มนตรี ศรียงศ์

โลกในดวงตาข้าพเจ้า  ของ  มนตรี  ศรียงค์  ได้รับรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน (ซีไรท์)  ของประเทศไทย  ประจำปีพุทธศักราช  ๒๕๕๐  คณะกรรมการตัดสินรางวัล  กล่าวว่า  ‘โลกในดวงตาข้าพเจ้า’  เป็นบันทึกภาพความเคลื่อนไหวในชุมชนเล็ก ๆ  ผ่านดวงตาพิเศษของของกวี  ด้วยมุมมองเฉพาะตัวที่โดดเด่น  ผสมผสานกับการย้อนรำลึกเรื่องราวเกี่ยวกับผู้คนที่ผ่านมาในชีวิต  สามารถทำให้เรื่องที่เป็นรูปธรรมเหล่านั้นโยงไปสู่ภาพสังคมโดยรวมได้

            มนตรี  ศรียงค์  ประจักษ์ในสาระของชีวิตจากการงานที่เป็นจริงและผู้คนรายล้อม  แล้วนำมาถ่ายทอดไว้ในบทกวีอย่างกลมกลืนมีชีวิตชีวา  ศิลปะในการนำเสนออยู่ที่การสรรคำ  และการเรียบเรียงลำดับภาพความคิดด้วยชั้นเชิงทางวรรณศิลป์  ก่อให้เกิดความสะเทือนอารมณ์และชวนคิด

            โลกในดวงตาข้าพเจ้า  บันทึกภาพความเคลื่อนไหวในชุมชนเล็ก ๆ ผ่านดวงตาพิเศษของกวี  ดั่งบทแรก  บ้านเลขที่  ๔๑/๓ (ถนนละม้ายสงเคราะห็)

                        เป็นบ้านไม้ตรงข้ามบ้านข้าพเจ้า

                        เหมือนจะร้างว่างเปล่า – ดูเหงาเงื่อง

                        สงบเงียบนิ่งท่ามเสียงเมือง

                        กระเบื้องแดงแดดเผามุงหลังคา

                        ปิดไฟมืดมิดสนิทมืด

                        แง้มพืดประตูเหล็กเพียงโผล่หน้า

                        บังแดบังคนด้วยบังตา

                        ซิ้มชราบังตนอยู่คนเดียว

                        ถนนละม้ายสงเคราะห์-

                        บ่ายที่ดาวเคราะห์นี้หมุนเชี่ยว

                        แดดกำลังเร่งขีดความซีดเซียว

                        แผดเคี่ยวเกรี้ยวกราดลาดหลังคา

                        ..................................................

                        ..................................................

                        พริบตาก็อีกทศวรรษ

                        พุทธศักราชผลัดมาย่ำ

                        จิริดจ้อยร่อย  ตาดำดำ

                        มองฟ้าค่ำเงียบเงียบเย็นเยียบใจ

                        มอดลงทีละนิด – ชีวิตเอย

                        ลามเลยรวดเร็วรุกไล่

                        อนิจจาเกิดมาเพื่อตายไป

                        เหมือนมอดไหม้บุหรี่– หนอชีวิต........

                พริบตา – อายุก็ลุวัย

                        สาระใดบ้างมีหนอชีวิต

                                                เพียงพริบตา

 

            มนตรี  ศรียงศ์เป็นชาวอำเภอหาดใหญ่  จังหวัดสงขลา  ปัจจุบันขายหมี่เป็ดอยู่ที่ถนนละม้ายสงเคราะห์  และทำงานเขียนหนังสือไปด้วย  ในคำกล่าวสุนทรพจน์  ในวาระเข้ารับพระราชทานรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน (ซีไรท์)  กล่าวอย่างถ่อมตัวว่า  ข้าพเจ้าเป็นคนต่ำต้อย  เกิดและโตมาเงียบ ๆ ในดินแดนที่เจริญรุ่งเรืองด้วยศิลปวัฒนธรรมที่ถูกปิดซ่อนอย่างอลหม่าน  และตระการไปด้วยขบวนคาร์นิวัล  ในทุกเทศกาลรื่นเริง  ขายบะหมี๋เป็นตุ๋นยังชีพมาตั้งแต่รุ่นพ่อ  มองเห็นบ้านเกิดและผู้คนเปลี่ยนแปลงไปตามการโคจรของดวงจันทร์.........................ข้าพเจ้าเป็นคนต่ำต้อย...................................มนุษย์มีความสามารถเพียงพอที่จะอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข  ด้วยความดีงามทังปวง

        โลกในดวงตาข้าพเจ้า  พิมพ์ครั้งที่เจ็ด  โดยสำนักพิมพ์สามัญชน  มิถุนายน  ๒๕๕๓  สายส่งศึกษิต  บริษัท  เคล็ดไทย  จัดจำหน่าย  จำนวน  ๑๑๔  หน้า  ราคา  ๑๓๕  บาท

            เมื่อเทียบกับราคาเฉลี่ยต่อหน้าหนังสือ  ประมาณหนึ่งบาทกว่า ๆ  กับงานที่กลั่นออกมาจากแรงงานความคิด  ในประเทศแห่งนี้  นักกวีไม่สามารถดำรงชีพอยู่ได้ด้วยการทำงานกวีเพียงอย่างเดียว  ในโลกของทุนนิยมประชาธิปไตย  คนทำงานกวีมือรางวัลระดับอาเซียนต้องขายบะหมี๋ยังชีพ  เป็นสิ่งที่สังคมน่าทบทวนกันบ้าง  จริงอยู่ว่าเขาก็อยู่ได้  และอยู่ได้อย่างมีเกียรติพอ ๆ กับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี  เราขอชื่นชม

 

                                                ด้วยจิตคารวะ

                                                ธีระ    เงินแก้ว

                                                ปลายเมษา ๕๔