ปลายปี ๒๕๐๔ ต่อต้นปี ๒๕๐๕ พวกเราเตรียมสอบข้ามฟาก     ซึ่งก็คือการสอบแข่งขันเข้าเรียนแพทย์     ซึ่งตอนนั้นมี ๓ คณะ     แต่คณะแพทย์เชียงใหม่เขารับนักศึกษาแยกไปเรียบร้อยแล้ว เราไม่มีสิทธิ์เข้า     เราเลือกได้แค่ ๒ แห่ง คือศิริราชกับจุฬา     ศิริราชรับ ๑๒๐ คน เข้าใจว่าจุฬารับ ๘๐     การสอบสอบรวมกัน โดยเขาให้เราระบุว่าต้องการไปเรียนที่ไหน     ตอนนั้นคณะแพทยศาสตร์และศิริราชพยาบาล  กับคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สังกัดมหาวิทยาลัยเดียวกัน     คือมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์

         เพื่อนมาบอกว่าให้เตรียมหาหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษมาซ้อมขีดตัวอักษร อี (e)     เขาให้คะแนนที่ขีดได้มากและไม่ตกหล่น      ผมเข้าใจว่าเป็นการทดสอบการทำงานภายใต้ความเครียด ความตื่นเต้น     คือเขามีการสอบแปลกๆ เพื่อทดสอบความมั่นคงทางอารมณ์ของเรา     เข้าใจว่ามีการทดสอบ Rorchak Test ด้วย     คือเขาเอาหมึกหยดลงบนกระดาษ แล้วพับกระดาษกลางหยดหมึก ให้เกิดรูปร่างแปลกๆ      ให้เราบอกว่าเป็นรูปอะไร     เขาว่าคนที่ผิดปกติทางจิตจะตอบแปลกๆ     ตอนสอบสัมภาษณ์เพื่อนบอกว่าให้ซ้อมพูดคำว่า "เรือรบหลวงปล่องเหลือง" และประโยคที่มีคำควบกล้ำยากๆ อีกหลายประโยค ซึ่งผมจำไม่ได้แล้ว     เราซ้อมกันจนคล่อง     ตอนโดนกรรมการให้พูดจริงๆ เพื่อนบางคนตื่นเต้นพูดไม่ได้

        ตอนสัมภาษณ์ อาจารย์ผู้สอบมีหลายคน รุมนิสิตคนเดียว     มีการถามหลอกล่อดูความมั่นคงทางอารมณ์เป็นหลักใหญ่    ผมมีอาเขยคือหมออนันต์ เอกแสงศรี เป็นเพื่อนกับอาจารย์ผู้ใหญ่หลายคน     ท่านช่วยฝากฝังให้     อาจเพราะเหตุนี้ หรืออาจเป็นเพราะเขาเห็นผมสอบได้คะแนนดีและท่าทางเรียบร้อย   จึงไม่โดนทดสอบมากนัก     เพื่อนที่อยู่หมู่ ๑ ร่วมกับผมคนหนึ่งโดนยั่วโมโห     เพื่อนผมก็จ้องหน้ากรรมการแบบโกรธ  ผลคือสอบตก

         ข้อสอบข้อเขียนก็เป็นวิชาที่เราเรียนมา    มีโจทย์ด้านการแพทย์บ้างนิดหน่อย     ค่อนข้างตรงกับที่เราเตรียมมา     คือพวกผมมีเพื่อนที่รู้สายสนกลในของการสอบหมด     รู้แนวข้อสอบ ซึ่งก็ไม่เป็นที่ปกปิด   

         หลังจากสอบข้อเขียนและสัมภาษณ์ผ่านแล้วก็มีการตรวจโรค โดยตรวจร่างกาย  ตรวจเลือด  อุจจาระ  ปัสสาวะ     โชคดีที่เขาไม่ตรวจตาบอดสี    ถ้าตรวจผมก็จะตก    ผมมารู้ว่าตาบอดสีหลังเข้าเรียนที่ศิริราชปี ๑ แล้ว     พอเอาแผ่นกระดาษสีมาตรวจจึงพบว่าผมตาบอดสีเขียว-แดง    แต่เป็นชนิดอ่อน     ยังบอกสีไฟจราจรได้สบาย     และในที่สว่างก็แยกสีได้ดี    แต่ในที่ค่อนข้างมืดผมจะแยกสีไม่ค่อยได้     ในการตรวจร่างกายเราต้องแก้ผ้าให้อาจารย์ตรวจผิวหนังในร่มผ้าและตรวจอวัยวะเพศ     เพื่อนผมคนหนึ่งได้รับคำชมจากอาจารย์หลังตรวจอวัยวะเพศว่า "ซนจริงนะเรา"    เพื่อนอีกคนหนึ่งตรวจปัสสาวะไม่ผ่าน     เขาให้มาตรวจซ้ำจึงขอยืมปัสสาวะของเพื่อนส่งตรวจจึงผ่าน     เพื่อนคนนี้ภายหลังเป็นโรคไตจริงๆ

วิจารณ์ พานิช
๑๑ กค. ๔๙