ที่ตำบลป่าซาง ชาวบ้านส่วนใหญ่อบพยพมาจากหลายแห่งแต่ที่มากที่สุดจะมาจากลี้ลำพูน สำเนียงพูดจะคล้ายกัน การเลี้ยงสัตว์จะชอบเลี้ยงไก่มากกว่าเป็ดเพราะมีความเชื่อในเรื่องการกินเป็ดด้วยกันแล้วจะมีอันต้องแยกทางกันหรือเหินห่างกันไป จึงไม่นิยมกินเนื้อเป็ด เลยไปจนถึงไม่ชอบการเลี้ยงเป็ดไปด้วย

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 27 มีนาคม 2554 ผู้เขียนได้เดินทางไปส่งลูกชายทดสอบคณิตศาตร์ที่เชียงใหม่ ก็เลยใช้โอกาสนี้ทำธุระสี่อย่าง ในครั้งเดียว หนึ่งในนั้นคือชื้อไก่ประดู่หางดำมาให้เกษตรกรที่เวียงเชียงรุ้งมาเลี้ยง ด้วยอยากให้อำเภอเวียงเชียงรุ้งมีการเลี้ยงไก่ให้เป็นที่รู้จัก ได้ทดลองติดต่อฟาร์มเครือข่ายที่ผลิตไก่ประดู่หางดำที่อำเภอสันทรายเชียงใหม่ มาให้เกษตรกรที่มีความสนใจหัวไวใจสู้ มาเลี้ยงเพื่อที่จะทำพ่อแม่พันธุ์ผลิตสายเลือดประดูหางดำให้มากๆในเวียงเชียงรุ้ง เริ่มด้วยลูกไก่ประดู่หางดำจำนวน 229 ตัว กระจายลงที่ตำบลป่าซาง 149 ตัว ตำบลทุ่งก่อ 80 ตัว เสียดายนำมาคละเพศ ถ้าเป็นแม่พันธุ์ได้สักครึ่ง อีกไม่นานก็จะมีลูกไก่เพิ่มอีกเป็นพัน คิดแล้วสนุกดี ต้องรออีกเป็นปีค่อยมาเล่าต่อครับ งานนี้ต้องขอบคุณผู้ที่มีส่วนช่วยประสานให้ได้ไก่ประดู่หางดำมาขยายคือคุณหมอศักดิ์ชาย บุณยราศรัย ปศุสัตว์อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ที่ติดต่อประสานจนได้ไก่มาเร็ว เคยติดต่อเพื่อชื้อของสถานีบำรุงพันธุ์แล้วต้องรอคิวยาว วางแผนจองกันเป็นปี รอไม่ไหวครับ ราชการก็เป็นไปอย่างนี้ต้องทำใจ

ขนเองทั้งไก่ และอุปกรณ์ทำบ่อหมักชีวภาพที่ไปเอาที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ถึงบ้านเกษตรกรนายบุญทวี วงค์พระเลื่อน ก็ค่ำมืดพอดี ต้องเปิดไฟจับไก่ อากาศก็หนาวเย็นลมโกรกต้องแนะนำให้มีไฟกกและผ้ากันลมด้วย
มืดและไม่สามารถเอาไก่ไปแจกทันก็เลยฝากเลี้ยงที่บ้านลุงขาว(นายทองสุข มณีจันทร์สุข) ที่มีอุปกรณ์กกตั้งแต่สมัยที่นำเป็ดไข่มาเลี้ยงตอนเดือนมกราคม 2554
ไก่กำลังมึนงง กับการเดินทาง และอากาศหนาวเย็น
ได้น้ำ อาหาร และไฟกก ร่าเริงแจ่มใส มีตายไประหว่างเดินทาง ตัวเดียวค่อยยังชั่ว