หายตัวไปทำเรื่องดีๆมา ขอนำมาเล่าแบ่งปันกันค่ะ 

 

เป็นครั้งที่สองที่ผู้เขียนได้ร่วมเป็นวิทยากรกับคุณศิลาใน

กิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ จัดโดยNSTDA Academy 

  • หลักสูตรฝึกอบรมผู้บริหารศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร รุ่นที่ ๖           

e-Governance Masterclass for ICT Directors Class 6

๕-๗ กรกฎาคม ๒๕๕๔

  • หลักสูตรฝึกอบรมการจัดการไอซีทีสำหรับผู้บริหาร สายบริหารและสนับสนุน รุ่นที่ ๒ 

ICT Management for Non- ICT Executives, Class 2

๖ – ๘ กรกฎาคม ๒๕๕๔

โรงแรมธารามันตรา ชะอำ จังหวัดเพชรบุรี

 

 

ซึ่งโจทย์ในครั้งนี้ไม่เพียงแค่การกระชับความสัมพันธ์กันระหว่างผู้บริหารที่มาจากหลากหลายหน่วยงานให้เกิดความผูกพัน แต่คาดหวังถึงการสร้างเครือข่ายยึดโยงกันได้แม้จบการอบรมไปแล้ว  แต่ปรากฎว่าผู้บริหารสองกลุ่มในครั้งนี้มีความสนิทสนมกันค่อนข้างมากอยู่แล้ว อันเนื่องมาจากการได้ใช้เวลาร่วมทุกข์ร่วมสุขในการอบรมหลายหัวข้อและเดินทางไปดูงานต่างประเทศด้วยกันมาแล้วก่อนที่จะมาพบกับเรา  

การบ้านที่จะต้องทำต่อไปคือการนำติดอาวุธใหม่หรือให้เครื่องมือที่ผู้บริหารจะนำไปใช้ในการจัดการ “ความรู้สึกตัว” และ “ปรับตัวเข้ากับผู้อื่น” ที่จะต้องมีความสัมพันธ์ต่อกันตามศาสตร์ Enneagram (นพลักษณ์)  ตลอดจนถึง การทำความเข้าใจ KM ในมิติภายใน ที่เรียกว่า “Human KM” บน Ba (พื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้)

 

  • คุณศิลาจะใช้เวลาหนึ่งวันเต็มสำหรับแต่ละกลุ่ม เพื่อให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรรมเรียนรู้ตนเอง-เรียนรู้ผู้อื่น โดยใช้ นพลักษณ์ หรือ Enneagram เป็นเครื่องมือ มีความจริงอย่างน่าทึ่งที่ผู้เข้าร่วมแต่ละคนได้ค้นพบตนเอง สนุกสนานเบิกบานในกระบวนการเรียนรู้มากมาย ที่สำคัญได้สะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจและให้ความสำคัญกับการเรียนรู้เกี่ยวกับความแตกต่างระหว่างผู้คน คุณศิลาได้เล่าไว้ในบันทึกของเธอ เชิญตามไปอ่านได้ค่ะ

       http://www.gotoknow.org/blog/sophiaenneagram/448706

 

  • ผู้เขียนจะรับช่วงต่อแต่ละกลุ่มอีก กลุ่มละครึ่งวัน มีวัตถุประสงค์ให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมพิจารณาเรื่องของการทำให้ตนเองเป็นสุขในด้านต่างๆ และตระหนักว่าในฐานะเป็นผู้บริหารนั้นสามารถมีผลกระทบต่อลูกน้องมากมาย บางท่านอาจเป็นผู้นำที่เคร่งเครียดเกินไป เก่งและเร็วเกินไปจนลูกน้องตามไม่ทัน หรือมุ่งแต่ผลสำเร็จจนลืมคน เลยอาจแผ่รังสีอำมหิตโดยไม่ตั้งใจและไม่รู้ตัว

ไม่ว่าจะมีตำแหน่งอะไร ใหญ่หรือเล็กๆจนคนมองแทบไม่เห็น ทุกคนเป็นมนุษย์ ต่างปรารถนาความสุขด้วยกันทั้งนั้น เมื่อเห็นตัวเองและเห็นผู้อื่นจากศาสตร์นพลักษณ์ การเข้าใจองค์ประกอบของความสุขจึงจำเป็นเพื่อทำให้ตนเองมีความสุขได้ และเห็นความสำคัญของการสร้างโอกาส เอื้อให้ลูกน้องมีความสุขไปด้วย เพื่อให้ คนสำราญ งานสำเร็จ

