วันที่ ๔ มิ.ย. ผมทำตนเป็นลูกทัวร์ของสาวน้อย   เธอกำหนดไปเที่ยวสวนนกจูรง  (Jurong Birdpark)   ซึ่งเราต้องนั่งรถไป ๓ ต่อ   คือไปรถไฟ ๒ ต่อ และรถเมล์อีก ๑ ต่อ   รวมใช้เวลาประมาณ ๒ ช.ม.  โดยเราออกจากบ้าน (จริงๆ คือ อพาร์ตเม้นต์) ที่ถนนเคนฮิลล์ ใกล้ๆ ถนนสก็อตต์ เวลา ๙ น. ไปขึ้นรถใต้ดิน MRT สายแดงที่สถานี Newton  ไปถึงสวนนกเวลา ๑๑ น.  กลับจากสวนนกเวลา ๑๕ น. ถึงบ้านเวลา ๑๗ น.  รวมแล้วใช้เวลาเดินทางกับเที่ยวสวนนกพอๆ กัน คืออย่างละ ๔ ช.ม.   ลูกสาวตกใจมากที่เราอยู่กันได้ทั้งวัน   สาวน้อยบอกว่าถ้าไม่ชวนกลับผมจะยังอยู่ต่อ เพราะผมชอบมาก

          ระหว่างนั่งรถไฟ ผมใช้สภาพบนรถไฟเป็นที่วิจัยภาคสนาม   ตอนเช้าบนรถมีแค่คนเอเซีย แต่หลายเผ่าพันธุ์ นั่งอย่างสบายเพราะวันเสาร์เวลา ๙ โมงเศษถือว่ายังเช้า  คนประมาณหนึ่งในห้านั่งเคาะ smart phone  นอกนั้นคุยกัน, อ่านหนังสือพิมพ์, นั่งเฉยๆ, หรือหลับ   ตัวรถไฟนี้มีข้อมูลครบถ้วนมาก มีตัววิ่งบอกว่ารถขบวนนี้จะวิ่งไปสิ้นสุดที่ Jurong East   และบอกว่าสถานีหน้าประตูจะเปิดด้านไหน   ตอนขากลับผมพบว่าตัววิ่งมีเป็นภาษาฮินดีด้วย     ที่นั่งตัวที่ชิดทางขึ้นลงมีป้ายบอกว่าสำหรับคนแก่ คนท้อง คนอุ้มเด็ก และคนขาเจ็บ   มีป้ายบอกว่าห้ามสูบบุหรี่ ห้ามกินอาหารและเครื่องดื่ม  ห้ามของไวไฟ โดยบอกเป็นสัญลักษณ์   มีป้ายบอกสถานีและไฟเขียวเป็นจุดๆ แสดงว่าขบวนรถจะวิ่งไปอีกกี่สถานีจึงจะสิ้นสุดทาง  และไฟจะดับลงเมื่อผ่านสถานีนั้นแล้ว   ผมคิดว่าเป็นตู้รถที่สะอาดและให้ความสะดวก ให้ข้อมูลแก่ผู้โดยสารที่ดีที่สุดในโลกตามประสบการณ์น้อยนิดของผม  นอกจากข้อมูลทางสายตายังมีข้อมูลประกาศให้ฟังตลอดเวลาอย่างเหมาะสม   เขาบอกรายละเอียดของรถสายที่จะไปต่อ และบอกเวลาของรถเที่ยวสุดท้ายด้วย

          แต่ตอนบ่ายคนบนรถมีความหลากหลายมากขึ้น   มีฝรั่งให้เห็นประปราย

          ตู้รถมีราวเกาะเหนือศีรษะ  และราวเกาะแนวดิ่งแตกเป็น ๓ ราวเพื่อให้มีที่เกาะมากขึ้น  เป็นการออกแบบตัวรถ และออกแบบข้อมูลข่าวสารสำหรับผู้โดยสาร ที่รอบคอบจริงๆ

          รถแล่นออกนอกเมือง ผ่านไป ๓ - ๔ สถานีก็แล่นบนดิน ทำให้ได้เห็นวิวที่เขียวร่มรื่นของ Garden City

