มหกรรมการแข่งกันรวบรวมคน

***เสียงสะท้อนจากการเลือกตั้ง 2554 ลองคิดมานำเสนอดูว่า ประชาธิปัตย์ แพ้ เพื่อไทย เพราะอะไร ???***

             คงต้องบอกกันตรงๆ ว่ามีใจให้ประชาธิปัตย์ และได้ไปลงคะแนนเสียงให้กับพรรคประชาธิปัตย์ในการเลือกตั้ง ครั้งที่ผ่านมา ด้วยเหตุผลหลายอย่าง แต่มีอยู่ 3 ข้อหลักๆ ต้องขอบอกเหตุผลที่ชอบก่อนเพราะอะไร และค่อยไปถึงที่คิดได้ว่าพรรคประชาธิปัตย์แพ้พรรคเพื่อไทย เพราะอะไร คิดได้อยู่ 9 ข้อ

 1. คิดว่าพรรคการเมืองพรรคประชาธิปัตย์ มีความเป็นสถาบันทางการเมือง เป็นหน่วยงาน เป็นองค์กรทางการเมืองมากที่สุดในประเทศไทย มีระบบมีระเบียบในการบริหารงานในรูปแบบพรรคการเมือง เป็นพรรคการเมืองที่เป็นประชาธิประไตยในการปกครองระบอบประชาธิประไตย ในประเทศไทยสูง สังเกตุได้จาก วิธีการเลือกตั้ง หัวหน้าพรรค ที่มีหลักการมีความน่าเชื่อถือได้ในระดับสูง ถ้านำไปเปรียบเทียบกับพรรคการเมืองอื่นๆ ที่ส่วนใหญ่เป็นพรรคการเมืองของหัวหน้าพรรคของผู้ก่อสร้างตั้งพรรค ของผู้ลงทุนในการให้เงินทุนสนับสนุนพรรค เพียงคนเดียว ซึ่งพรรคต่างๆในลักษณะนี้ มีวิธีการสืบทอดหัวหน้าพรรคผ่านทางญาติพี่น้อง ลูกน้อง หรือคนที่ตัวเองเชื่อใจ สั่งได้หรือเป็นพรรคท้องถิ่นนิยม

2. ตัวบุคลากรพรรคประชาธิปัตย์ เป็นบุคลากรที่มีคุณภาพสูง ตั้งใจออกแบบวิถีชีวิตตัวเองเพื่อเข้ามาทำงานทางการเมือง มีความตั้งใจทำงานเพื่อผลประโยชน์ของประชาชนสูงมาก  เมื่อเทียบกับพรรคอื่นๆ ซึ่งโดยส่วนตัวรับรู้เรื่องการเมือง สมัย ที่คุณชวน เป็นหัวหน้าพรรค และชื้นชอบท่านในฐานะการเมืองมากในตอนนั้น มาถึงยุคท่านอภิสิทธิ์ ก็ยังชื้นชอบ คิดว่าท่านเหมาะสมที่สุดในการเป็นนายกของประเทศไทย

3. สุดท้ายจากนโยบายที่นำเสนอในการบริหารประเทศไทยต่อไปอีกใน 4 ปีข้างหน้า คิดว่านโยบายที่นำเสนอของพรรคประชาธิปัตย์สามารถทำได้จริงเกิดประโยชน์ต่อประชาชนมากกว่าพรรคการเมืองอื่นๆ ที่ได้นำเสนอมา และคิดว่าขณะผู้บริหารคณะทำงานของพรรคประชาธิปัตย์สามารถลงมือทำงานตามที่ได้ตามนโยบายที่นำเสนอ ได้มากว่าคณะบริหารคณะทำงานของพรรคการเมืองอื่นๆ