 

คนที่เข้าใจเรื่องความสุข และมีความสุข จึงจะสามารถแบ่งปันสุขให้ผู้อื่นได้

 

  • สิ่งดีๆที่อยากให้เกิดได้ในที่ทำงาน ให้เป็น Happy Workplace 8 ประการ Happy Body, Happy Heart, Happy Soul, Happy Relax, Happy Brain, Happy Money, Happy Family, Happy Society

ความสุขด้านต่างๆเหล่านี้ล้วนเป็นเพียงเป้าหมาย เราต้องหาหนทาง พื้นที่ วิธีการ ที่จะเพาะเมล็ดพันธุ์ความสุขให้เกิดได้ งอกงามได้

  • จะสร้างให้ความสุขเกิดได้ ผู้เขียนจึงเลือกสองแนวคิดมาใช้อธิบาย และนำเข้าสู่การน้อมใจใคร่ครวญมิติของความเป็นมนุษย์ที่ต้องเชื่อมโยงตนเองจากโลกภายในสู่โลกภายนอก รักษาสมดุลแห่งชีวิต

ประการแรก คือ เข้าใจ องค์ประกอบของความสุขของมนุษย์ที่ต้องหมั่นตรวจสอบและเติมเต็มตนเอง และผู้อื่น ใช้แนวคิด Self Mandala โดยนักจิตบำบัด Virginia Satir ซึ่งกล่าวไว้ 8 ด้าน เช่นกัน คือ Context, Physical, Intellectual, Nutritional, Sensual, Emotional, Interactional และ Spiritual

การเติมเต็มความสุขด้านต่างๆนี้ เป็นโอกาสให้ผู้เขียนสามารถชี้ให้เห็นการเติมเต็มแบบโลกทัศน์ตะวันตก หรือแบบฝรั่งๆ ที่หากไม่เข้าใจจะยิ่งทำให้ทุกข์ เพราะแสวงหาสุขไม่หยุดหย่อน หรือ ติดในรสสุข จึงควรมีความเข้าใจอย่างถ่องแท้ พินิจแก่นสัจจธรรมว่า ความสุขที่เป็นเพียงความเพลิดเพลิน หรือความสะดวกสบายที่ได้รับจากสิ่งภายนอก ยังไม่เป็นความสุขอย่างชัดเจนและไม่ยั่งยืน โดยทั่วไปมนุษย์เราเมื่อมีความสุขสมหวังแล้วก็เคยชิน เบื่อ ภาษาธรรมะเรียกว่าเป็นความสุขที่เผาลน เพราะความต้องการสิ่งใหม่ๆเกิดขึ้นตลอดเวลา และมากขึ้นเรื่อยๆทำให้ต้องแสวงหาอย่างเหน็ดเหนื่อยทั้งกายและใจไม่มีที่สิ้นสุด

ความสุขที่แท้จริงเกิดมาจากภายในใจของเราเอง หากจะโยง ความสุข เข้ากับ ความสบายใจ ก็เห็นจะได้ซึ่ง เราคงคุ้นเคยกับคำอวยพรจากผู้ผ่านโลกมามากว่าให้ “อยู่เย็น เป็นสุข”

การเติมสุขในด้านต่างๆจึงเป็นการใช้ สติ สามารถมีความสุขได้ในปัจจุบันขณะ หรือ here and now และมีความสุขเล็กๆเกิดขึ้นได้เสมอๆกับสิ่งง่ายๆรอบตัว ไม่ต้องวาดฝันรอความสุขใหญ่ๆที่ต้องใช้อำนาจหรือเงินซื้อหา

 

ประการที่สอง คือ แนวคิดเรื่อง Ba  โดย ปรมาจารย์ด้าน Knowledge Creation – Ikujiro Nonaka มาเผยให้เห็นว่าจะทำ ความเป็น นามธรรม บ่มเพาะให้เป็น รูปธรรม ได้อย่างไร

Ba  เป็นภาษาญี่ปุ่น แปลว่า พื้นที่ ทว่า....