          กำหนดเวลาเดินทางช่วงแรก ๔๙ นาที ตรงเวลาเป๊ะถึงสถานี Jurong East   ต่อ MRT สายเขียวอีก ๓ ป้าย ไปลงที่สถานี Boon Lay (EW 27)   ต่อด้วยรถเมล์สาย ๑๙๔ อีก ๑๐ นาที ก็ถึงสวนนกจูรง   เราใช้เวลารอรถเมล์ประมาณ ๑๕ – ๒๐ นาที

          สาวน้อยอ่านหนังสือนำเที่ยวมาอย่างดี ว่าถ้าเอาบัตรขึ้นเครื่องสายการบินสิงคโปร์มาแสดงจะได้ลดราคา   ปรากฏว่าเป็นการแถม ไม่ใช่ลด  คือเขาแถมตั๋วขึ้นรถรางแล่นในสวนให้ ๑ เที่ยว ๑ คน   โดยสาวน้อยลืมเอาบัตรขึ้นเครื่องบินของตนเองมา จึงกลายเป็นว่าเราต้องเสียเงินเพิ่มอีก ๕ เหรียญ (สิงคโปร์) สำหรับค่ารถรางของสาวน้อย

          เรื่องนั่งรถรางนี้หนังสือนำเที่ยว (สิงคโปร์ คู่มือนำเที่ยวตามใจชอบ) บอกว่าไม่จำเป็น เดินเที่ยวดีกว่า สถานที่ไม่ได้กว้างมากนัก   ผมขอยืนยันคำแนะนำนี้ครับ

          พอซื้อตั๋วผ่านประตูเข้าไป นกชนิดแรกที่เราได้ชมคือ African Penguin   นกเพนกวินเป็นนกที่น่าดู ท่าทางร่าเริงเบิกบาน ดูแล้วสบายใจ

          หลังจากนั้น เราเข้าไปชมการแสดงของนกที่ Pool Amphitheatre รอบ ๑๑ น. ก่อน ชื่อ Birds n Buddies Show  เป็นการแสดงที่ดีมาก   ทำให้ผมได้ความรู้ว่า สวนนกเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ต้องหาการแสดงสำหรับสร้างความสนุกสนานและให้ความรู้แก่นักท่องเที่ยว   ความรู้ที่สำคัญคือสภาพในธรรมชาติของนก และบอกว่านกชนิดใดที่เสี่ยงจะสูญพันธุ์และเราจะช่วยกันอนุรักษ์ได้อย่างไร   สวนสัตว์ต้องให้ความรู้และสร้างความตระหนักต่อการรักธรรมชาติ   ส่วนการโชว์นั้นแสดงความสามารถในการฝึกนก  ซึ่งนกแต่ละชนิดฝึกให้แสดงได้แตกต่างกัน

          เริ่มด้วยเสียงไก่ขัน และการเบิกโรงปล่อยนกพิราบออกมาต้อนรับผู้ชม  ตามด้วยฝูงนก ฟลามิงโก สีชมพูสวยฝูงใหญ่ ซึ่งในฝูงมีลูกนกสีเทาอยู่ด้วย   นกเหล่านี้แสดงท่าทางร่าเริงเดินไปเดินมาและกระพือปีก  สักครู่หนึ่งเขาก็ต้อนกลับเข้าโรงไป
          ตามด้วยนกเงือกหรือนกกาฮังตัวใหญ่   แสดงการบินจากมือผู้ฝึกไปยังผู้ช่วยที่อยู่ด้านหลัง บินเรี่ยๆ ศีรษะของผู้ชมให้ความตื่นเต้นดีมาก 

          การแสดงของนกนี้เขาจัดให้ผู้ชมอาสาร่วมแสดงด้วย   ให้ความสนุกสนานเฮฮาได้อย่างดีมาก   นกที่ดื้อไม่ทำตามผู้ฝึกคือ Vulture (แร้ง) และนกกระทุงบางตัว 

