ต่อยอดจากบันทึกเรื่อง 

แนวทางการปรับ "ความรู้ฝังลึก" ให้เป็น "ความรู้ชัดแจ้ง" เพื่อสน้บสนุนการจัดการความรู้

 ของท่าน ดร. แสวง รวยสูงเนิน...


เป็นสิ่งที่น่าคิดเพิ่มเติมอีกนิดหนึ่งว่า แล้ว "ใคร" จะเป็นผู้ถอด ผู้ทำ ความรู้ฝังลึกให้เป็นความรู้แจ้ง...

ซึ่งถ้าหากพิจารณาในเบื้องต้นแล้ว "ใคร" คนนั้นก็มีอยู่ 2+1 คนหลัก ๆ คือ 1. ตัวเขาเอง และ 2. นักวิชาการหรือใครคนต่าง ๆ ที่เข้าไป "จัดกระบวนการ" โดยที่ +1 นั้นคือ "สื่อ"

คนใดดีกว่ากัน คนใดได้ความรู้ชัดแจ้ง คนใดได้ความรู้คลุมเครือ

ถ้าหาก คนทำ เขียนได้ในส่วนตัวของข้าพเจ้ามีความคิดเห็นว่า (ซึ่งอาจจะผิด) น่าจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด เพราะกรั่นออกมาจากชีวิตและวิญญาณของตัวเอง ได้ทุกเสี้ยว ทุกแง่ ทุกมุมอย่างละเอียดละออ

แต่ในความเป็นจริง "คนที่ทำจะไม่เขียน คนที่เขียนมักจะไม่ทำ"

คนทำ ก็ทำ ทำ ทำ แล้วก็ทำ ทำหามรุ่ง หามค่ำ

เหมือนกับคุณครูดนตรีไทยที่ข้าพเจ้าเคยเห็นในการ "ต่อเพลงระนาด" ก็ถ่ายทอดกันแบบตัวต่อตัว หันหน้าชนกัน แล้วถ่ายทอดให้กันและกัน

ในวันนี้ เราอยากเรียนวิธีลัด คือ กะว่าจะไม่พึ่งครู จะให้ครูเขียนเอกสารออกมา ให้คนทั้งหลาย ทั้งปวงได้อ่าน ซึ่งเป็นการเน้นปริมาณ ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องลืมคำว่า "คุณภาพ"

เมื่อหลักการของเรา ผู้บริหาร และนักวิชาการ มีหลักการตั้งต้นว่า 1. จะนำความรู้ฝังลึกมาถ่ายทอดให้เกิดประโยชน์กับมหาชนทั้งปวง ซึ่งคนทั้งปวงนั้น "ต้องการ" หรือ 2. ต้องการนำความรู้ฝังลึกมาถ่ายทอดกับมหาชนทั้งปวง ซึ่งคนทั้งปวงนั้น "ไม่ต้องการ" แต่ทำเพื่อผลประโยชน์กับตนเองในทาง "วิชาการ"

สำหรับในความคิดเห็นส่วนตัวของข้าพเจ้านั้น ศิษย์อยากได้ความรู้ต้องไปเรียนกับ "ครู"

ในวันนี้เราแทนที่ครูด้วยหนังสือและตัวอักษร แล้วเราก็หาวิธีการที่จะทำให้ตัวอักษรเหมือนกับ "ครู" นั้น จับครูใส่หนังสือ จับครูในคอมพิวเตอร์ จับครูใส่โลก "Internet"

แนวความคิดวิชาการสมัยใหม่ที่ใครหลายคนเรียกว่า Knowledge Explosion จึงมีความคิดเบื้องต้นเกิดขึ้นที่ว่าครูสามารถอยู่ในตัวหนังสือและคอมพิวเตอร์ได้

Information System อาจจะนำเสนอ Tacit knowledge ของคุณครูที่ ครูถ่ายทอดเอง และผู้อื่นไปสืบเสาะ เคาะค้นจากคุณครูมา และหวังว่าคนที่อ่านจะก้าวย่างตาม "ครู" นั้น

ในปัจจุบันจึง "สื่อ" จึงกลายเป็น "ครู" ที่ทำหน้าที่สื่อสาร Explicit Knowledge ที่ได้จาก Tacit Knolwedge ของครูไปให้ยังผู้ที่อยากรู้และไม่อยากจะรู้...

เราก็ต้องพิจารณาอีกว่า สื่อนั้นหวังผลประโยชน์จากการความรู้ที่นำเสนอหรือไม่...?

"ครู" จริง ๆ เป็นครูดี

"สื่อ" จริง ๆ แล้วเป็นครูดีหรือไม่...?

หากเราสวมหัวโขนนักวิชาการ ตอนนี้เราทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่าง "ครู" กับ "สื่อ"

ใน Gotoknow เปิดโอกาสให้เรา "สื่อ" ได้เอง ตัดปัญหาเรื่อง คนจัดส่ง คนรับช่วงต่อความรู้ออกไปได้ ดังนั้น สามารถนำเสนอ "ความรู้" ได้ "ตรง" มากกว่า เพราะอย่างน้อยเราไม่มีผลประโยชน์จากการนำเสนอ ไม่มีสปอนเซอร์มากำหนดนโยบายว่า อะไรควรหรือไม่ควรที่จะ "นำเสนอ"

แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าหากอยากได้ความรู้จริง ๆ ให้ไปเรียนโดยตรงกับครู เพราะครูมีชีวิตและจิตใจ

แต่ถ้าใครจะอาศัยตัวอักษร หนังสือ หรือสื่อเป็น "ครู" แล้ว ก็ต้องอาศัย "ความรู้ฝังลึก" ของตนเองให้ดีว่า อะไรคือ "รู้ดี" อะไรเรียกว่า "รู้ชั่ว"

ดังนั้น สิ่งจำเป็นอีกอย่างในการแสวงหาความรู้ในปัจจุบัน คือ "ความรู้ฝังลึก" ในการคัดแยกความรู้ ซึ่งเรานั่นแลคือ "ครู" ของตนเอง