            แต่จากผลคะแนนการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ที่ประชาธิปัตย์พ่ายแพ้ พรรคเพื่อไทย เมื่อคนที่เราเลือกพ่ายแพ้ มันทำให้กลับมานั่งคิดว่าความพ่ายแพ้นี้เกิดขึ้นจากสาเหตุอะไร ทั้งๆที่ ในมุมมองของตัวเอง มีความคิดว่าเราได้เลือกคนที่ดีที่สุดเหมาะสมที่สุดในการขึ้นดำรงตำแหน่งนายก เมื่อคิดถึงผลประโยชน์ทางประเทศชาติ เราได้เลือกพรรคที่ดีที่สุดแล้ว การเลือกของตัวเองนั้นเป็นการเลือกจากประสบการณ์ความรู้ ของชีวิต ของสังคม ทางการเมือง มีเหตุมีผล คิดว่าอะไรดีมีประโยชน์ต่อประชาชนต่อบ้านเมืองสูงสุด เป็นคนดีที่สุด ไม่ได้เลือกที่รัก หรือมีอคติ ต่างๆนาๆ

               แล้วทำไม ทำไม ทำไม การตั้ดสินใจของเราถึงไม่เหมือนของคนส่วนใหญ่ เราผิดใช่ไหม เราไม่หวังดีต่อบ้านเมืองหรือเปล่า เราเข้าไม่ถึงเรื่องการทำงานเพื่อผลประโยชน์ของประชาชน ของประเทศชาติสูงสุดหรือเปล่า เพราะมองไม่ได้ คิดไม่ออก ทำไมไม่ได้ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งเหมือนคนส่วนใหญ่  ความคิดต่างๆที่เกิดขึ้นมา รู้สึกว่าตัวเราเองหรือเปล่าที่ผิด ซึ่งเป็นเรื่องที่สามารถหาคำตอบและพิสูตรต่อไปได้ในอนาคต จต้องดูพิจารณา จากผลงานของคุณ ยิ่งลักษณ์ จากคณะทำงานของพรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมรัฐบาลที่กำลังเกิดขึ้น

            แต่โดยส่วนตัว ในใจลึกๆ จากความคิดสติปัญญาของตัวเอง ยังคิดว่าสิ่งที่ตัวเองเลือกตัดสินใจในการเลือกผู้แทนในครั้งนี้ ถูกต้องพรรคประชาธิปัตย์ คุณ อภิสิทธิ์ เป็นทางเลือกในการตัดสินใจที่ดีที่สุด ต่อผลประโยชน์ของประชาชนและแผ่นดินเกิด มันทำให้ต้องมาวิเคราะห์ว่าที่ประชาธิปัตย์แพ้เพราะอะไร ทั้งที่เราคิดว่าเราตัดสินใจถูก แต่มันไม่เหมือนคนอื่นๆที่เป็นคนส่วนใหญ่ มันเพราะอะไร มาคิดกันดูเป็นข้อๆ ตามที่ตัวเองคิดได้ เนื้อหาหนักเบาแตกต่างกันไป ข้อที่

1.       ต้องยอมรับว่านโยบายพรรคเพื่อไทยนั้นชวนฝัน ช่วยไปต่อเติมความฝันของคน ทำให้ไปตรงกับความรู้สึกของคนจำนวนหนึ่งคงมากพอสมควร ที่มาลงคะแนนให้ สามารถทำได้ไม่ได้ไม่รู้ แต่มันทำให้เกิดความฝัน ความคาดหวังที่มีโอกาสได้รับตามที่พรรคเพื่อไทยนำเสนอ  อาจเกิดจากประสบการณ์โดยตรง ที่เคยได้รับ ขณะที่พรรคไทยรักไทยสมัยที่ ท่าน ดร. ทักษิณ ได้เคยทำมาแล้ว ทำให้ประชาชนที่ไปลงคะแนนเลือกตั้งยังจดจำภาพนั้นได้ จดจำช่วงเวลานั้นได้ จึงได้ไปลงคะแนนให้พรรคเพื่อไทย โดยเพราะคนภาคเหนือและภาคอีสาน

