ของของแม่มาจากคำว่าสิ่งของที่เป็นของ(จาก)แม่   ยิ่งขยายคงจะยิ่งไม่รู้เรื่องเอาเป็นว่าสิ่งที่แม่อยากจะทำให้ลูก  อยากจะให้   ซึ่งก่อนหน้านี้  ก่อนวัยปูนนี้ไม่ค่อยจะเข้าใจ  ไม่ค่อยจะเอาใจใส่  ไม่ค่อยจะใส่ใจ 


         แม้ลูกของแม่จะมากเกือบโหล  แต่แม่ไม่เคยละเลยดูแลเอาใจใส่  เมื่ออยู่ไกลผลไม้ทุกอย่างที่มีในบ้านในสวนแม่จะเก็บไว้  หากว่ามันจะเน่าเสีย  แม่ก็จะถนอมไว้และหาโอกาสที่จะฝากไปให้ถึงมือลูก   ยังจำได้ถึงกล้วยตากที่มันไม่เหมือนกล้วยตาก แต่เป็นกล้วยกึ่งตากกึ่งย่างกึ่งเผา  เพราะกล้วยน้ำว้าในไร่สุกงอมลูกสวย  แม่อยากจะให้
ลูก ๆ ที่อย่ไกลได้ทาน  กล้วยที่แม่ฝากไปมีมีไยมะพร้าวติดไปด้วย ไม่สวยงามเลยลูกได้รับขณะนั้น  ไม่เกิดความอิ่มเอมแต่อย่างใด  รู้สึกอายด้วยที่ได้รับกล้วยขี้เหร่อย่างนั้น


        แม่จะทำอะไรเพื่อลูกอย่างนี้ตลอด   ลูกก็จะบ่นตลอดเช่นกัน  ทำทำไม เปลืองเงินเสียเวลา  ซื้อหาในท้องตลาดอร่อยกว่า   แม่ก็จะนั่งหน้าเสีย   เสียใจแต่ไม่พูดอะไรหลายสิบปีสินะกว่าที่แม่จะได้อิ่มใจจากคำพูดไพเราะจากลูก  หลายสิบปีกว่าของของแม่จะมีค่าต่อลูก   นานมากพอที่จะทำให้แม่ตรอมใจ  ตรอมตรม ทำให้เวลาของแม่น้อยลงไป

         เมื่อแม่บ่น  แม่สอน  แม่ไม่เคยดุ   แต่เราก็จะรำคาญ   หน้าเง้าหน้างอใส่  พูดเหมือนตะคอกบ้าง   เมื่อแม่ชราลง  เราเริ่มเห็นความเป็นไปแห่งธรรมชาติ   การสูญเสียพ่อแม่ของเพื่อนร่วมงาน  คนข้างเคียง  ไปทีละคนสอง  เห็นคนนั้นคนนี้เศร้าที่สำคัญเราเสียพ่อไปโดยไม่ได้แสดงออกถึงความรักให้ท่านอิ่มใจเลย  เริ่มใจหายเริ่มมองย้อนถึงพฤติกรรมต่าง ๆ เริ่มอาย  อายคนที่ไร้การศึกษาเช่น คนอิสาน
ชาวเหนือที่เขาทำทุกอย่างเพื่อให้พ่อแม่เขามีกิน    เริ่มตระหนักหวั่นกลัว กลัวการจากไปของแม่  จึงเริ่มอัดเสียงของแม่ จากการอ่านบทสวดบ้าง  จากการร้องเพลงกล่อมเด็กของแม่บ้าง  เริ่มกอด  เริ่มนอนกอด  เริ่มดูแลอย่างใกล้ชิด  แต่นั่นแม่ต้องรอมาจนแม่เกือบแปดสิบปีเชียวนะ


         แม่ในปีที่แปดสิบ  แม่ก็ยังต้องตื่นเช้ามาหุงข้าวใส่บาตร   ทำโน่นทำนี่  ลูกที่ไปเยี่ยมได้แต่พูดมาจากที่นอนว่า "แม่ไว้นั่นล่ะ  เดี๋ยวมาทำให้"   "แม่จะรีบไปไหน  เดี๋ยวทำให้เอง"  ทุกครั้งที่ไปเยี่ยมได้แต่พูดเช่นนั้น   และก็ตื่นหลังจากแม่ใส่บาตรเสร็จแล้วทุกที   สุดท้ายก็มากินข้าวฝีมือของแม่  กินอย่างเดียวไม่พอก็บ่นกระปอดกระแปดอีกนั่นล่ะ   เฮ้อ!


         ปีนี้แม่อายุแปดสิบเอ็ดย่างแปดสิบสองแล้ว  แต่แม่ยังขยัน   ปลูกผักกินเองบ้างขายบ้างแม่ต้องเดินตะแคงด้วยโรคกระดูกผุ อันเกิดจากมีลูกมากและขาดแคลนอาหาร นั่งตรงนาน ๆ ไม่ได้ แต่แม่ก็ยังทำโน่นทำนี่อยู่นั่นล่ะ ล่าสุด แม่ปั่นนุ่น  ทำหมอนไว้ให้ลูก  ๆ   เราไปก็บ่นอีก ทำทำไม   แก่แล้วยังทำอีก  ใจน่ะห่วงไม่อยากให้แม่เหนื่อย  แต่คำพูดที่ให้ก็กกระแนะกระแหนสารพัด  สุดท้ายก่อนกลับคว้าหมอนที่แม่ทำมา ๑ ใบ แม่ฝากให้น้องชายอีก ๑ ใบ  คืนนั้นนอนกอดหมอนของแม่  โอ้โฮ!  อุ่นจริง ๆ อบอุ่นมากอุ่นไปถึงใจ  ไม่เหมือนหมอนใบไหนๆ ที่เคยหนุนนอนเลยอุ่นจนถึงขั้นตั้งใจว่ากลับคราวหน้าจะให้แม่ทำหมอนใบใหม่ให้อีก  เพราะเวลากอดก็ไม่ต่างจากกอดแม่  ทั้งนี้คงเป็นเพราะแม่ได้ถ่ายเทความรู้สึกความตั้งใจใส่ไว้ในนุ่นและหมอนที่แม่ทำขึ้น   ณ เวลานี้  ความรู้สึกขณะนี้ สำนึกถึงขั้นว่าถ้าได้ผ้าถุงของแม่มาทำหมอน
ก็จะอบอุ่นและเป็นสุขยิ่งนัก   


        กว่าความรู้สึกนี้จะเกิดขึ้น    กว่าจะตระหนักในสิ่งที่แม่ตั้งใจทำ  กว่าจะตระหนักถึงคุณค่าของของแม่  ก็ปูนนี้แล้ว  แม่คงรอความเข้าใจ ความรู้สึกนี้มานานมากแล้วสินะแล้วถ้าลูกของแม่ทุกคนตระหนักเช่นนี้ตั้งแต่ต้น  แม่จะสดชื่นแค่ไหนกันนะ  ป่านนี้แม่ต้องสดใสและสะพรั่งกว่านี้แน่   เพราะสิ่งที่ลูกตระหนักและเห็นค่าแม่นั้นย่อมเป็นเหมือนปุ๋ยและน้ำให้ต้นไม้สดชื่นอยู่เสมอ   เกือบสายไปแล้วสินะ   กว่าจะรู้ค่าของของแม่