สิ่งที่ควรจะคำนึงถึงเป็นสำคัญหลังการเลือกตั้งพรุ่งนี้ก็คือ "ประชาธิปไตย"

ผมเขียนบทความนี้ ก็ ณ วันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 เวลาประมาณ 23.27 น. ซึ่งเป็นคืนก่อนการเลือกตั้ง ซึ่งถือเป็นครั้งที่มีความสำคัญมากๆอีกครั้งหนึ่ง

 

การเมืองไทยในยุคปัจจุบัน จากมุมมองของผม ซึ่งเป็นประชาชนคนหนึ่ง (และอายุ 25 ปี กว่าๆ) เห็นว่าการเมืองของไทย ซึ่งอยู่ในระบอบประชาธิปไตยนั้น มีความบอบช้ำ มีความไม่สวยงามมากมายเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นจากการปฏิวัติ ไม่ว่าจะเป็นจากการที่ใช้อิทธิพลต่างๆ เข้ามาแทรกแทรงกระบวนการทางประชาธิปไตย

 

การเมืองในระบอบประชาธิปไตยที่เราได้มานั้น ก็เห็นว่าได้มาด้วยความยากลำบาก แต่ก็ไม่ทราบจริงๆว่า ทำไมถึงยังมีบางคนที่ยังสนใจจะทำการรัฐประหาร และบางคนไม่ได้ทำ แต่ก็รู้สึกดี รู้สึกโอเคกับการรัฐประหาร อันนี้เป็นเรื่องที่เข้าใจลำบาก ที่เข้าใจลำบากเพราะมันไม่เป็นไปตามระบบที่มันควรจะเป็น

 

การเมืองในระบอบประชาธิปไตย ผมคิดว่า 1.เราต้องยอมรับเสียงส่วนใหญ่ 2.เราต้องสนใจการเมือง หากเราทำสองข้อนี้ได้อย่างดี อย่างไร้ที่ติแล้วล่ะก็ ผมคิดว่าการเมืองระบอบนี้เป็นระบอบที่ดี เป็นระบอบที่ให้โอกาส เป็นระบอบที่มีอิสรภาพสำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่ในการปกครองระบอบนั้นๆ

 

เมื่อไม่นานมานี้ ผมได้มีโอกาสไปฟังการเสวนา "มองมุมสื่อ อนาคตประเทศไทยหลังการเลือกตั้ง" ที่สถาบันนักข่าวและสื่อ แถวๆโรงพยาบาลวชิระ ก็มีวิทยากรที่มีประสบการณ์มาพูดเรื่องต่างๆให้ผู้ที่สนใจเข้าฟังได้นำไปขบคิด

 

ประเด็นก็มีมากมาย ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ... ในความเป็นจริง ผมก็ไม่ได้มีความรู้ซักเท่าไหร่เกี่ยวกับการเมือง แต่เวลาได้ฟังเรื่องการเมืองทีไร ก็จะรู้สึกถึงความซ้ำซากจำเจของการเมืองไทย ความน่าเบื่อที่เกิดขึ้น ซึ่งแน่นอน วัยรุ่นที่อายุน้อยกว่า หรือเท่ากับผมก็คงจะเบื่อไม่มาก ก็น้อยกับการเมืองของไทยที่มันดูไม่ก้าวไปไหนสักที เหมือนอยู่ที่เดิมอย่างไรก็อย่างนั้น

 

สำหรับผม สิ่งที่พึงหวังสำหรับการเมืองรัฐบาลใหม่ที่จะผ่านไปอีกครั้งหนึ่งหลังการเลือกตั้ง ก็คือการที่ประชาชนยอมรับผู้ที่ได้รับเลือกเข้ามา  

 

สำหรับผม สิ่งที่คาดหวังการเมืองหลังการเลือกตั้ง ก็เป็นการคาดหวังที่ส่งผลดีต่อประเทศ(ในความคิดของผม) นั่นก็คือการไม่มีปฏิวัติ

สำหรับผม สิ่งที่ควรจะคำนึงถึงเป็นสำคัญหลังการเลือกตั้งพรุ่งนี้ก็คือ "ประชาธิปไตย"

 

...สำหรับตัวผมแล้ว ผมรู้สึกดีกับ "ประชาธิปไตย" และในเมื่อผมรู้สึกดีกับ "ประชาธิปไตย" ผมก็ต้องการรักษาเจ้า "ประชาธิปไตย" ให้อยู่กับผมนานๆ และผมก็หวังให้มันไม่ต้องมาบอบช้ำใดๆ เพราะผมมีความรักให้กับมัน

 

การเลือกตั้งพรุ่งนี้ ผลจะออกมาอย่างไร ใครได้คะแนนเท่าไหร่ ใครได้เสียงเท่าไหร่ ... เชื่อผมเถอะ ชีวิตเราจะดีหรือไม่ดีมันขึ้นอยู่กับตัวเรามากกว่า การเลือกตั้งมันไม่ได้ส่งผลขนาดนั้น เพราะฉะนั้น ผลมันจะออกมาอย่างไร ก็ยอมรับมันซะเถอะ อย่าไปแกล้ง "ประชาธิปไตย" เลย ปล่อยมันไปตามครรลอง

 

ส่วนผมกับคุณ พอรู้ผลการเลือกตั้ง รู้ว่าใครจะมาบริหารประเทศ เราก็มาเตรียมตัวรับมือกับสิ่งที่รัฐบาลใหม่จะมาทำกับเรา ... เชื่อผมเถิด . . . แล้วจะเกิดผล(ดี)