“ข้อมูลมีผลต่อการตัดสินใจ”
“ข้อมูลมีผลต่อการตัดสินใจ” เป็นคำกล่าวที่คนทั่วไปยอมรับ รวมถึงตัวดิฉันด้วย
ในวันที่ 21 มิถุนายน 2554 ดิฉันเดินทางไปยังโรงพยาบาลรามาธิบดี เพื่อเตรียมตัวผ่าตัดในวันรุ่งขึ้น ภายหลังการไปยื่นบัตรนัดและดำเนินการตามขั้นตอนของผู้ป่วยนอนโรงพยาบาลเพื่อรับการผ่าตัดทางนรีเวชแล้ว ดิฉันก็ได้เข้าพักในห้องพิเศษรวม 3 คน ตามที่ได้ยื่นขอจองห้องไว้
ในวันนี้มีทั้งแพทย์และพยาบาลหลายท่าน หลายแผนก เข้ามาพูดคุยสอบถามและให้ข้อมูลแก่ดิฉันมากมาย หนึ่งในกลุ่มนี้มีนักศึกษาแพทย์ชั้นปีสุดท้ายท่านหนึ่ง จะเป็นผู้มาสอบถามข้อมูลอย่างละเอียดอยู่เป็นระยะ ที่ไม่สอบถามซะทีเดียวจบ ก็เป็นเพราะว่าบางครั้งขณะที่พูดคุยจะมีแพทย์ หรือพยาบาลท่านอื่น (ที่บอกไว้แต่แรกว่ามาจากหลายแผนก) เข้ามาสอบถามให้ข้อมูลบางประการแก่ดิฉัน
การพูดคุยกับว่าที่คุณหมอท่านนี้ เป็นไปแบบเจาะลึก สอบถามกันแบบละอี้ละเอียด ซึ่งในขณะที่พูดคุยดิฉันรู้สึกเหมือนท่านเป็นเพื่อน พูดคุยแล้วสบายใจ ที่กังวลโน่นนี่อยู่ก็ค่อยคลาย รู้สึกดีที่อย่างน้อยก็มีคนมาคุยด้วยแบบนาน ๆ ไม่ได้มาคุยแป๊บ ๆ แบบท่านอื่น ๆ คือตอนนั้นดิฉันอยู่คนเดียว เตียงแรกว่าง เตียงสองกำลังอยู่ในห้องผ่าตัด น้องสาวของดิฉันก็ให้เขากลับไปแล้ว ตั่งแต่บ่าย ๆ (ห้องพิเศษรวม 3 คนนี้ ไม่อนุญาตให้ญาติเฝ้าค่ะ)
ในช่วงบ่ายนี้ คุณหมอที่จะทำการผ่าตัดยังพาดิฉันไปอัลตร้าซาวด์อย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อให้ได้ข้อมูลเพียงพอสำหรับการผ่าตัด ในการตรวจรอบนี้ทั้งคุณหมอและดิฉันเองก็ได้รับข้อมูลเพิ่มเติมอีก จากที่เคยทราบแต่ว่าต้องผ่าตัดเนื้องอกในมดลูกที่มีขนาดโตราว 9 cm จากข้อมูลการบันทึกของคุณหมอท่านก่อน คราวนี้อาจต้องตัดรังไข่ด้วย จะข้างเดียวหรือทั้งสองต้องพิจารณาอีกครั้งเมื่อผ่าจริง
ย้อนกลับมาที่การพูดคุยกับว่าที่คุณหมออีกสักนิด มีคำถามที่ดิฉันไม่แน่ใจในคำตอบของตัวเอง คือ ดิฉันมีรอบเดือนครั้งแรกในชีวิตตอนอายุเท่าไร ตอนที่ถูกถาม ก็งุนงงว่าทำไมหมอจึงถามย้อนอดีตอะไรยาวนานซะปานนี้ และมาถึงบางอ้อภายหลังว่า น่าจะเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับการตัดสินใจให้กับแพทย์ในการพิจารณาว่าสภาพมดลูก+รังไข่ ที่เห็นขณะที่ผ่าตัด ข้อมูลระยะเวลาที่คนไข้คนนี้มีประจำเดือนมาแล้วกี่ปี ดูแล้วน่าจะเข้าสู่วัยทองในอีกกี่ปี รวมไปถึงข้อมูลอาการผิดปกติอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงมีรอบเดือน จะนำไปสู่การตัดสินใจว่าคุณหมอจะตัดอะไรของเราออกไปบ้าง
ประเด็นนี้ ดิฉันได้คิดเลยว่าต้องบอกคุณครู ให้บอกลูกศิษย์ (หญิง) ของเราหน่อยแล้วว่า ควรมีการบันทึกหรือจดจำไว้ว่าตัวเรานั้นมีรอบเดือนครั้งแรกตอนอายุเท่าไร เพราะใครจะรู้ได้ว่าในอนาคตอีกยาวไกล จะเกิดอะไรขึ้นกับเด็กผู้หญิงคนนี้บ้าง เหมือนอย่างตัวดิฉันนี่ไง เราจะได้บอกข้อมูลคุณหมอได้ไม่คลาดเคลื่อน เป็นผลกระทบต่อสุขภาพของเรา เรื่องนี้จึงเป็นข้อมูลสำคัญต่อสุขภาพของผู้หญิงเราค่ะ
นำต้นขี้เหล็กปลูกปีกลายมาฝากกันครับ
สิ่งที่พี่คิดว่า..งานการศึกษาของเราขาด
ก็คือการบันทึกข้อมูลต่อเนื่องและนำไปใช้
แปลกที่ ครูป.1 รู้เรื่องเด็กๆมากกว่าชั้นอื่นๆ
จนหลายคนบอกว่า"อยากรู้อะไรให้มาถามครู ป.1..
มีความจำเป็นและสำคัญมาก โดยเฉพาะเหตุการณ์สำคัญ ๆ ในชีวิต
ด้านการเขียนของนักเรียน เพื่อชี้แนะเด็กบางคนก็ทำตาม บางคนก็เหมือนเดิม
กับความเคยชินเก่า ๆ คงเหมือนครูบางคนที่ฝังแน่นกับวิธีการเดิม ๆ ที่ไม่เคย
เปลี่ยนแปลงแม้ว่าจะดีกว่าก็ตามที
สวัสดีค่ะ
ขอเป็นกำลังใจในการทำงาน...สนุกกับงาน...แต่อย่าลืมดูแลสุขภาพนะคะ