.


GTK Camp ที่โรงเรียนเกาะหมาก จ.พังงา เมื่อต้นเดือนมิถุนายน ๒๕๕๔ ที่ผ่านมา นอกจากบล็อคเกอร์จาก GotoKnow แล้วยังมีทีมงานจาก อ.กะพ้อ จ.ปัตตานี มาร่วมตามคำเชิญชวนของท่านผู้เฒ่าวอญ่าด้วย

     สุนทรียสนทนาหลังอาหารเย็นมื้อหนึ่งในระหว่างนั้น ทำให้พวกเรา ซึ่งหมายถึงพี่คิม ท่านผู้เฒ่าและผมได้รู้จักและชื่นชมบรรดาเยาวชนที่มาร่วมกิจกรรม ฟังไปฟังมาพอจับประเด็นได้ว่าพวกเขาอยากจะทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ในพื้นที่ โดยเฉพาะกับกลุ่มเยาวชนด้วยกันเอง แต่ก็ดูเหมือนว่าความคิดจะยังไม่ลงตัวสักเท่าไร

     แววตาแห่งความมุ่งมั่นของพวกเขา ทำให้ผมโพล่งปากออกไปว่าจะลงไปจัดเวทีพูดคุยสักครั้ง เพื่อทำให้ความคิดกระจ่างและลงตัว เสริมพลังขับเคลื่อนในสิ่งที่พวกเขาอย่างจะสร้างสรรค์ให้แผ่นดินถิ่นเกิดของตัวเอง ทั้งพี่คิมและท่านผู้เฒ่าวอญาต่างก็ยกมือสนับสนุนเกินร้อย

     ก่อนจะจบการพูดคุย ก็ได้วันเวลาสำหรับการลงไปจัดเวทีพูดคุยในพื้นที่ ในอีกหนึ่งสัปดาห์ถัดมา

     ทั้งพี่คิมและท่านผู้เฒ่าต่างก็สนใจ แต่ทั้งคู่ก็มีภารกิจติดพันในระหว่างนี้ มีเพียงผมคนเดียวที่ไม่มีการงานเป็นหลักแหล่งเหมือนใครเขา จึงอาสาบินเดี่ยวลงไป

 

๑๑ มิถุนายน ๒๕๕๔ คือวันนัดหมายจัดกิจกรรมในพื้นที่ อ.กะพ้อ จ.ปัตตานี โดยใช้สถานที่ในโรงพยาบาลกะพ้อ  

     ลงมาทำกิจกรรมคราวนี้ได้รับการอำนวยความสะดวก ต้อนรับขับสู้และเลี้ยงดูปูเสื่อ จากโรงพยาบาลเป็นอันมากจนรู้สึกเกรงอกเกรงใจมิใช่น้อย

     จะว่าไปแล้วผมกับโรงพยาบาลกะพ้อก็มิใช่ใครอื่นไกล ผมเคยมาที่นี่ก่อนหน้านี้แล้วถึงสองครั้ง รู้จักและเคยได้พูดคุยกับคุณหมอทั้งสองท่าน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลอีกหลายคน บางคนคุ้นเคยถึงขั้นอำและล้อกันเล่นได้อย่างไม่ถือโทษโกรธเคือง

     อันที่จริงแล้วการลงมาพื้นที่นี้ในคราวแรก ๆ แม้ไม่ถึงกับกลัวแต่ก็หวาดหวั่นใจอยู่บ้าง ด้วยพื้นที่นี้เป็นพื้นที่ที่เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบอยู่ในระดับ “สีแดง”

     แต่จากการพูดคุยกับหลายคน รวมทั้งกับเยาวชนจากในพื้นที่เมื่อครั้งเจอะเจอกันที่เกาะหมาก ก็ทำให้ความหวาดหวั่นใจคลายลง น้องเยาวชนคนหนึ่งพูดทีเล่นทีจริงกับผมว่า “เคลียร์ทางไว้ให้แล้ว”