2.       ความเป็นผู้หญิงของคุณ ยิ่งลักษณ์ ที่ได้คะแนนเสียงของคนที่เป็นผู้หญิงด้วยกัน หรือหลายคนคงคิดว่าผู้หญิง คงสามารถปรองดองได้ คงไม่ทำให้เกิดความรุนแรงในบ้านเมืองในสังคมนี้อีก หรือ ต้องการสนับสนุนผู้หญิง ให้ได้ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกหญิงคนแรกของประเทศไทย เป็นการสร้างประวัติศาสตร์ทางการเมืองไทย

3.       มีความรู้สึกว่า สส. ของพรรคเพื่อไทย ที่เป็นตัวบุคคล และ แนวคิดแนวทางของพรรคเพื่อไทย พูดภาษาชาวบ้านได้เก่งกว่า เข้าถึงสัมผัสได้ง่ายกว่า ผู้สมัคร สส. ของพรรคประชาธิปัตย์ ถ้าให้เปรียบเทียบ ถ้าเปรียบเทียบทั้งสองพรรคนี้เป็นคน เป็นเพื่อนเรา พรรคประชาธิปัตย์ เป็นเพื่อนที่แสนดี ขยันตั้งใจทำงานช่วยเหลือเพื่อนเสมอตามหลักการที่ถูกต้องเก็บความรู้สึกเก่ง แต่ไม่ค่อยเฮไหนเฮนั่น ถึงไหนถึงกัน แต่เพื่อนอย่างพรรคเพื่อไทย เป็นเพื่อนแบบถึงไหนถึงกันเอาไงเอากัน ไปไหนไปด้วย สนุกเฮฮา ใจถึงกว่า จึงทำให้มีคนชอบมากกว่า แม้จะรู้ว่าเพื่อนอย่างประชาธิปัตย์เป็นคนดีกว่า  หรือ ถ้าเปรียบเทียบเป็นผู้นำชุมชนในหมู่บ้านในชนบทของไทย พรรคประชาธิปัตย์ เปรียบเหมือนผู้นำที่ธรรมธรรมโม มีศีลมีธรรม มีหลักการมากหน่อย ขยันทำมาหากินเข้าถึงธรรมชาติของชีวิตที่ดีมากหน่อย พูดภาษา ที่เป็นทางการมีหลังวิชามาก คนที่ชอบต้องเป็นคนที่เข้าถึงเข้าใจจริงๆ เพราะถ้าคนไม่รู้จักจะเข้าถึงยาก แต่ลักษณะ ผู้นำในหมู่บ้านในแบบพรรคเพื่อไทยนั้น เป็นแบบ ผู้มีอิทธิพลกว้างขวาง เป็นเจ้าของโรงสี เจ้าของร้านวัสถุก่อสร้างเป็นคนมีฐานะในชุมชน ใจถึง ถึงไหนถึงกันกล้าได้กล้าเสีย คุยง่าย

4.       ระบบอุปถัมภ์ เจ้าภาพจงเจริญ ยังเป็นที่ต้องยอมรับว่ายังเป็นวัฒนธรรมของคนจำนวนมากในประเทศนี้ เป็นลักษณะนิสัยของคนไทย ที่เคารพเชื่อถือ ให้เกียร เชื่อฟัง คนที่เป็นใหญ่เป็นโต มียศ ใหญ่โต  คนมีเงินมีทอง คนที่ค่อยช่วยเหลือที่เคยช่วยเหลือ คนที่คุ้นเคย คนที่ให้เงินให้ทอง ใครเคยให้อะไรไว้ จะนับถือเชื่อใจกันไปเป็นเวลานาน รักษาน้ำใจกัน ทำให้พรรคที่มี สส.มากอยู่ก่อน มีฐานเสียงมีความนิยมในภาคที่มีจำนวน สส.มากกว่า ทำให้มีความได้เปรียบมากกว่า ผู้สมัคร สส.ใหม่ และพรรคไม่มีความนิยมเป็นที่นิยมในภาคนั้น พรรคประชาธิปัตย์ แพ้เพราะมี สส. น้อยในภาคเหนือและภาคอีสาน พรรคประชาธิปัตย์ เป็นพรรคไม่ได้รับความนิยมในภาคเหนือและภาคอีสาน ซึ่งจากทั้ง ภาคเหนือและภาคอีสานรวมกัน มี สส. รวมกันเกือบครึ่งหนึ่งของประเทศ

