ครูก็เป็นบุคคลสำคัญในการดูแลลูกศิษย์
ปรกติดิฉันไม่ค่อยได้ล้มหมอนนอนเสื่อแบบนาน ๆ จำได้ว่าหลังสุด เมื่อปี 2538 เป็นไข้คางทูมในวันรับปริญญา เสร็จเรื่องแล้วคนอื่น ๆ เขาต่างไปฉลองกันที่ร้านอาหาร แต่ตัวเองต้องเข้าโรงพยาบาลในตอนเย็นนั้นเลย ผ่านมาสิบกว่าปี จนคราวนี้มีโอกาสได้นอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลอีกครั้ง
เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2554 ที่ผ่านมา ดิฉันเข้ารับการผ่าตัดเนื้องอกในมดลูก และรังไข่ทั้งสองข้าง ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี พักรักษาตัวอยู่ 5 วัน เลยมีเรื่องเก็บมาบันทึกให้ได้สะท้อนคิดกันอยู่บ้าง...
ดิฉันตรวจพบเนื้องอกครั้งแรกทีโรงพยาบาลแห่งนี้เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2554 จากนั้นคุณหมอจะนัดตรวจโน่นนี่อยู่ราว ๆ 3-4 ครั้ง ก่อนนัดผ่าแน่นอน แรก ๆ ดิฉันก็แปลกใจว่าทำไมมาแต่ละครั้งไม่ค่อยได้พบคุณหมอท่านเดิม คุณหมอจะเปลี่ยนหน้าไปเรื่อย ไม่เหมือนที่โรงพยาบาลอื่น ๆ ซึ่งเราเคยสัมผัสมา ที่เรามักจะได้พบคุณหมอท่านเดิมเมื่อต้องกลับมาอีกเรื่อย ๆ เรียกว่าถ้ารักษากับหมอท่านไหนก็ท่านนั้น เรียกว่าพบคุณหมอท่านนั้นประจำ
สิ่งที่ดิฉันสงสัยก็ได้คำตอบเมื่อครั้งต้องนอนรักษาตัวอยู่ 5 วันนั้นว่า กรณีของดิฉันนั้นเป็นลักษณะที่ไม่ได้เลือกรักษาตัวกับคุณหมอท่านหนึ่งท่านใด เรียกว่า...มาโรงพยาบาลวันใดพบหมอท่านไหนก็ต้องเป็นท่านนั้น...คุณหมอจึงเปลี่ยนหน้าเรื่อยไป ซึ่งจะมีข้อดี ซึ่งคุณหมอพรศรี นิรันดร์สุข แพทย์ที่ทำการผ่าตัดให้ดิฉัน ได้กรุณาอธิบายให้ฟัง
คือ ดิฉันจะได้รับการดูแลจากคุณหมอหลาย ๆ ท่าน โดยคุณหมอแต่ละท่านจะมีโอกาส Re-Check ข้อมูลของดิฉันทุกครั้ง ทุกท่านจะดูข้อมูลตั้งแต่แรกมาถึงข้อมูล ณ ปัจจุบัน หากมีอะไรพร่องหายไป หรือคุณหมอท่านใดเกิดหลงลืมอะไรไปบ้างในการรักษาในครั้งที่ดิฉันพบคุณหมอท่านนั้น คุณหมอท่านต่อไปจะได้ดำเนินการให้เรา
ประเด็นนี้ทำให้ดิฉันได้ข้อคิดนำมาเปรียบกับการดูแลพฤติกรรมนักเรียนของคุณครู ถ้าเราเปรียบเทียบนักเรียนคล้ายกับกรณีคนไข้ การศึกษาข้อมูลรายบุคคลของนักเรียน เป็นเรื่องจำเป็นสำหรับคุณครูเป็นอย่างยิ่ง ... นักเรียนจะถูกส่งต่อขึ้นชั้นเรียนใหม่เรื่อยไป อย่างน้อยก็หกปี-เก้าปี ถ้าคุณครูแต่ละคนให้ความสนใจข้อมูลของนักเรียนแบบ Re-Check ทวนดูตั้งแต่เริ่มแรกมาถึง ณ ปัจจุบัน อยู่ตลอดเวลา น่าจะทำให้นักเรียนได้รับการดูแลช่วยเหลือหรือได้รับการพัฒนาได้อย่างเป็นระบบ สอดคล้อง ตรงจุด (จุดแก้ไข/จุดพัฒนา)
ปัจจุบันนี้นักเรียนของเราถูกรุมเร้าด้วยสิ่งแวดล้อมรอบตัว ทั้งความเป็นอยู่ภายในครอบครัว สภาพสังคมรอบข้าง สื่อพิษ และเพื่อนนักเรียนด้วยกันที่อาจนำพาไปในทางเสื่อม การได้รับความช่วยเหลือ เกื้อกูล ชี้แนะจากครู นับเป็นแสงสว่างที่ช่วยส่องทางชีวิตให้กับเด็กผู้นั้น ไม่ผิดที่เราจะบอกว่า พ่อ-แม่ ผู้ปกครองเป็นบุคคลที่มีบทบาทมากที่สุดในการดูแลบุตรหลาน และไม่ผิดเช่นกันที่ครูก็เป็นบุคคลสำคัญในการดูแลลูกศิษย์เช่นกัน
อาจมีบางท่านเห็นว่าการดูแลพฤติกรรมนักเรียนในโลกของความเป็นจริงนั้นแสนเข็ญ แต่ตราบใดที่เราเห็นลูกศิษย์เป็นเช่นลูกของเรา...แสนเข็ญเพียงใด...เราต้องสู้ต่อค่ะ...เป็นกำลังใจให้ครูทั้งแผ่นดิน และขอเชิดชูครูที่มีจิตวิญญาณแห่งครูทุกท่านค่ะ...
เป็นการพักฟื้นที่ไม่ละเลยหน้าที่นะคะ น้องกุ้ง
ผลการผ่าตัดเรียบร้อยดีใช่มั๊ยคะ?
เป็นคุณหมอรักษาไข้อาจหายขาดเพราะการผ่าและตัด
แต่เป็นคุณครูรักษาเด็กน้อยบางรายไม่หาย..เพราะตัดไม่ได้
และเกิดปัญญาในการพิจารณาสรรพสิ่ง
อย่าทุ่มเทกับงานจนลืมดูแลตนเอง พยายามรักษาสมดุลแห่งชีวิตให้ดีนะคะ
เพื่อคนที่เรารักและรักเรา...
สวัสดีค่ะ
ขอเยี่ยมไข้... เป็นกำลังใจให้หายเร็ววันนะคะ ...ขอบคุณที่ได้อ่าน 'ข้อคิดในการดูแลพฤติกรรมนักเรียนของคุณครู' ซึ่งเชื่อว่าถึงวันนี้คุณปวีณาคงได้ทำการนิเทศเรื่องจากข้อคิดนี้ไปบ้างแล้วนะคะ...