ไม่ใช่แค่มี พื้นที่ แต่ต้องมีทั้งพื้นที่ เวลา ให้ผู้คนได้ทำ กิจกรรม หรือทำ โครงการ ใดๆที่จะก่อให้ เกลียวความรู้ หมุนอย่างต่อเนื่องเกิดผลเป็น ความรัก ความสามัคคี ความสนุกสนาน ความพึงใจ ภูมิใจ ที่เป็นส่วนหนึ่งขององค์กร อยู่ดีๆ เฉยๆ สิ่งเหล่านี้เกิดเองไม่ได้ ต้องสร้าง พื้นที่ เพื่อให้ โอกาส แก่ผู้คนได้ปฏิสัมพันธ์กันอย่างมีจุดมุ่งหมาย

ในการปฏิสัมพันธ์ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ เราไม่เพียงแลกเปลี่ยนตัวความรู้/องค์ความรู้/และประสบการณ์เท่านั้น สิ่งที่เกิดขึ้นไปพร้อมๆกันได้นั้น คือ สิ่งที่เป็นมิติภายในตัวคน มีความเป็นนามธรรมสูง เช่น ความเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน ความรัก ความไว้เนื้อเชื่อใจ และความรู้สึกปลอดภัยในการปฏิสัมพันธ์แลกเปลี่ยนเรียนรู้นั้นๆ  ที่เราต้องส่งเสริมให้ผลิบาน งอกงาม ให้เห็นและสัมผัสได้ เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกันอย่างแท้จริง และเป็นพื้นฐานของการอยู่ร่วมชุมชนหรือองค์กรเดียวกันอย่างมีความสุข

มีผู้บริหารท่านหนึ่งเดินมาคุยกับผู้เขียนตอนเบรคว่า “ ฟังแล้วใช่เลยครับ เรื่อง Ba ผมสนใจมาก เพิ่งได้มาทราบที่นี่ จะเป็นประโยชน์กับการนำไปใช้มาก องค์กรผมมีพนักงานอยู่เกือบสามพันคน คิดว่าจะต้องทำอะไรอีกมาก...” 

ผู้เขียนรู้สึกว่าแนวคิดทั้งสองประการนี้สามารถเชื่อมโยงกันได้อย่างดีแม้เวลาจะสั้นไม่ถึงสามชั่วโมง ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ฟังคำอธิบายแนวคิดและลงมือทำกิจกรรมกลุ่ม ให้ทำงานกลุ่มที่แบ่งตามแบบ นพลักษณ์ คือ ศูนย์ใจ ศูนย์สมอง และ ศูนย์ท้อง

 

  • ผลงานกลุ่มออกมาน่าประทับใจในความใส่ใจฟังของคนระดับบริหารที่ต้องมาฟังเรื่องที่ตัวเองไม่เคยสนใจ ไม่คุ้นเคย แต่ว่าก็ตั้งใจฟัง มีความเข้าใจ สะท้อนให้เห็นจากงานที่แต่ละกลุ่มนำเสนอแม้เน้นเรื่องของความเข้าใจ องค์ประกอบความสุข และการสร้าง Baแต่ก็ให้ทำกิจกรรมในกลุ่มศูนย์ของตน  

 

  • คุณศิลาได้มาช่วยสะท้อนการนำเสนอของแต่ละศูนย์

 

ศูนย์ใจ (กลุ่มหลักสูตรผู้บริหาร ICT)

 ศูนย์สมอง(ซ้าย) และ ศูนย์ท้อง (ขวา)

 

นับว่าเป็นการย้ำให้เห็นว่าสิ่งที่วิทยากรสองเรามาร่วมแบ่งปันนั้น ไม่ใช่แค่สิ่งที่มาฟังกันเพลินๆ ฆ่าเวลา แต่นำไปใช้ได้จริง ไม่ว่าจะศูนย์อะไร ลักษณ์ใด สิ่งสำคัญคือ การได้มองเห็นและตระหนักถึงรูปแบบการสื่อสารเชื่อมโยงโลกภายในตนกับโลกภายนอกที่ตนเองคุ้นชินเป็นแพทเทิร์นที่แม้ตนเองก็ไม่เคยสังเกตมาก่อน

 

 ทั้งสามศูนย์ ของ กลุ่มผู้บริหารสายบริหารและสนับสนุน

การได้มาสะท้อนตนเองผ่านกิจกรรมและเปรียบเทียบกับศูนย์และลักษณ์ที่แตกต่างทำให้เห็นตัวเองชัดขึ้น ไม่ว่าจะกลุ่มใด กิจกรรมอะไรก็แล้วแต่ ก็จะเห็นชัดว่า ศูนย์ใจมักนำเสนออธิบายในแง่ของความสัมพันธ์ ความรู้สึก ความสบายใจ ศูนย์สมองแม้เสนอกิจกรรมดีๆเช่นกันแต่โดดเด่นที่อธิบายถึงความเป็นเหตุ เป็นผล หรือการจัดลำดับขั้นตอนกิจกรรมนั้น ในขณะที่ ศูนย์กายหรือศูนย์ท้องจะอธิบายชัดถึงการลงมือทำสิ่งนั้นๆและมีแววตาท่าทางที่เอาจริงเอาจังค่อนข้างมาก

 

  • คุณศิลาและผู้เขียนเองรู้สึกปิติ เมื่อได้ยินตัวแทนกลุ่มท่านหนึ่งออกมากล่าวถึงการอบรมและการเรียนรู้ในวันครึ่งนี้ว่า ...

...ตอนแรกที่ทราบว่าจะต้องมาเข้ารับการอบรมเรื่องนพลักษณ์และเรื่องการจัดการความรู้แบบ Human KM อะไรนี่ก็สงสัยอยู่ว่าจะให้มาเรียนรู้อะไร นพลักษณ์เป็นอย่างไรกัน และ การจัดการความรู้ จะมาพูดอะไร ผู้บริหารต่างก็ผ่านเรื่องนี้(KM)กันมามากแล้ว แต่แล้วเมื่อได้มาเรียนรู้ก็รู้สึกว่าได้ประโยชน์มากในการได้รู้จักตนเอง และการที่จะพัฒนาตนเองได้ ตอนแรกก็ยังไม่ชัดกับตัวเองอยู่ในเรื่องนพลักษณ์ และสงสัยว่าสิ่งที่จะเรียนรู้จะนำไปปรับใช้ในงานอย่างไร มาชัดเจนขึ้นก็จากการทำกิจกรรม...”

คุณศิลาคุยกับผู้เขียนว่าการเรียนรู้และกิจกรรม นพลักษณ์ เพียงวันเดียวนั้นน้อยไปหน่อย พอมีการทิ้งช่วงแค่หนึ่งคืนและได้ทำกิจกรรมอื่นที่สอดคล้องกันในวันถัดมา ผู้ร่วมกิจกรรมจะมีเวลา ย่อย หรือ digest สิ่งที่ได้เรียนรู้ไปและนำมาบูรณาการกับมิติการทำงานที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

 

  • กิจกรรมกลุ่มในวันที่สอง แค่ครึ่งวันนี้ยังตอบโจทย์สำคัญอีกประการให้กับผู้บริหารที่ต่างผ่านการอบรมพัฒนาจิต พัฒนาตนเอง พัฒนาการเป็น Happy Workplaceกล่าวได้ว่ามากมายแต่ “...ก็แค่นั้น เสร็จจากอบรม หรือให้ไปปฏิบัติธรรม (ตนเอง) ก็จะดีอยู่ได้ไม่นาน เดี๋ยวก็กลับเข้าสู่แบบเดิมที่เคยชินอีก...” แน่นอนว่าหากปล่อยตนเองให้ไหลไปตามกระแส แล้วแต่คลื่นชีวิตงาน-ชีวิตส่วนตัวจะพัดไปทางไหน แรงหรือค่อย ก็ต่อสู้ไปพอผ่านไปได้วันๆ คำรำพึงนี้ก็คงจริงที่สุด

การเรียนรู้ผ่านกิจกรรมในเรื่อง Ba นี้ชี้ว่า  ผู้บริหารหรือผู้นำต้องมีทั้งความเมตตาและมีหน้าที่ในการจัดระบบนิเวศขององค์กร ขยายพันธุ์ ให้เมล็ดพันธุ์ดีๆที่ได้รับมาสามารถงอกงาม กระจาย ผลิบานไปได้ทั้งองค์กร โดยรดน้ำ เติมสารอาหารเมล็ดพันธุ์เหล่านั้นเสมอๆ 

ธรรมะจัดสรรให้ผู้เขียนมีโอกาสได้ทำงานร่วมกับคุณศิลา ได้นำความรู้และประสบการณ์ชีวิตตนเองมาตกผลึกเป็นประโยชน์ต่อไปกับคนทำงานได้เช่นนี้ รู้สึกมีความสุขมากค่ะ

  

ขาเดินทางกลับได้มีโอกาสแวะนมัสการ หลวงปู่ทวด ที่วัดห้วยมงคล และแวะที่สวยงาม ซื้อขนม ของฝากระหว่างทาง เป็นทริปที่ได้เติมเต็มความสุขตนเองและผู้อื่น ส่งความสุขมายังท่านผู้อ่านทุกท่านด้วยค่ะ