5.       การซื้อเสียง การแจกเงิน คงต้องบอกว่ามีมาก ในภาคอีสาน และเหนือ มาภาคกลาง และไปจบที่ใต้ ข้อมูลตรงนี้ ชัดเจน จากสื่อต่างๆ จากนักวิชาการ จากประสบการณ์ตรง จากการรับรู้จากญาติพี่น้องเพื่อนสนิทมิตรสหาย ว่ามันมีการซื้อเสียงกัน อย่างครั้งนี้ เห็นภาพได้ชัดจากในอดีตที่เคยเป็น จากรับเงินจากหัวคะแนนต่างๆ ภายในหมู่บ้าน ที่มีอยู่หลายพรรค เมื่อรับเงินแล้วก็ไว้ใจเชื่อใจกัน ทั้งคนให้คนรับ พัฒนามาเป็นมีให้สาบาน ว่าต้องไปลงคะแนนกับคนจ่ายเงิน แต่ปัจจุบันได้รับทราบมาเดี๋ยวนี้มีแบบ ถ้ายอดจากหน่วยเลือกตั้งนั้นๆไม่ได้ตามจำนวนที่จ่ายเงินไป หัวคะแนนต้องนำเงินมาคืน และหัวคะแนน จะไปไล่เก็บเงินจากกลุ่ม ก๊กจากกลุ่มบ้านกลุ่มคน ที่ได้ลงไปจ่ายเงิน ดูโหด ดูนักเล่งไหม

          คือถ้าอยู่ในหมู่บ้านช่วงการเลือกตั้ง เน้นมากหน่อยที่ภาคอีสาน ภาคเหนือ ภาคกลาง ในพื้นที่ออกนอกเทศบาลออกไป มันเหมือนมหกรรมการแข่งกันรวบรวมคน สส. ที่ได้ ขึ้นอยู่ที่ฝีมืออยู่ที่การรวบรวมคนว่าใครเก่งกว่ากัน ใครจะได้คนในหมู่บ้านมากกว่ากัน รวบรวมเครื่อญาติของตระกูลของนามสกุลนี้นั้น ในหมู่บ้านได้มากกว่ากัน ปัจจัยที่สำคัญในการรวบรวมคนได้มากคือเงิน ถ้าพูดกันแบบง่ายๆ ใครมาทางนี้มีสองพัน มาทางนี้มีหนึ่งพัน มาทางนี้มีห้าร้อย คนที่อยากได้เงินมากก็ไปสองพันซึ่งส่วนใหญ่ไปทางนี้เลือกทางนี้ หรือบ้างคนชอบ สส.คนนี้แม้ได้พันหนึ่งก็เอาดีกว่าไม่ได้ ถามว่าคนไม่รับเงินมีไหม มี แต่มีคนที่รับเงินมากกว่า เพราะถึงขนาดกับโทรตามกันบอกกันให้กับมาเลือกตั้งมารับเงิน ที่ต้องได้รับไม่ร่วมค่ารถ หรือมีรถรับส่งในช่วงเทศการการเลือกตั้ง และคนจ่ายเงิน หัวคะแนน แทบจะสามารถรู้ล่วงหน้าแล้วว่าจะได้รับเลือกหรือไม่เพราะคำนวนกันได้ในหมู่บ้าน

