ลองมาทำความเข้าใจโลกทัศน์ที่ต่างจากเราดูแล้วจะเกิดความเมตตาที่บริสุทธิ์ เกิดอุเบกขาที่ไม่ยึดติดอิงอาศัยคนหรือสิ่งภายนอกมากเกินไป เพราะคนเราเกิดมา "ทุกข์" เหมือนกัน

ครั้งนี้เป็นครั้งที่สองที่ผู้เขียนได้ไปเป็นกระบวนกรที่ "นาธรรม บ้านแพรก" จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในความเป็นจริง แต่ละครั้งย่อมแตกต่างไม่เหมือนกัน แต่ครั้งนี้แตกต่างอย่างมากในเรื่องของกัลยาณมิตรที่มาร่วมให้กำลังใจ และรูปแบบการนำเสนอที่ปรับเปลี่ยนไป โดยเน้นการให้ผู้ร่วมกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ได้ทบทวนโลกทัศน์จากการฟังเรื่องราวของคนแต่ละลักษณ์ที่แตกต่างกัน และให้เลือกว่าเข้าใจว่าตนมีโลกทัศน์ของคนลักษณ์ใด

 

เกริ่นนำในเบื้องต้นแล้ว ลองมาชมบรรยากาศของกัลยาณมิตรที่งดงามกันค่ะ

      

          คุณเอก จตุพร วิศิษฎ์โชติอังกูร และ ดร. ยุวนุช ทินนะลักษณ์

   

  

ภญ.ปิยธิดา พูนพัฒนปรีชา รักษาการผู้อำนวยการโรงพยาบาลบ้านแพรกคนปัจจุบันกล่าวเปิดงาน จากนั้น เริ่มกระบวนการโดยให้ทุกท่านทำสมาธิ สังเกตลมหายใจ

 

หลักพื้นฐานของการจัดอบรม Human KM by Enneagram สิ่งแรกที่สำคัญคือการอยู่กับลมหายใจตนเอง เป็น "การหยุด" ชั่วขณะ  แต่แน่นอนว่าการหลับตาและการนั่งนิ่ง ๆ ไม่ได้หยุดกลไกที่ทำงานอยู่ภายในได้ สมองกำลังคิด ความรู้สึกสอดส่ายสัมผัสไปมากับสิ่งที่กระทบ ณ ปัจจุบัน หรือล่องลอยไปไกลในอดีต ทั้งหมดนี้ไม่ว่าจะมีการทำงานอย่างไร ก็ขอให้ลองหยุด สังเกตลมหายใจของตนเองดูก่อน 

 

การอบรมครั้งนี้ ปรับเปลี่ยนรูปแบบใหม่ จัดให้มีการย้อนรำลึกกลับไปถึงโลกทัศน์ของคนแต่ละลักษณ์ ฟัง ทบทวน และเล่าเรื่องแลกเปลี่ยน

      

 

        

การแบ่งปันเรื่องเล่าความสุขคือจุดเริ่มต้นของการสัมผัสโลกทัศน์ที่แตกต่าง ซึ่งแม้กระทั่งมุมมองความสุขก็ยังไม่เหมือนกัน แล้วเรื่องอื่น ๆ ที่พูดไม่เข้าหูกัน จะไม่พอใจไปทำไม

 

หมั่นอดทนฟังความเห็นที่แตกต่างจนหมดประโยคคำพูดของอีกฝ่าย แม้ไม่เห็นด้วยก็ไม่เป็นไร แต่ขอให้เข้าใจว่าทำไมเขาคิดเช่นนั้น 

ความสุขของโลกทัศนหนึ่งขึ้นอยู่กับการทำอะไรเพื่อตนเองแล้วเป็นสุข ในขณะที่อีกโลกทัศน์หนึ่งมองความสุขของตนเองขึ้นอยู่ความสุขของผู้อื่น

 

                 

หลากหลายโลกทัศน์ที่เราอาจไม่เคยทราบมาก่อน และเข้าใจไปว่าคนอื่นจะต้องคิดแบบนี้ รู้สึกแบบนั้น ปรุงแต่งให้แทน  ลองมาทำความเข้าใจโลกทัศน์ที่ต่างจากเราดูแล้วจะเกิดความเมตตาที่บริสุทธิ์  เกิดอุเบกขาที่ไม่ยึดติดอิงอาศัยคนหรือสิ่งภายนอกมากเกินไป เพราะคนเราเกิดมา "ทุกข์" เหมือนกัน ปริมาณทุกข์ที่มากกว่าน้อยกว่าเกิดจากการไม่ยอมรับความจริงที่เกิดขึ้น หากไม่ยอมรับมากเท่าไหร่ ความทุกข์ก็เพิ่มปริมาณมากเท่านั้น

                 

ภายใต้ท้องฟ้า โลกใบเดียวกัน  บนผืนนาธรรมแปลงนี้ มีเพื่อนร่วมทุกข์อยู่ด้วยกัน นั่นคือชะตากรรม นั่นคือธรรมะจัดสรรที่ให้เรามาช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน หมั่นปัดกวาดเช็ดถูใจเรา ให้อภัยในสิ่งที่เขาเป็น  มองเห็นโลกทัศน์ของเรา และเข้าใจโลกทัศน์ของเขา จงเป็นกระจกเงาของกันและกัน สร้างสรรค์ความสุขบนผืนนาธรรมแปลงนี้ตราบนานเท่านาน

 

หลังจบกิจกรรมในส่วน Enneagram  ท่านอาจารย์ ดร. ยุวนุชก็เริ่มบรรยาย Self Mandala จากนั้น เชิญชวนให้ผู้ร่วมกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้สำรวจตัวเอง แลกเปลี่ยน เติมเต็มซึ่งกันและกัน

 

ตอนท้าย ผู้เขียนได้กล่าวสรุปเกี่ยวกับโลกทัศน์ที่แตกต่าง การทำความเข้าใจกับพรหมวิหาร ๔ แยกความแตกต่างระหว่าง "เมตตา" ทางโลกและทางธรรม  การทำความดีแบบไหน ที่เรียกว่าดี

เมื่อ "รู้" แล้ว เราไม่สามารถที่จะละทิ้งสิ่งที่ยึดติดตัวเราได้โดยสิ้นเชิง ต้องอาศัยสติที่จะละได้ในแต่ละขณะ

                        

 

                       

             ขอบพระคุณทุกท่านที่มาร่วมกันสร้างสรรค์สิ่งดีงามด้วยกัน