 

พื้นที่อำเภอกะพ้อ จ.ปัตตานี ถือเป็นพื้นที่สีแดง ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งปัญหาดังกล่าวนั้นเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับปัญหาเยาวชนในพื้นที่  

     อำเภอกะพ้อมีเยาวชนอยู่ในช่วงอายุ ๑๓ – ๒๐ ปี ๒,๘๔๖ คน ในจำนวนมีเพียง ๒๔๓ คนเท่านั้นที่เรียนหนังสืออยู่ในโรงเรียน ที่เหลืออยู่นอกระบบการศึกษา ซึ่งเป็นกลุ่มที่ค่อนข้างจะสุ่มเสี่ยงกับปัญหายาเสพติด โรงพยาบาลกะพ้อเคยสำรวจการใช้สารเสพติดในกลุ่มเยาวชน พบข้อมูลอันน่าตระหนกตกใจว่า เยาวชนในพื้นที่เริ่มใช้สารเสพติดตั้งแต่อายุ ๑๐ ปี สารเสพติดที่นิยมในพื้นที่คือ “สี่คูณร้อย” การแพร่ระบาดไม่เพียงกลุ่มเยาวชนนอกระบบโรงเรียนเท่านั้น และยังรุกคืบเข้าไปในรั้วโรงเรียนด้วย ข้อมูลจากการสำรวจพบผู้ใช้สารเสพติดชนิดนี้มากกว่าครึ่งของจำนวนเยาวชนในพื้นที่

     ปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลต่อการแพร่ระบาดของยาเสพติด คือ สภาพครอบครัวที่ไม่สามารถดูแลเอาใจใส่ลูกหลานได้เต็มที่นัก เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นชาวสวนยาง ซึ่งมักจะใช้เวลาในการทำงานในช่วงเช้าตรู่ ราวตีสี่ก็ออกจากบ้าน และจะสิ้นสุดงานหลังจากเที่ยงไปแล้ว เด็กและเยาวชนจึงถูกปล่อยให้อยู่ตามลำพัง ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่เพื่อน ๆ มีแนวโน้มที่จะถูกชักจูงไปในทางที่ผิดได้ง่าย

     สำหรับการรวมกลุ่มเยาวชนในพื้นที่ ซึ่งมักเป็นไปในลักษณะมั่วสุมเป็นกลุ่มแก็งค์มากกว่าการทำกิจกรรมในเชิงสร้างสรรค์นั้น ก็ยิ่งซ้ำเติมปัญหาการแพร่ระบาดยาเสพติดในพื้นที่รุนแรงยิ่งขึ้น แม้ยังไม่มีข้อมูลยืนยันชัดเจนว่ากลุ่มเยาวชนที่ใช้ยาเสพติดจะเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ แต่เยาวชนกลุ่มนี้มักจะเป็นกลุ่มที่ถูกจับตามองว่าอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์เหล่านั้นด้วย

 

คราวนี้เป็นครั้งแรกที่เกิดการเชื่อมโยงเครือข่ายเยาวชนสองส่วนเข้าด้วยคือเยาวชนที่อยู่นอกระบบโรงเรียนและเยาวชนที่อยู่ในระบบโรงเรียน 

     เยาวชนในวงพูดคุยสรุปบทเรียนหลังสิ้นสุดการจัดกิจกรรมสิ้นสุดลงกล่าวถึงผลที่ได้รับ เพื่อน ๆ หลายคนต่างก็พยักหน้ารับรู้และเห็นด้วยกับข้อสรุปเช่นนั้น

     ช่องว่างของเยาวชนสองกลุ่มในพื้นที่นี้ค่อนข้างจะห่าง แม้ว่าบางคนจะอยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน ต่างฝ่ายก็ต่างมีจิตนาการของอีกฝ่ายหนึ่งไปต่าง ๆ นา ๆ

     “เวทีพัฒนาเครือข่ายเยาวชนอำเภอกะพ้อ” เมื่อวันที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๕๔ ณ โรงพยาบาลกะพ้อ อ.กะพ้อ จ.ปัตตานี มีผู้เข้าร่วมเป็นเยาวชนจากทั้งเยาวชนที่เรียนหนังสืออยู่ในโรงเรียนและเยาวชนที่อยู่นอกระบบโรงเรียน ในปริมาณที่ใกล้เคียงกัน เยาวชนในโรงเรียนมาจากโรงเรียนวังกะพ้อพิทยาคม ส่วนเยาวชนนอกระบบมาจาก ๖ ชุมชน ในพื้นที่ตำบลกะรุบี และตำบลตะโละดือรามัน

     กระบวนการในเวทีการพูดคุย เป็นการประยุกต์ใช้เทคนิค AIC แบ่งเป็นสามช่วง ช่วงแรกให้เยาวชนสะท้อนสถานการณ์ของเยาวชนในปัจจุบัน ช่วงที่สองให้พวกเขาติดไปข้างหน้าว่าอยากเห็นภาพอนาคตของเยาวชนในพื้นที่นี้เป็นอย่างไร และช่วงสุดท้ายเป็นการช่วยกันคิดว่าหากจะไปให้ถึงภาพฝันนั้นจะต้องทำอย่างไรบ้าง โดยการแบ่งกลุ่มทำงานได้แยกตามพื้นที่

 

กิจกรรมที่เป็นข้อเสนอเพื่อให้ถึงภาพฝันจากการพูดคุย คือ การจัดกิจกรรมกับน้อง ๆ ในโรงเรียน แบบเดียวกับที่ผมไปจัดที่โรงเรียนบ้านเกาะหมาก ที่พวกเขาได้มีโอกาสพบเห็นและมีส่วนร่วมในกระบวนการเรียนรู้นั้น 

     แกนนำเยาวชนอยากจะมีทักษะความสามารถในการจัดกิจกรรมเช่นนั้นบ้าง จึงเป็นข้อเสนอต่อเนื่องว่าอยากจะฝึกฝนทักษะเหล่านั้น ผมเองก็บ้าจี้ไปตามนั้น จึงเป็นที่มาของการจัดกิจกรรมในคราวต่อไป

     วันที่ ๖ – ๗ กรกฎาคม ๒๕๕๔ นี้ คือวันนัดหมายสำหรับการฝึกวิทยายุทธ์ให้กับแกนนำเยาวชนในพื้นที่ เรานัดทำกิจกรรมที่เดิมคือที่โรงพยาบาลกะพ้อ

     งานนี้ผมมิได้ลงไปคนเดียว แต่ได้หอบเอา อ.บ๊อบ – อาคร  ประมงค์ ลงไปด้วย

     อ.บ๊อบ มีความคุ้นเคยกับ GTK Camp อยู่ไม่น้อย เคยไปร่วมกิจกรรมทำนองนี้มาแล้ว ๒ ครั้ง ที่ ร.ร.วิทยสัมพันธ์ ครั้งนึง และที่ ร.ร.ไทยรัฐวิทยา ครั้งนึง คราวนี้ถูกหักคอให้มาช่วยงานแบบไม่มีค่าใช้จ่ายเช่นสองครั้งที่ผ่านมา

     GTK Camp ในครั้งนี้ถือว่าพลิกโฉมการจัด พี่คิมบอกว่าเป็นการพัฒนาการของ GTK Camp ซึ่งจะมีความยั่งยืนมากขึ้น  

 

ขออุบกระบวนการเรียนรู้ใน GTK Camp ไว้แค่นี้ก่อน แล้วจะมาเล่าให้ฟังหลังสิ้นสุดกิจกรรมครับ ใครพอมีเวลาว่าง แวะเวียนไปเยี่ยมเยียนได้นะครับ ใครไม่สะดวกก็ส่งใจไปช่วยครับ

 

...