          การเลือกตั้งครั้งนี้ทำให้รู้สึกในใจแบบกระจ่างชัดเลยว่า ประเทศไทยมันสามารถซื้อได้ด้วยเงิน ใครมีเงินมาก มันสามารถรวบรวมคนได้มากกว่า สามารถมาบริหารประเทศนี้ได้ พรรคประชาธิปัตย์ เป็นพรรคที่ใช้กระแส ช่วยในการเลือกตั้ง หวังคะแนนเสียงจากกระแส คนที่จะเลือกต้องเป็นคนที่ลักษณะรู้ได้ด้วยตัวเองเข้าใจได้ด้วยตัวเอง ว่าพรรคนี้ ผู้สมัครของพรรคนี้ มีดียังไง จึงมีคนที่มาอยู่ในกลุ่มของตัวเองน้อย เพราะคนจำนวนมากไม่ได้ตัดสินใจเลือกตั้งใช้สิทธิด้วยแรงจูงใจนี้ แต่ตัดสินใจจากปัจจัยผลประโยชน์ที่ตัวเองได้รับ ถ้าพูดตรงๆพรรคประชาธิปัตย์สู้เพื่อไทยไม่ได้เรื่องนี้

         เพราะนโยบายที่ดีๆที่ทำมาดีๆ นโยบายที่ลงทุนเป็นจำนวนมากในโครงการใหญ่ๆที่ทำประโยชน์ให้ประชาชน ที่ผ่านๆมา ไม่สำคัญเท่านโยบายที่จะทำให้ประชาชนก่อนวันลงคะแนน  นโยบายที่ดี คือ นโยบายที่คิดให้ได้ว่าต้องให้เงินเท่าไรถึงให้ได้หนึ่งคะแนนเสียง

6.       ลูกผู้มีกินมีใช้นักเรียนนอกจากพรรคประชาธิปัตย์ ที่เป็นผู้บริหารหลังในพรรค แพ้ ลูกชาวบ้านนักเรียนนักศึกษาที่เข้าไปเรียนในป่า  เพราะทีมบริหาร กลยุทธ์ ยุทธศาตร์ ยุทธวิที ในการหาเสียง หาคะแนนเสียง ในการทำงานมวลชน ทำให้มวลชน ประชาชน มาสนับสนุนตัวเอง ทางการเมือง รูปแบบของนักเรียนนอก หรือกลุ่มคนทำงานด้านนี้ของพรรคประชาธิปัตย์ สู้ กลุ่มมันสมองของพรรคเพื่อไทยไม่ได้ อย่างเห็นได้ชัด

7.       ประชาธิปัตย์ ไปเชื่อ ท่านเนวินมากไป เริ่มตั้งแต่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่เปลียนระบบการเลือกตั้งจาก ระบบแบ่งเขตเรียงเบอร์ มาเป็นระบบเขตเดียวเบอร์เดียว ร่วมถึงรูปแบบระบบบัญชีรายชื่อ เพราะคิดว่า ภูมิใจไทยจะเจาะภาคอีสานได้ง่ายกว่าในระบบเขตเดียวเบอร์เดียว แต่ผลการเลือกตั้งไม่ได้เป็นอย่างที่คิด ทำให้ประชาธิปัตย์แพ้มากขึ้นกว่าการเลือกตั้งครั้งก่อน ร่วมถึงระบบบัญชีรายชื่อที่คิดว่าคงเพิ่มมากขึ้นจะทำให้ได้ สส. มากขึ้น แต่กับเป็นว่าพรรคเพื่อไทย ได้ สส. มากกว่ามาก ทั้งที่ในครั้งก่อนแพ้ไปแค่ 1 คน คิดว่าถ้าใช้ระบบการเลือกตั้งเดิมประชาธิปัตย์จะไม่แพ้มากขนาดนี้ ร่วมถึงพรรคภูมิใจไทยด้วย

8.       ประชาธิปัตย์ส่งผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง ที่ลงทำการแข่งขันที่ไม่ดึงดูดไม่มีชื่อเสียง ไม่มีแรงจูงใจที่ดีพอในพื้นที่ภาคเหนือและภาคอีสาน ซึ่งเป็นเรื่องที่ควรต้องหาคนที่สามารถสู้ได้อย่างแท้จริงมาลงสมัครและไม่สนับสนุนให้ทำงานในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง จนสามารถต่อสู้ได้อย่างสูสี เหมือนอย่างคุณ วิฑูรย์ นามบุตร ในจังหวัดอุบล คุณ สุทัศน์ เงินหมื่น ที่อำนาจเจริญ ที่สามารถสู้กับ สส . ของพรรคเพื่อไทย ได้อย่างสูสี ต้องว่าคนที่เป็นหลักให้ได้ในแต่ละจังหวัด

