบาปติดไปเสมอทุกภพชาติ