|
|
1.ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา
ภาษาไทยเป็นเอกลักษณ์ประจำชาติ เป็นสมบัติทางวัฒนธรรมอันก่อให้เกิดความเป็นเอกภาพ และเสริมสร้างบุคลิกภาพของคนในชาติ ให้มีความเป็นไทย เป็นเครื่องมือในการติดต่อ สื่อสาร สร้างความเข้าใจและความสัมพันธ์อันดีต่อกัน ทำให้สามารถประกอบกิจธุระการงานและดำรงชีวิตอยู่รวมกันในสังคมประชาธิปไตยได้อย่างสันติสุข เป็นเครื่องมือในการแสวงหาความรู้ประสบการณ์จากแหล่งข้อมูล สารสนเทศต่าง ๆ เพื่อพัฒนาความรู้ ความคิด วิเคราะห์ วิจารณ์ และสร้างสรรค์ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคม และความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอ่านมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสังคมให้ดีขึ้น ซึ่งธอร์นไดค์ (Thorndike) นักจิตวิทยากลุ่มพฤติกรรมนิยม ได้กล่าวว่า การอ่าน คือ ความคิดที่สามารถเข้าใจ เรื่องราวที่อ่านได้ดี ย่อมนำไปสู่ความคิดที่ดี เพราะผู้อ่านจะได้ทราบถึงแนวคิดต่าง ๆ จากเรื่องที่อ่าน เกิดความรู้จากเรื่องที่อ่าน แล้วนำมาจัดแยกแยะ ตีความหมาย ก่อนที่จะเกิดความคิดของตนเอง ความรู้ด้วยการอ่านดังที่หนังสือพิมพ์บ้านเมืองสรุปจากข้อมูลว่าคนไทยมีสถิติการอ่านน้อยมากเพราะ ขาดปัจจัยส่งเสริมหลายด้านหากเทียบกับต่างประเทศจะเห็นว่าคนไทยนั้นอ่านแค่เพียง 5 เล่ม ต่อคนต่อปี ในขณะที่สิงคโปร์ อ่าน 17 เล่ม ต่อคนต่อปี และสหรัฐอเมริกาอ่าน 50 เล่ม ต่อคนต่อปี จากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติที่ทำการสำรวจสถิติการอ่านของคนไทยในปี พ.ศ. 2544 ด้านการใช้เวลาในการอ่านหนังสือ พบตัวเลขที่น่าตกใจ คือ คนไทยอายุตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป ใช้เวลาอ่านหนังสือ 2.99 นาทีต่อวัน และคนไทยวัย 10-14 ปี อ่านหนังสือน้อยที่สุดใช้เวลาเพียง 1.28-4.43 นาทีต่อวัน จำนวนนี้รวมคนไทยทั้งที่อยู่ในเมือง นอกเมือง และทุกเพศ ทุกวัยการจะสอนให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้จนสามารถที่จะสรุปเรื่อง วิเคราะห์วิจารณ์ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการสอนอ่านทำให้การอ่านไม่มีประสิทธิภาพ ในการสอนให้นักเรียนอ่านเพียงเพื่อความเข้าใจอย่างเดียวเป็นการไม่เพียงพอ จะต้องอ่านได้อย่างมีวิจารณญาณ รู้จักคิดหาเหตุผล วิเคราะห์ วินิจฉัยในสิ่งที่อ่านได้อย่างถูกต้องในยุคของข้อมูลสารสนเทศแต่ละวันมีข้อมูลข่าวสารมากมาย ข้อมูลเหล่านี้มีความสำคัญ ถ้าอ่านข้อมูลแล้วคิดวิเคราะห์ไม่เป็น อาจจะรับรู้ข้อมูลข่าวสารจำนวนมากผิดพลาด บุคคลจึงต้องรู้จักวิเคราะห์ รู้จักแยกแยะสิ่งที่เป็นความจริงออกมาจากส่วนที่เป็นเท็จ เพื่อจะได้ใช้การตัดสินใจอย่างฉลาด ดังนั้นการคิดวิเคราะห์จึงจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการดำเนินชีวิตในปัจจุบัน
2.วัตถุประสงค์
2.1 เพื่อให้นักเรียนอ่านร้อยแก้วได้ถูกต้องคล่องแคล่ว รวดเร็ว
2.2 นักเรียนสามารถสรุปใจความของเรื่องได้
2.3 นักเรียนสามารถวิเคราะห์เนื้อเรื่องที่ตนอ่านได้
2.4 นักเรียนมีมารยาทและนิสัยรักการอ่าน
3.เป้าหมาย
นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 40 คน
4.วิธีดำเนินงาน
1.แบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม โดยคละความสามารถ เก่ง อ่อน ปานกลาง และเลือก โดยเลือกประธานกลุ่ม เลขากลุ่ม ตามกระบวนการกลุ่มทางประชาธิปไตย
2.ครูพานักเรียนไปห้องสมุด เพื่อให้นักเรียนแต่ละกลุ่มเลือกอ่านนิทานตามที่ตัวเองสนใจ
3.ครูให้แต่ละกลุ่มคัดเลือกนิทานที่เห็นว่าดีที่สุดนำเสนอหน้าชั้นเรียน
4.ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายเนื้อหา วิเคราะห์เนื้อเรื่อง เช่น ทำไม่จึงเป็นเช่นนี้ เพราะอะไร นักเรียนคิดอย่างไร โดยใช้คำถามเชิงวิเคราะห์
ชั่วโมงที่ 2
5.ครูแจกนิทานจานเดียวให้นักเรียน อ่านโดยให้นักเรียนจับคู่กันผลัดกันอ่าน
6.ตอบคำถามจากนิทานที่อ่านลงในใบคำตอบ
7.ให้นักเรียนหานิทาน หรือแต่งขึ้นเองก็ได้มาคนละ 1 เรื่อง
ชั่วโมงที่ 3
8.ให้นักเรียนนำนิทานที่หามาติดในใส่ในจานกระดาษ เป็นนิทาน จานเดียว ตกแต่งจานให้สวยงาม
9.ผลัดกันอ่านนิทานจานเดียว
ชั่วโมงที่ 4
10. ทำแบบทดสอบการอ่านเชิงวิเคราะห์
5.ผลที่ได้รับ
1.นักเรียนอ่านร้อยแก้วได้คล่องแคล่วขึ้น
2.นักเรียนสรุปเรื่องที่อ่านได้
3.นักเรียนวิเคราะห์เนื้อเรื่องที่อ่านได้
4.นักเรียนมีมารยาทและนิสัยรักการอ่าน
6.ปัจจัยแห่งความสำเร็จ
1.แหล่งเรียนรู้ (ห้องสมุด,หนังสือนิทาน)
2.นักเรียนสนุกสนานกับการเรียนและมีเจตคติที่ดีต่อวิชาภาษาไทย
3.ครูได้วิธีการจัดการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ
ภาพกิจกรรม
1.แบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม โดยคละความสามารถ เก่ง อ่อน ปานกลาง และเลือก โดยเลือกประธานกลุ่ม เลขากลุ่ม ตามกระบวนการกลุ่มทางประชาธิปไตย
2.ครูพานักเรียนไปห้องสมุด เพื่อให้นักเรียนแต่ละกลุ่มเลือกอ่านนิทานตามที่ตัวเองสนใจ
3.ครูให้แต่ละกลุ่มคัดเลือกนิทานที่เห็นว่าดีที่สุดนำเสนอหน้าชั้นเรียน
4.ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายเนื้อหา วิเคราะห์เนื้อเรื่อง เช่น ทำไม่จึงเป็นเช่นนี้ เพราะอะไร นักเรียนคิดอย่างไร โดยใช้คำถามเชิงวิเคราะห์
ชั่วโมงที่ 2
5.ครูแจกนิทานจานเดียวให้นักเรียน อ่านโดยให้นักเรียนจับคู่กันผลัดกันอ่าน
6.ตอบคำถามจากนิทานที่อ่านลงในใบคำตอบ
7.ให้นักเรียนหานิทาน หรือแต่งขึ้นเองก็ได้มาคนละ 1 เรื่อง
ชั่วโมงที่ 3
8.ให้นักเรียนนำนิทานที่หามาติดในใส่ในจานกระดาษ เป็นนิทาน จานเดียว ตกแต่งจานให้สวยงาม
9.ผลัดกันอ่านนิทานจานเดียว
ชั่วโมงที่ 4
10. ทำแบบทดสอบการอ่านเชิงวิเคราะห์