9.       ประชาธิปัตย์เป็นพรรคที่ก่อตั้งมายาวนาน ย่อม มีคนรักและมีคนที่ไม่ชอบ คือพร้อมที่จะไปสนับสนุนพรรคอะไรก็ได้ ที่ไม่ใช่พรรคประชาธิปัตย์ เพราะเบื่อ รู้ว่าทำงานไม่เก่ง เก่งไปในทางที่รู้ๆกันคือสำนวนโวหาร เก่งกฎหมาย การตีความ เลยมีประชาชนจำนวนหนึ่งที่พร้อมจะเลือกพรรคใหม่ๆที่ขึ้นมาเป็นคู่ต่อสู้ของพรรคประชาธิปัตย์

          จากความพ่ายแพ้ของพรรคที่ได้ลงคะแนนเลือก จากความพ่ายแพ้ของตัวบุคคลที่เลือกให้ดำรงตำแหน่งนายก จากการที่ช่วยเชียร์ช่วยลุ้นช่วยส่งเสริมในช่วงที่ผ่านมาเดือนกว่า  ทำให้มีความรู้สึกผิดหวังพอสมควร ทำให้สงสัยว่าทำไมเราถึงคิดไม่เหมือนคนส่วนใหญ่ เลยลองคิดวิเคราะห์ดูว่า ประชาธิปัตย์แพ้เพราะอะไร คิดมาได้  9 ข้อ ถูกไม่ถูกไม่รู้ ตามมุมมองของคนที่เปลี่ยนแปลงไปได้ตามการเวลาหรืออาจถูกบ้างไม่ถูกบ้าง คงเป็นการแลกเปลี่ยนแบ่งปันความคิดอ่านกันไป ตามประสาคนที่สนใจการบ้านการเมืองอยู่บ้าง

          สุดท้ายขอแสดงความยินดีกับนายกหญิงคนแรกของประเทศไทย คุณ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หวังฝันว่าท่านคงทำนโยบายที่พูดได้บ้าง โดยไม่ใช้เงินสำรองของประเทศจนเสียหาย ไม่กูเงินให้ประเทศเป็นหนี้จนมากไป ทำงานเพื่อผลประโยชน์ของประชาชนของบ้านเมืองอย่างแท้จริง ไม่ได้ทำงานเพื่อพี่ชายและกลุ่มคนเสื้อแดง และเลิกอ่านกระดาษ ที่มีคนเขียนให้ เพราะในฐานะประชาชนมีความรู้สึกอายที่นายกของตัวเอง ชอบอ่านกระดาษ ขอให้ธรรมคุ้มครอง คุณ ยิ่งลักษณ์ ครับ

วาทะสอนชีวิต จาก ขงเบ้ง

“ผู้ปกครองระดับธรรมดา ใช้ความสารมารถของตนอย่างเต็มที่ ผู้ปกครองระดับกลาง ใช้กำลังของคนอื่นอย่างเต็มที่ ผู้ปกครองระดับสูง ใช้ปัญญาของคนอื่นอย่างเต็มที่”

“เมื่อใครสักคนหนึ่ง ทำผิด ท่านอย่าเพิ่งตำหนิหรือต่อว่าเขา เพราะถ้าท่านเป็นเขาและตกอยู่ในสภาพแวดล้อมเช่นเดียว กับเขา ท่านอาจจะตัดสินใจทำเช่นเดียวกับเขาก็ได้”

“อำนาจที่ปราศจากเหตุผล คือ อำนาจของคนพาล อำนาจที่ปราศจากความเมตตา คือ อำนาจที่นำมาซึ่งความปราชัย”

กลาง ธรรมชาติ

   5 ก.ค. 2554