ชีวิตที่พอเพียง : 87. จงให้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล

         เมื่อหลายปีมาแล้ว  ศ. นพ. ประเวศ วะสี ให้พรคู่บ่าวสาว     ว่าต่อไปเบื้องหน้า เมื่อไรทะเลาะ หรือขัดแย้งกัน    อย่าแก้ด้วยเหตุผล  แต่ให้แก้ด้วยอารมณ์ คืออารมณ์รักและปรารถนาจะอยู่ร่วมกัน    อย่าตัดสินกันด้วยการหาว่าใครถูกใครผิด     พวกเราที่ผ่านชีวิตแต่งงานมากว่ายี่สิบปี เห็นด้วยกับคำแนะนำนี้ทุกประการ      คู่บ่าวสาวในเหตุการณ์นั้นคือ นพ. สุภกร และ ดร. สีลาภรณ์ บัวสาย

         หนังสือ Beyond Reason : Using Emotions as You Negotiate  แต่งโดย Roger Fisher & Daniel Shapiro ก็แนะนำเช่นเดียวกัน    หนังสือเล่มนี้ว่าด้วยการใช้อารมณ์ในการสร้างความสำเร็จ   ในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อผู้อื่น     โดยทั่วไปเราจะตกใจกับคำแนะนำเช่นนี้มาก    เพราะเราคุ้นเคยกับคำเตือนว่า "อย่าใช้อารมณ์" ซึ่งเป็นคำที่ถูกเพียงครึ่งเดียว     เพราะผู้กล่าวคำเช่นนั้นหมายถึงอย่าใช้อารมณ์ด้านลบ     แต่เป็นการใช้อารมณ์สร้างความสำเร็จ เน้นที่อารมณ์ด้านบวก

          ผมเป็นนักเรียนที่คอยทำแบบฝึกหัดสร้างพลังอารมณ์ด้านบวก    ปลูกอารมณ์ด้านบวกเอาไว้ใช้งาน และใช้ทำให้ชีวิตสดใสซาบซ่า      และในขณะเดียวกันก็หาทางทำให้อารมณ์ด้านลบมันลีบเล็กลง     อารมณ์ด้านบวกได้แก่  ตื่นเต้น  ดีใจ  สนุกสนาน  กระตือรือร้น  อารมณ์ดี   ภูมิใจ  พึงพอใจ  ยินดี  ชื่นชม  มีความสุข  ปิติ  มีความหวัง  ปลาดใจ   สงบเย็น  เชื่อถือ  ไว้วางใจ  ฯลฯ

        คนที่มีทักษะในการควบคุมอารมณ์ตนเองให้มีอารมณ์ด้านบวกอยู่เสมอ     เป็นคนที่โชคดี  ชีวิตจะมีความสุข     จะยิ่งดี ถ้าเรามีทักษะในการสัมพันธ์กับผู้อื่นในบรรยากาศหรืออารมณ์เชิงบวก   

        แต่อารมณ์ไม่ใช่สิ่งที่เราจะควบคุมได้เสมอไป    ยิ่งอารมณ์ของผู้อื่นเรายิ่งเข้าไปควบคุมเขาไม่ได้      จึงต้องเรียนรู้ให้เข้าใจอารมณ์  และเรียนวิธี "จัดการ" อารมณ์     โดยต้องเข้าใจว่าจริงๆ แล้วอารมณ์เป็นเพียงยอดของภูเขาน้ำแข็งที่เราสัมผัสได้    แต่มีสิ่งที่อยู่ลึกกว่าอารมณ์ที่แสดงออก คือ ความกังวลใจลึกๆ (concern)     จงค้นหาและทำความเข้าใจความกังวลใจลึกๆ นั้น     และหาทางเจรจาเพื่อให้ได้บรรลุผลที่แท้จริงตามความกังวลใจลึกๆ นั้น    

        หลักปฏิบัติ ๕ ประการในการจัดการอารมณ์เชิงบวก   เพื่อความสัมพันธ์ที่ดี 
           ๑. แสดงความชื่นชม    ค้นหาส่วนดีของสิ่งที่ผู้อื่นคิด เชื่อ และปฏิบัติ   และนำมาชื่นชมต่อเขา
           ๒. สร้างความสัมพันธ์   เปลี่ยนศัตรู ให้กลายเป็นมิตร
           ๓. เคารพความเป็นอิสระของผู้อื่น
           ๔. เคารพ ยกย่อง ฐานะของผู้อื่น
           ๕. จงเลือกแสดงบทบาทที่จะช่วยให้บรรลุผลตามเป้าประสงค์ของผู้อื่น   และปฏิบัติตามบทบาทนั้น