          ตัวชูโรงในการแสดงมีเยอะ ที่เลียนเสียงพูดของคนได้คือนกแก้ว เขาให้นับ ๑ ถึง ๑๐ ได้ถึง ๓ ภาษา คือภาษาอังกฤษ จีน และมาเลย์  เรียกเสียงปรบมือเกรียวกราว   นกแก้วสีขาวตัวใหญ่ (Crested Cockatoo) มีความสามารถคาบธนบัตร ๒ เหรียญจากมือผู้ชมไปให้พิธีกร   โดยพิธีกรหลอกว่าเป็นการบริจาคเงิน   หลังจากทำอย่างอื่นครู่หนึ่งเขาก็ให้นกแก้วคาบเงินไปคืนให้   

          การแสดงใช้เวลาประมาณ ๔๕ นาที   หลังจากนั้นเราขึ้นรถรางไปลงสถานีที่ ๑ แล้วลงไปชมนกชมไม้   สวนนกต้องมีต้นไม้ และสภาพแวดล้อมที่เหมาะต่อความเป็นอยู่ของนก   ว่าไปแล้วเขาก็หานกที่สวยงาม ดึงดูดผู้ชมเอามาแสดงหลากหลายรูปแบบ   ที่ถือว่าเป็นตัวชูโรงคือนกกระทุง หรือ Pelican กับนก Flamingo  ที่จริงนกเงือกและทูแคน (Toucan) ก็เป็นตัวเด่นเหมือนกัน แต่มันไม่อยู่เป็นฝูงในที่โล่งอย่างนกกระทุงและฟลามิงโก

          อีกชนิดหนึ่งที่มีมากและสีสวย แต่มันอยู่ในกรง คือนกตระกูลนกแก้ว หลากหลายชนิดจากทุกมุมโลก  

           นอกจากนกเป็นๆ อยู่ตามธรรมชาติ หรืออยู่ในกรง ให้เราดูและถ่ายรูปแล้ว ยังมีห้องจัดแสดงให้ความรู้ เกี่ยวกับวิวัฒนาการจากไดโนเสาร์ มาเป็นนก  และธรรมชาติของนก ตั้งแต่ไข่ การฟักเป็นตัว  ตีนนก ปีกนก  ขนนก   

          ตามเอกสารของสวนนกจูร่ง มีนกในสวนกว่า ๕,๐๐๐ ตัว  ๓๘๐ สปีชี่ส์

          ที่จริงเขามีการแสดงอื่นๆ ให้ชมอีกหลายอย่าง โดยมีกำหนดเวลาในสถานที่ต่างกัน   เริ่มที่เวลา ๙.๑๕ น. เป็นการให้อาหารนก   ๑๐.๐๐ น. Kings of the Skies show   เป็นต้น   รายการมีบอกไว้ที่แผ่นพับนำชม 

          กลับมาดูรูปนก และรูปอื่นๆ ที่ถ่ายด้วยกล้อง Canon PowerShot SX200 ที่ใช้มากว่า ๒ ปี    แล้วรักกล้องนี้ขึ้นอีก   เพราะมันถ่ายนกได้สวยมาก   รูปที่เอาลงบันทึกวันนี้จะไม่โชว์นกดาราเด่น   จะเอาไปโชว์เป็นเรื่องเดียวโดยเฉพาะ   เพราะผมชอบนก

 

วิจารณ์ พานิช
๔ มิ.ย. ๕๔
สิงคโปร์
รูปสิงคโปร์ ๒

จุดเริ่มต้นคือสถานี Newton ของ MRT


 

ไปเปลี่ยนสายที่สถานีรถไฟ Jurong East จะเห็นว่ามีกล้องวิดีโอเต็มไปหมด


 

ในรถไฟ


 

รอรถบัส


 

บริเวณทางเข้า หลังผ่านประตูเข้าไปแล้ว เสียดายที่ไม่ได้เข้าไปดู Penguin Coast


 

Pool Amphitheatre รอชมการแสดง Birds n Buddies show


ตอนแสดงคนจะนั่งเต็มรวมหลายร้อยคน


 

 

Bottle tree Brachychiton ruprestis จากออสเตรเลีย อายุ ๑๒๐ ปี


 

โซนนกล่าเหยื่อ


 

 

 

สวนนกแก้ว Parrot Paradise

บริเวณสวนนกน้ำ โปรดสังเกตรถรางไฟฟ้าโฆษณาการบินไทย


 

สาวน้อยกับต้นไม้งามยามบ่าย