         แทนที่จะเน้นแก้ไขอารมณ์เชิงลบ     ผมกำลังฝึกฝนปลูกฝัง รดน้ำพรวนดิน ใส่ปุ๋ย อารมณ์เชิงบวก ขึ้นภายในจิตสำนึก จิตใต้สำนึก  และจิตเหนือสำนึกของตนเอง     ผมหาทางเรียนรู้วิธีจัดการความสัมพันธ์ต่อผู้อื่น  โดยการจัดการอารมณ์ด้านบวก    แต่ผมคงจะยังเรียนอยู่ในชั้นอนุบาลเท่านั้น

วิจารณ์ พานิช
๑๑ กค. ๔๙

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand

คำสำคัญ (Tags)#เรื่องเล่า#การเรียนรู้จากการปฏิบัติ#คุณธรรมจริยธรรม

หมายเลขบันทึก: 44712, เขียน: 15 Aug 2006 @ 09:28, แก้ไข, 06 May 2012 @ 08:12, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 4, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (4)

สีหานาถ
เขียนเมื่อ 15 Aug 2006 @ 09:46

เรียน อาจารย์ ที่เคารพ

อารมณ์ ทีว่า มีอยู่ 2 ลักษณะ ในตัวมนุษย์ หรือสัตว์ คือ 1 อารมณ์ดี มักมีตัวสนับสนุนหลายอย่างเช่น มีความพอดี อิ่มท้องพอดี อากาศพอดี และต้องควบคุมอารมณ์ได้ 2 อารมณ์ร้าย มักมีตัวสนับสนุน ที่จะขาด หรือเกิน เช่น ท้องไม่อิ่ม หรืออิ่มมากเกินไป อากาศแวดล้อมเลวร้าย การควบคุมอารมณ์ จะยากขึ้นมาก

ถ้าใครสามารถ ที่จะควบคุมอารมณ์ ได้ ในขณะที่ มีความโลภ โกรธ หลง โดยให้อารมณ์ดี ใช้ปัญญา ถือว่า การใช้อารมณ์ ถูกต้องใช้ได้ แต่หาก เมื่อไหร่เกิดการใช้อารมณ์ร้าย มาเป็นตัวดับปัญหา ซึ่งมักจะขาดปัญญา ก็จะทำให้ทั้งตนทั้งผู้อื่น เดือดร้อน

ผมต้องขอคำชี้แนะด้วย

เมตตา
เขียนเมื่อ 15 Aug 2006 @ 12:35

หนูเคยได้ยินมาสองครั้งจากผู้หลักผู้ใหญ่ระดับประเทศที่มีคนนับหน้าถือตา ว่า "การมีชีวิตครอบครัว จะอยู่ด้วยเหตุผลไม่ได้"  หนูนึกขัดแย้งขึ้นมาในใจว่าต้องฟังเหตผลกันซิจึงจะถูก หนูก็งง งง กับคำที่ได้ยินนี้มาหลายเดือน ตั้งใจว่าจะลองสังเกตุการใช้ชีวิตครอบครัวของตัวเองทุกๆวันที่เราอยู่ด้วยกันเราอยู่ด้วยอารมณ์หรือเหตุผล กันแน่ ได้ข้อสรุปว่า "ครอบครัวไม่ต้องใช้เหตุผลเสมอไปจริงๆ หลายครั้งที่หนูอยากให้คนที่หนูอยู่ด้วยไม่ต้องมาเข้าใจเหตุผล ขอให้เข้าใจอารมณ์ ณ ขณะนั้น เพียงพอ และเท่าทันอารมณ์ของกันและกัน  เช่นกันทั้งกับลูกต้องเข้าใจอารมณ์ สะท้อนความหมาย "ขอเพียงเข้าใจ"  นั่นคือเข้าใจอารมณ์ก็จะอยู่กัน  วันนี้ได้อ่านบันทึกนี้ เข้าใจยิ่งขึ้น ขอบคุณค่ะ

Handy
เขียนเมื่อ 16 Aug 2006 @ 06:09
ขอบพระคุณครับ
   จะขอนำไปจัดการกับตัวเองในเรื่องนี้ และค่อยๆเลื่อนชั้นขึ้นไปเรื่อยๆให้ได้ แม้จะช้าก็ตาม
mayana
IP: xxx.28.180.130
เขียนเมื่อ 16 Aug 2006 @ 09:14

เป็นการง่าย  ยิ้มได้  ไม่ต้องฝืน

เพื่อโลกชื่น  เหมือนบบเลง  เพลงสวรรค์

แต่คนที่  ควรชม  นิยมกัน

ต้องใจมั่น  ยิ้มได้  เมื่อภัยมา

ฝากบทกลอนมาเตือนความทรงจำและความเข้าใจด้วยค่ะ